ข่าว
100 year

ฟันธง 0.5% กนง.ลดดอกเบี้ย กสิกรไทยลดโตปีนี้แค่ 0.5%

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 มี.ค. 2563 08:25 น.
SHARE

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ลดประมาณการจีดีพีปีนี้เหลือ 0.5% เซ่นโควิด-19 หลังนักท่องเที่ยวหาย 8.3 ล้านคน รายได้หายกว่า 4 แสนล้าน คนตกงาน 2 แสนคน มูลค่าตลาดค่าปลีก 1.5-2 แสนล้าน ชี้ไทยติดลบแน่ไตรมาส 1 และ 2 ฟันธงใน ช่วงต่อจากนี้ กนง.ลดดอกเบี้ยอีก 0.5% ประเดิมนัดแรก 0.25% วันที่ 25 มี.ค.นี้ ตรงกับศูนย์วิจัยไทยพาณิชย์ ที่คาดจะลดครั้งนี้ 0.25%

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้เหลือ 0.5% จากเดิม 2.7% เนื่องจากเกิดปัจจัยช็อกทางเศรษฐกิจ จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ปีนี้นักท่องเที่ยวหายไป 8.3 ล้านคน หดตัว 20.8% จากปีก่อน ส่งผลให้รายได้ จากการท่องเที่ยวหายไป 400,000 ล้านบาท ขณะที่การจ้างงานในภาคท่องเที่ยว คาดจะว่างงานเพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง ยังมีผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อการส่งออก ซึ่งประเมินว่าการส่งออกปีนี้ติดลบ 5.6% จากปีก่อน

“การขยายตัวของจีดีพีปีนี้ที่ 0.5% อยู่บนสมมติฐานการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีนและ ในประเทศอื่นๆ จบภายในไตรมาส 2 ปีนี้ รวมทั้ง ในประเทศไทยไม่เกิดสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 จีดีพีของประเทศไทยจะติดลบ และไตรมาสที่ 3 จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอ่อน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติในช่วงไตรมาส 4”

ขณะที่มาตรการการเงินและการคลังที่ออกมาจะช่วยแบ่งเบาภาระหนี้ หรือเป็นการต่อลมหายใจ ทั้งนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประชุมฉุกเฉินพร้อมปรับลดดอกเบี้ยลง 0.5% ทำให้เชื่อว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จาก 1% เหลือ 0.75% นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการแพร่ระบาดในยุโรปและสหรัฐฯ นับจากนี้มีความรุนแรงขึ้น กนง.มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยสูงถึง 0.5% และหลังจากนั้น ขึ้นกับการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และแม้ทางเลือกการปรับลดดอกเบี้ยอาจไม่ใช่ยาวิเศษที่พลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วในจังหวะไม่ปกติเช่นนี้ แต่ก็คงช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนลงได้บางส่วน

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังระบุว่า ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงครึ่งปีแรก บวกกับกำลังซื้อของคนในประเทศที่ยังคงอ่อนแรงต่อเนื่อง การว่างงานที่เพิ่มขึ้น และภัยแล้ง ส่งผลให้คาดว่า ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกทั้งปี 63 จะหดตัวราว 0.8% เมื่อเทียบกับ ปีที่ผ่านมา แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดลากยาวออกไปหรือรุนแรงขึ้น ก็อาจจะทำให้มูลค่าตลาดค้าปลีกหดตัวถึง 2.2% หรือคิดเป็นเม็ดเงินค้าปลีกทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่สูญหายไป 150,000-200,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆที่น่าจะมีการใช้จ่ายที่ลดลง และอาจจะถูกแทนที่ด้วยกลุ่มสินค้าอุปโภค-บริโภค อาหารแห้ง ของใช้ส่วนตัว รวมถึงหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งมีความจำเป็นและอาจมีการสำรองสินค้ากลุ่มนี้ไว้บ้าง ตามกำลังซื้อท่ามกลางความกังวลต่อโควิด-19

ส่วนธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทย สถานการณ์การชะลอตัวลงแรงของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะครึ่งปีแรกจะส่งผลกระทบต่อรายได้ ทั้งรายได้จากดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม โดยได้ปรับลดประมาณการของการเติบโตของสินเชื่อลงมาที่ระดับไม่เกิน 1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นตามทิศทางเอ็นพีแอลที่มีโอกาสขยับขึ้น

ขณะที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปในหลายประเทศมากขึ้น ทำให้ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงของทั้งไทยและโลกรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้ ด้วยเหตุนี้ กนง. จึงอาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพิ่มเติมอีก 0.25% ลงมาอยู่ที่ 0.75%

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลดดอกเบี้ยจีดีพีธนาคารกลางสหรัฐฯดอกเบี้ยนโยบายโควิด-19ข่าววันนี้ไวรัสโคโรนา

Most Viewed