ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "เอไอ" คัดกรอง คนรับ 5,000

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์31 มี.ค. 2563 05:03 น.
    SHARE

    ยอดสมัครเกือบ 20 ล. ต่อ 30 วันงดส่งออกไข่

    ยอดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาทวันที่ 3 แตะ 20 ล้านคน คลังลั่น! ไม่ถังแตก มีเงินจ่ายทุกคนที่มีสิทธิ์แน่นอน 4.5 หมื่นล้านไม่พอเพิ่มได้ ใช้เอไอคัดแยกผู้มีสิทธิ์ใช้เวลาประมาณ 7 วัน คนพิการเฮ อนุมัติเงินเยียวยาคนละพัน กกร.ต่ออายุห้ามส่งออกไข่ไก่แก้ปัญหาขาดตลาดอีก 30 วัน เหตุประชาชนบางพื้นที่ยังกักตุน “จุรินทร์”ชง ครม.ของบซื้อหน้ากากอนามัยรวมศูนย์ฯ แจกจ่ายเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ แบ่งให้สาธารณสุขจัดสรรให้โรงพยาบาลทุกแห่งทุกสังกัดทั่วประเทศวันละ 1.3 ล้านชิ้น อีก 1 ล้านชิ้นส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดสรรให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่กักตัว แถมผู้ผลิตเร่งปั๊มหน้ากากเพิ่มได้อีกวันละ 5 แสนชิ้น เจ้าคณะจังหวัดอยุธยาสั่งห้ามจัดงานบวช ตำรวจ จ.นนทบุรี จับแอลกอฮอล์หมื่นลิตรแจ้ง 2 ข้อหาดำเนินคดี

    กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ทำท่าจะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและติดเชื้อของประชาชนได้ ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ถึง 30 เม.ย. สั่งปิดสถานที่หลายประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน อาทิ ห้างสรรพสินค้า สถานบริการ สนามกีฬา ฯลฯ นอกจากนี้ยังส่งผลให้บริษัทเอกชนจำนวนมากปิดบริษัทป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคร้าย สร้างผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนประชาชนจำนวนมาก ถึงขั้นแห่กักตุนอาหารจนทำให้สินค้าบางชนิดขาดแคลน เป็นที่มาของการออกมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com  เพื่อรับเงินเยียวยา 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน มีประชาชนเข้าลงทะเบียนรับเงินเยียวยาถึง 20 ล้านคน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ยังไม่ปิดลงทะเบียนเยียวยา

    ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่ปิดรับลงทะเบียน ประชาชนยังคงสามารถลงทะเบียนใน WWW.เราไม่ทิ้งกัน.com  ได้ แต่จะให้สิทธิเฉพาะกลุ่มแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว และกลุ่มอาชีพอิสระ นอกจากนี้ต้องมีคุณสมบัติอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ มีบัตรประจำตัวประชาชน มีบัญชีธนาคารและมีพร้อมเพย์ที่ผูกกับบัตรประชาชน ยืนยันว่าหากมีประชาชนมาลงทะเบียนแล้วได้รับสิทธิ์เกินกว่า 3 ล้านราย ทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินมากกว่า 45,000 ล้านบาท ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลเพราะรัฐบาลสามารถเติมเงินเข้าไปในโครงการได้ ไม่มีถังแตกอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณา ที่จะออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนเงินงบประมาณ

    ลงทะเบียน 19.8 ล้านคนแล้ว

    นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาท 3 เดือน รวมเป็นเงิน 15,000 บาทว่า ยอดล่าสุด ณ เวลา 14.00 น. มีประชาชนมาลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 19.8 ล้านคน หลังจากนี้ สศค.จะส่งข้อมูลรายบุคคลจากการลงทะเบียนทั้งหมดให้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ช่วยวิเคราะห์และคัดกรองคุณสมบัติผู้เข้าเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ คาดว่าหลังจากวานนี้ (30 มี.ค.) จะใช้เวลาไม่น้อย กว่า 7 วันทำการ ที่ระบบเอไอจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด เพื่อดำเนินการจ่ายเงินเดือนละ 5,000 บาทให้ถึงมือประชาชน

    ใช้เอไอคัดคนได้รับเยียวยา

    นายลวรณ กล่าวต่อว่า กระทรวงการคลังขอย้ำเตือนประชาชนที่ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะได้รับข้อความเอสเอ็มเอส เพื่อยืนยันตัวตนตามชุดรหัสผ่าน (โอทีพี) ถือว่าผ่านกระบวนการคัดกรองขั้นแรกเรียบร้อยแล้ว ส่วนขั้นตอนต่อไปจะตรวจสอบข้อมูลโดยเอไอ ดังนั้นเอสเอ็มเอสที่มีโอทีพีไม่ใช่การอนุมัติให้รับเงินในโครงการ ผู้ลงทะเบียนจะต้องได้รับเอสเอ็มเอสเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกครั้งถึงจะได้รับเงิน เบื้องต้นหากรับเงินวันที่ 15 เม.ย.ในเดือนถัดไปคือเดือน พ.ค.และ มิ.ย.จะได้รับเงินวันที่ 15 เช่นเดียวกัน

    เคาะเงินช่วยคนพิการคนละ 1 พัน

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 4 มาตรการคือ จ่ายเงินเยียวยาผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการ 2 ล้านกว่าคนทั่วประเทศรายละ 1,000 บาท ใช้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ จะโอนเข้าบัญชีในเดือน เม.ย. พักชำระหนี้คนพิการที่กู้เงินจากกองทุนฯ 1 ปีนับจากเดือน เม.ย.เป็นต้นไป เสนอ ครม.ทบทวนมติให้เพิ่มเบี้ยผู้พิการจาก 800 เป็น 1,000 บาทต่อเดือน มีผล ต.ค.63 และให้อนุกรรมการฯปรับระเบียบการกู้เงินกองทุนฯให้กู้รายละไม่เกิน 10,000 บาทโดยไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ปลอดการชำระหนี้ 1 ปี ตั้งวงเงินไว้ 2,000 ล้านบาท

    ชงงบซื้อหน้ากาก 1.3 ล้านแจก รพ.

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 31 มี.ค. กระทรวงพาณิชย์เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติงบประมาณซื้อหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ นำมาแจกจ่ายให้โรงพยาบาลทุกแห่งทุกสังกัดทั่วประเทศ โดยให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กระจายให้ ตกวันละประมาณ 1.3 ล้านชิ้นของจำนวนที่ผลิตได้วันละ 2.3 ล้านชิ้น ส่วนอีกวันละ 1 ล้านชิ้นจะซื้อแจกจ่ายให้จังหวัดต่างๆ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาว่า สมควรจะแจกจ่ายให้ใครบ้างที่ เป็นกลุ่มเสี่ยง

    อีก 1 ล้านชิ้นให้ผู้ว่าฯแจกจ่าย

    นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ศูนย์บริหารโควิด-19 ตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดดูแลหน้ากากอนามัย หนึ่งในนั้นคือคณะอนุกรรมการพิจารณาราคากลางหน้ากากอนามัย มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน พิจารณาราคากลางหน้ากากอนามัยที่รัฐบาลจะจัดซื้อเพื่อแจกจ่ายกลุ่มต่างๆที่จำเป็นต้องใช้ อยู่ระหว่างการพิจารณาและเสนอ ครม.อนุมัติพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ส่วนระยะเวลาการซื้อแจกอยู่ที่การพิจารณาของศูนย์บริหารโควิด-19 ขณะที่ช่องทาง การค้าผ่านร้านธงฟ้ายกเลิกแล้ว ส่วนร้านสะดวกซื้อ ห้างต่างๆจะยังมีขายอยู่อีกหรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด ส่วนคณะอนุกรรมการอีก 2 ชุดคือ ชุดที่พิจารณากระจายไปสู่ผู้ใช้กลุ่มต่างๆ มีอธิบดีกรมการค้าภายในเป็นประธาน และชุดพิจารณาการส่งออก มีเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นประธาน ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ ขออนุมัติงบ ประมาณจาก ครม.กว่า 100 ล้านบาท นำมาจ่ายชดเชยต้นทุนให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยแล้ว จากการที่ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะแผ่นกรองเชื้อโรค (ฟิลเตอร์) ที่นำเข้าปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยจ่ายชดเชยให้แผ่นละ 1 บาท

    ผลิตหน้ากากได้เพิ่มอีก 5 แสน

    ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า การกระจายหน้ากากอนามัยที่ปัจจุบันผลิตได้ 2.36 ล้านชิ้นต่อวัน จะกระจายให้กระทรวงสาธารณสุข 1.36 ล้านชิ้น กระจายให้สถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ที่เหลือ 1 ล้านชิ้น กระจายให้กระทรวงมหาดไทย ไปรษณีย์ไทยขนส่งไปจังหวัดต่างๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กระจายไปยังกลุ่มเสี่ยง การจัดสรรให้แต่ละจังหวัดแบ่งเป็น กรุงเทพมหานครวันละ 100,000 ชิ้น ภาคเหนือวันละ 164,000 ชิ้น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันละ 332,000 ชิ้น ภาคกลางวันละ 237,000 ชิ้น และภาคใต้ 167,000 ชิ้น คาดว่าปริมาณการผลิตหน้ากากอนามัยจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 2.86 ล้านชิ้นช่วงกลางเดือน เม.ย.63 และจะปรับสัดส่วนการกระจายหน้ากากอนามัยตามความเหมาะสมอีกครั้ง

    มท.เดินเครื่องแจกแมสก์ 7 วันแรก

    นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมแผนการจัดสรรหน้ากากอนามัยผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในที่ประชุมว่า แนวทางการปฏิบัติจัดการหน้ากากช่วง 7 วันแรกของกระทรวงมหาดไทยคือ 1.มอบหมายที่ทำการปกครองจังหวัดเป็นหน่วยงานรับผิดชอบบริหารจัดการหน้ากากอนามัยและเวชภัณฑ์ให้ชัดเจนทุกระดับ 2.แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับหน้ากากอนามัยให้ถูกต้องครบถ้วนที่ได้รับการจัดส่งจากบริษัทไปรษณีย์ไทยแต่ละวัน 3.จัดทำบัญชีและแผนการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยตามกลุ่มป้าหมาย ให้จังหวัดพิจารณาแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้เหมาะสม เกลี่ยตามความจำเป็นทั่วถึง 4.ให้ ผวจ.รับผิดชอบบริหารจัดการกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องห้ามนำหน้ากากไปใช้แจกจ่ายเพื่อวัตถุประสงค์อื่นเด็ดขาด หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแจกหน้ากากให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทันที

    “วิษณุ” ตัดปัญหาล้างตัวเลขเก่า

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนการจัดสรรหน้ากากอนามัยและเครื่องมือทางการแพทย์ เราจะล้างตัวเลขเก่าทั้งหมดเพื่อความเข้าใจของประชาชน จะประเมินทำแผนแจกจ่ายใหม่เพราะขณะนี้โรงงานทั้ง 11 แห่ง ผลิตหน้ากากได้วันละ 2.3 ล้านชิ้น ดังนั้น ตั้งแต่เวลา 17.00 น.วันที่ 30 มี.ค. บริษัทไปรษณีย์ไทยจะเป็นผู้รับหน้ากากจากโรงงานไปกระจายยัง 76 จังหวัด จัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) 1.3 ล้านชิ้น แจกจ่ายบุคลากรทางการแพทย์ และให้ รมว.มหาดไทย 1 ล้านชิ้น ให้กับ อสม. และเจ้าหน้าที่บริการประชาชน การแจกจ่ายแบบนี้ใช้ไประยะหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่เพียงพอแล้วจะจัดสรรให้ประชาชนเพิ่มเติม จะไม่ส่งออกหน้ากากไปยังต่างประเทศ ยกเว้น 3 กรณีที่มีพันธะทางกฎหมายได้แก่ ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา และสัญญาเขตการค้าเสรี การนำเข้าหน้ากากอนามัยกระทรวงการคลังมีมาตรการลดภาษีเป็น 0% ส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ระหว่างทำรายการ

    ยืนกรานให้คนไทยเข้าประเทศได้

    นายวิษณุกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีการเข้าออกประเทศที่ยาก ทำให้คนไทยบางส่วนกลับประเทศไม่ได้ สำหรับคนไทยยังกลับเข้าประเทศได้ แต่ขอให้ดิ้นรนขวนขวายเดินทางมาให้ได้ มอบหมายให้ มท. และกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดูแลมาตรการเป็นพิเศษ ยกเว้นตามความจำเป็นหรือที่นายกฯอนุมัติให้ปลัด กต.ภายในหลักเกณฑ์ที่มีจำนวนมาก ส่วนข่าวปลอมว่า กต.จัดเครื่องบินไปรับคนไทยที่อิตาลีไม่เป็นความจริง แต่มีคนไทยจากปากีสถาน โปแลนด์ และมาเลเซีย เดินทางกลับมาเอง นอกจากนี้ มี 8 ประเทศที่ประสานเข้ามาเพื่อจะส่งเครื่องบินมารับคนของเขากลับ อยู่ระหว่างประสานงานกัน

    ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา

    ที่ สภ.เมืองอำนาจเจริญ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิติคุณ ผบก.ภ.จ.อำนาจเจริญ ว่าที่ ร.ท.สุธรรม ลครรำ พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญ นายอภิชาติ รุ่งเมฆารัตน์ เภสัชกรเชี่ยวชาญ พ.ต.อ.วิเชียร วชิระแสงไพโรจน์ ผกก.สภ.เมืองอำนาจเจริญ และ พ.ต.อ.อลงกรณ์ สนุกพันธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อำนาจเจริญ แถลงจับกุมผู้ค้าหน้ากากอนามัยเกินราคาที่ร้านขายยาชื่อ “คลังยาภักดี” เขตเทศบาลเมือง หลังวางแผนล่อซื้อจับกุมเจ้าของร้าน 1 คน และคนขายอีก 1 คน พร้อมของกลางหน้ากากอนามัย 3,811 ชิ้น ว่าที่ ร.ท.สุธรรม กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า หน้ากากอนามัยส่วนใหญ่ผลิตในประเทศเวียดนาม สอบสวนเจ้าของร้านให้การภาคเสธอ้างว่า ซื้อมาจากเพื่อน นำมาเก็บไว้เพื่อแจกประชาชนและเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ เบื้องต้นตั้งข้อหาไม่ติดราคาสินค้าและบริการ และจำหน่ายสินค้าควบคุมเกินราคาที่กฎหมายกำหนดโดยขายชิ้นละ 20 บาท

    “พาณิชย์” ห้ามส่งออกไข่อีก 30 วัน

    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เผยว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่ตนเป็นประธานพิจารณาต่ออายุมาตรการห้ามส่งออกไข่ไก่อีก 30 วัน หรือสิ้นสุดสิ้นเดือน เม.ย. จากเดิมที่ห้ามส่งออกชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.นี้ แต่ถ้าสถานการณ์คลี่คลายจะพิจารณายกเลิกมาตรการห้ามส่งออกทันที อย่างไรก็ตาม จากการที่กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์การค้าไข่ไก่พบว่า ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น หลังจากกระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการต่างๆ ทั้งห้ามส่งออกชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน ยืดอายุแม่ไก่ไข่ยืนกรงจาก 72 สัปดาห์เป็น 80 สัปดาห์ เพื่อให้ปริมาณไข่ไก่เพิ่มขึ้น เร่งรัดให้ฟาร์มไข่ไก่ส่งไข่ไก่ไปยังศูนย์กระจายสินค้า (ดีซี) ของห้างต่างๆ เพื่อให้ส่งสินค้าถึงห้างอย่างรวดเร็ว ห้างต่างๆจำกัดปริมาณการซื้อ รวมถึงกำหนดราคาหน้าฟาร์มชนิดคละไว้ที่ไม่เกินฟองละ 2.80 บาท ตอนนี้พบว่าสถานการณ์ดีขึ้น บางพื้นที่มีปริมาณไข่ไก่เพียงพอสนองความต้องการผู้บริโภค แต่บางพื้นที่ยังไม่เพียงพอเพราะประชาชนยังซื้อกักตุนอยู่

    ไข่ฝั่งธนบุรีราคาลดแล้ว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา แขวงและเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ในย่านฝั่งธนฯ ที่แผงขายส่งไข่จากนครชัยศรีฟาร์ม ได้มีการขึ้นป้ายว่า “ไข่ขายถูกๆ แผงละ 100 ได้คนละ 2 แผง” และอีกป้ายเขียนว่า “งดขายส่งชั่วคราว” ซึ่งในร้านมีเพียงไข่เบอร์ 3 ขายแผงละ 105 บาท และเบอร์ 4 แผงละ 100 บาท แต่คนซื้อก็มีไม่มากเหมือนช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใหม่ๆ ที่ต้องต่อคิวซื้อไข่เบอร์ 3 ขนาดเดียวทั้งร้านราคาแผงละ 110 บาท และซื้อได้แค่คนละ 1 แผงเท่านั้น โดยผู้ขายให้รายละเอียดว่า ช่วงนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น ไม่ค่อยมีคนกักตุนไข่แล้ว แตกต่างจากช่วงก่อนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ที่ต้องขึ้นป้ายว่า งดขายส่งชั่วคราวนั้นก็เพื่อต้องการให้ชาวบ้านได้กินไข่ในราคาถูกได้อย่างทั่วถึงจริงๆ ไม่ใช่พวกนายทุนหรือพ่อค้าคนกลางซื้อเอาไปกักตุนเพื่อเก็งกำไร และคาดว่าอีก 2 สัปดาห์เหตุการณ์ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นอย่างแน่นอน

    บุกยึดแอลกอฮอล์หมื่นลิตร

    คืนวันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.ถาวร ดุลยวิทย์ รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด นำกำลังตรวจสอบบ้านเลขที่ 18/674 หมู่ 5 หมู่บ้านเปี่ยมสุข ซอย 10 ซอยวัดกู้ ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด หลังรับแจ้งลักลอบกักเก็บแอลกอฮอล์จำนวนมาก พบถังพลาสติก 200 ลิตร บรรจุแอลกอฮอล์ 42 ถัง รวม 8,400 ลิตร นอกจากนี้ยังพบแกลลอนเปล่าความจุ 1.5 ลิตร ราว 2 พันใบ มี น.ส.นันทพันธ์ พิสิษฐ์เดโช อายุ 34 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน สอบสวน น.ส.นันทพันธ์ให้การปฏิเสธ อ้างว่า แอลกอฮอล์ดังกล่าวไม่ใช่ของตน มีนายแอนดี้ คนรู้จักกันมาฝากไว้ ต่อมาช่วงสายวันที่ 30 มี.ค. นายชลธี ยังตรง รอง ผวจ.นนทบุรี นายสมยศ วิชากร นอภ.ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบแอลกอฮอล์ที่บ้านดังกล่าว พบเจลอนามัยทำความสะอาดมือซุกซ่อนภายในบ้านอีกกว่า 1 พันขวด แจ้งความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าฐานไม่แสดงต้นทุนราคาสินค้า ราคาจำหน่าย ปริมาณผลิตและไม่แสดงราคา และ พ.ร.บ.เครื่องหมาย การค้า เสนอ จำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าปลอมและลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น

    ศาลให้สืบพยานจากเรือนจำ

    ที่ศาลยุติธรรม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เผยว่า วันนี้ นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา มีประกาศระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาในศาลที่เกี่ยวกับผู้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ หรือสถานที่กักขังระหว่างการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) พ.ศ.2563 ว่า การป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดแก่ผู้ถูกคุมขังที่แออัดในเรือนจำ หรือสถานที่กักขัง และบุคลากรต่างๆในกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญอาศัยอำนาจตามความมาตรา 5 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ออกระเบียบดังนี้ การติดต่อระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ทนายความ คู่ความในคดี และเจ้าพนักงานเรือนจำ หรือเจ้าหน้าที่สถานที่กักขังอาจกระทำทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นก็ได้ การที่ประธานศาลฎีกาออกระเบียบนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยที่ผู้ต้องหาจากเรือนจำก็จะไม่ต้องออกนอกสถานที่มายังศาล

    เจ้าคณะอยุธยาสั่งงดจัดงานบวช

    พระธรรมรัตนมงคล เจ้าคณะ จ.พระนครศรีอยุธยา มีหนังสือแจ้งเจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ เรื่องมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับพระภิกษุสามเณรระบุว่า ตามที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 รุนแรงขึ้นตามลำดับ ทั้งประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักรมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.-30 เม.ย. แต่ปรากฏว่ายังมีการจัดกิจกรรมงานบุญต่างๆ เสี่ยงแพร่ระบาดโรคในวัดบางแห่ง ดังนั้นขอให้คณะสงฆ์ จ.พระนคร– ศรีอยุธยาถือปฏิบัติ อาทิ ให้งดจัดพิธีบรรพชาอุปสมบท ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายฯ กรณีมีพระภิกษุสามเณร หรือคฤหัสถ์ในสังกัด หรือที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่น ให้บุคคลดังกล่าวกักตัวที่วัด 14 วัน ให้ทุกวัดงดจัดกิจกรรมเนื่องในวันสงกรานต์หรือกิจกรรมอื่น หากมีประชาชนนำศพผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสมาบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจ ให้เจ้าอาวาสแจ้งหน่วยงานบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ช่วยดำเนินการตามหลักและมาตรการรักษาความปลอดภัย

    ซีพีเอฟส่งอาหารให้ รพ.รัฐ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ไทย เดินหน้าส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยให้โรงพยาบาลรัฐที่มีผู้ป่วยโควิด-19 ต่อเนื่อง ตามโครงการ “CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัย COVID-19” ส่งมอบแล้วกว่า 70 แห่งทั่วทุกภาคของไทย อาทิ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ภูเก็ต นครราชสีมา ขอนแก่น นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ เป็นต้น นอกเหนือไปจากการสนับสนุนด้านอาหาร บริษัทฯยังลดภาระแพทย์-พยาบาล ด้วยการสนับสนุนให้คนไทยกักตัวหลังกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงไปแล้วกว่า 1 หมื่นคน เป็นการช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อ เพื่อให้จำนวนผู้ป่วยไม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ช่วยแบ่งเบาภาระแพทย์ได้อีกทางหนึ่ง

    บันทึกประวัติศาสตร์โควิด–19

    นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก มีผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนมาก ตลอดจนมีผู้เสียชีวิตเพิ่มทุกวัน ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของโลกที่ต้องจารึกเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง ตนมอบหมายให้สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติจัดทำบันทึกจดหมายเหตุแห่งชาติ เกี่ยวกับโรคการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จัดทำบันทึกประวัติศาสตร์ลักษณะ คล้ายช่วงการระบาดของโรคร้ายแรงในประเทศไทย ทั้งกาฬโรคและอหิวาตกโรค

    นนทบุรีลงขัน 100 ล.

    นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี ประกาศคำสั่งให้ร้านสะดวกซื้อทั้งหมดในจังหวัดนนทบุรี หยุดให้บริการตั้งแต่เวลา 23.00 ถึง 05.00 น. มีผลบังคับใช้วันที่ 31 มี.ค.63 เพราะที่ผ่านมายังมีกลุ่มบุคคลออกมารวมตัวกันทำให้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น ทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วยความยากลำบาก ผวจ.นนทบุรีกล่าวอีกว่า ต้องขอบคุณนายก อบจ.นนทบุรี มอบเงินช่วยเหลือ 50 ล้านบาท เทศบาลนครนนทบุรี 25 ล้านบาท และเทศบาลปากเกร็ด 25 ล้านบาท รวม 100 ล้านบาท เพื่อจะซื้อเครื่องช่วยหายใจ เครื่องฟอกไต ชุดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อจะได้มีอุปกรณ์เตรียมพร้อมไว้ให้ใช้ได้อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งจัดเตรียมสถานที่รองรับผู้ป่วยติดโควิด-19 ไว้จำนวน 3 ที่ ที่แรกจะใช้อาคารเรียนมหาวิทยาลัยนนทบุรี ส่วนอีก 2 ที่อยู่ระหว่างจัดหาอยู่ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยแออัดและเครียดระหว่างที่เข้ารับการรักษา

    เน็ตมือถือ 10 กิกะไบต์ฟรี 1 เดือน

    นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอีเอส) เห็นชอบแนวทางตามที่ กสทช.เสนอ สนับสนุนเงินงบประมาณราว 3,400 ล้านเพื่อให้ผู้ใช้มือถือ 50 กว่าล้านเลขหมายใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มเป็น 10 กิกะไบต์ ต่อ 1 คน 1 เลขหมาย และเพิ่มความเร็วสำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประจำที่ หรืออินเตอร์เน็ตบ้านเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในภาวะวิกฤติแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และรองรับการทำงานที่บ้าน เป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล work form home เพื่อลดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รายละเอียดทั้งหมด กสทช.จะประกาศให้ทราบภายในต้นเดือน เม.ย.นี้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ลงทะเบียนรับเงิน 5000ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันไข่ไก่ส่งออกไข่ไก่หน้ากากอนามัยข่าววันนี้

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้