ข่าว
100 year

ชู 7 สิ่งมหัศจรรย์ระบบการเงินดิจิทัล ธปท.จัดงานรวมฟินเทคครั้งที่ 2

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.ค. 2562 09:04 น.
SHARE

ยกระดับ “พิสูจน์ตัวตน” สุดไฮเทค

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นประธานเปิดงาน Bangkok FinTech Fair 2019 : Collaboration for the Future of Finance ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 18-19 ก.ค. ณ ศูนย์การเรียนรู้ ธปท. โดยเป็นการจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยระบุว่า วัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบเทคโนโลยีการให้บริการทางการเงินในไทยประกอบด้วย 3 เรื่องหลัก คือการเพิ่มผลิตภาพ และประสิทธิภาพของการให้บริการทางการเงิน การเข้าถึงผู้ใช้บริการทางการเงินอย่างทั่วถึง และการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน โดยมีจุดเด่นใน 7 บริการทางการเงิน ที่เปรียบเสมือน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของระบบการเงินดิจทัลที่ช่วยปฏิรูประบบการเงินของประเทศ ประกอบด้วย 1.ระบบพร้อมเพย์ ที่ในขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้บริการสูงเกือบ 50 ล้านบัญชีทั่วประเทศ 2.มาตรฐานคิวอาร์โค้ด 

ซึ่งมีร้านค้าที่รับชำระผ่านทางคิวอาร์โค้ด 5 ล้านร้านค้า 3.ระบบการโอนเงินอิเลกทรอนิกส์ ที่มีธุรกรรมการโอนเงินเพิ่มขึ้นจาก 440 ล้านครั้ง เป็น 700 ล้านครั้งภายในเวลา 1 ปีครึ่ง ซึ่งช่วยรองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจฐานดิจิทัล 4.การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้การออกหนังสือค้ำประกัน และให้บริการทางการเงินด้านอื่น 5.การโอนเงินข้ามประเทศในต้นทุนที่ถูกลง และเวลาที่เร็วขึ้น 6.โปรเจ็กต์อินทนนน์ โครงการต้นแบบการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงิน โดยใช้สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) แทนการใช้เงินสด ซึ่งกำลังเข้าสู่เฟสที่ 3 ทดสอบใช้ข้ามประเทศ และ 7.การร่วมมือในการกำกับดูแลการให้บริการเงินดิจิทัล ในประเทศและระหว่างประเทศ

นอกจากนั้น ยังมีความคืบหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การยกระดับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลผ่านระบบ National Digital Identity (NDID) โดยได้มีการตั้งบริษัทเนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด เพื่อเป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐ และเอกชนในการเชื่อมต่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เช่น เทคโนโลยีชีวภาพต่างๆ ซึ่งจะทำให้สามารถเปิดบัญชี และใช้บริการทางการเงินข้ามธนาคารได้ภายในปีนี้และการเปิดตัวบริการ MyPromptQR ซึ่งเป็นขยายระบบการจ่ายเงินพร้อมเพย์ และคิวอาร์โค้ดรูปแบบใหม่ที่ขยายสู่ภาคธุรกิจในช่วงต่อไป ธปท. จะเดินหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้บริการทางการเงินผ่าน 4 แนวทาง คือ 1.การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิด เอื้อให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเชื่อมต่อได้ 2.ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงกัน ทั้งในส่วนของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน รวมทั้งเชื่อมโยงไปในยังระบบอาเซียนในอนาคต 3.การสร้างแรงจูงใจในการให้ และใช้บริการ เช่น การลดค่าบริการให้ถูกลง และ 4.การดูแลให้ระบบการกำกับดูแลมีความยืดหยุ่น และเหมาะสม ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ครั้งนี้ วันละ 1,000 คน”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิรไท สันติประภพธนาคารแห่งประเทศไทยธปท.การเงินดิจิทัลฟินเทคเทคโนโลยีข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้