ข่าว
100 year

ออกมาตรการสกัดเก็งกำไร ธปท.ชี้เงินร้อนต่างชาติแห่เข้าโจมตีค่าบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์13 ก.ค. 2562 05:20 น.
SHARE

“แบงก์ชาติ” ระบุเห็นต่างชาติซื้อเงินบาทในตลาดเงินบาทต่างประเทศ เข้ามาพักไว้ในบัญชีในประเทศ หวังเก็งกำไรจากค่าเงินบาทแข็ง ออก 2 มาตรการสกัดเงินร้อน หวังตัดตอนพวกเก็งกำไรค่าเงินบาท พร้อมลดยอดวงเงินที่สามารถพักค้างไว้ในบัญชีเงินบาทของผู้มีถิ่นฐานต่างประเทศ ใครมีเกินกำหนดให้แลกกลับใน 22 ก.ค.นี้ ยืนยันพร้อมออกมาตรการเพิ่มหากไม่เลิก “เก็งกำไร”

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เนื่องจากภาวะตลาดการเงินโลกปัจจุบัน มีความผันผวนเพิ่มมากขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางหลายแห่ง ส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมีแนวโน้มไหลกลับมายังกลุ่มประเทศเกิดใหม่อีกครั้ง โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับประเทศเกิดใหม่อื่น ทำให้นักลงทุนต่างชาติเพิ่มการถือครองเงินบาทและลงทุนในหลักทรัพย์ไทยมากขึ้นในระยะหลัง รวมทั้งบางส่วนอาจใช้ไทยเป็นแหล่งพักเงินระยะสั้น ธปท.ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด และกังวลกับค่าเงินบาทที่ปรับแข็งค่าขึ้นเร็วและแข็งค่ามากเมื่อเทียบกับสกุลเงินภูมิภาค จนอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ดังนั้น ธปท.จึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรการการเก็งกำไรค่าเงินบาท เพื่อติดตามพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

ทั้งนี้ ธปท.ได้ปรับปรุงใน 2 ส่วน 1.ปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท โดยลดยอดคงค้างบัญชีเงินฝากสกุลบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (non-resident : NR) ทั้งบัญชีลงทุน Non-resident Baht Account (NRBA) และบัญชีลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน Non-resident Baht Account for Securities (NRBS) จากเดิมอนุญาตให้มียอดคงค้างเงินบาทค้างคืนได้ไม่เกิน 300 ล้านบาท ลดลงเหลือไม่เกิน 200 ล้านบาทต่อราย เพื่อลดช่องทางการพักเงินระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.นี้เป็นต้นไป โดยหากต่างชาติรายใดมีบัญชีที่มียอดคงค้างเกินกว่า 200 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินดำเนินการเจ้าของบัญชีปรับลดยอดคงค้างภายในเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม กรณีที่บัญชีของต่างชาติที่มีถิ่นฐานอยู่นอกประเทศ ไม่ใช่สถาบันการเงินและไม่ได้มีการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน ที่มีการค้าการลงทุนกับคู่ค้าในประเทศ ไทย และมีการชำระหรือรับชำระกับคู่ค้าเป็นสกุลบาท สามารถยื่นขออนุญาต ธปท.เพื่อขอผ่อนผันจำนวนยอดคงค้าง ณ สิ้นวัน ได้เป็นรายกรณี ซึ่ง ธปท.จะพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม

สำหรับส่วนที่ 2 ธปท.จะเพิ่มความเข้มงวดการรายงานข้อมูลยอดคงค้างการถือครองตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยให้รายงานถึง ระดับชื่อ “ผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง” เพื่อให้สามารถติดตามพฤติกรรมการลงทุนในตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อประโยชน์ต่อการวิเคราะห์แนวโน้มและกำหนดนโยบายหรือมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศในระยะต่อไป โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่งวดการรายงานข้อมูลเดือน ก.ค.นี้เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมในการถาม-ตอบ ประกอบการออกมาตรการดังกล่าวนี้ ธปท.ได้ระบุถึงเหตุผลที่ใช้มาตรการลดวงเงินยอดคงค้างบัญชีเงินบาทของต่างชาติว่า ในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น ธปท.พบว่านักลงทุนต่างชาติทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับเงินบาทในปริมาณสูงขึ้นโดยเฉพาะในตลาดเงินบาทนอกประเทศ (offshore) และจะนำเงินบาทที่ได้รับไปฝากไว้ในบัญชีดังกล่าว เพื่อให้ได้ผลประโยชน์หากเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในการออกมาตรการนี้ ธปท.ต้องการลดช่องทางการพักเงินบาทเพื่อเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินโดยไม่จำเป็น โดย ธปท.ได้ประเมินแล้วว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าการลงทุนของประเทศไทยในภาพรวม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (12 ก.ค.) ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 30.79 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าจากปิดตลาดที่ 30.60 บาทต่อดอลลาร์ สหรัฐฯ หลังอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย. และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาด และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี กลับมามากกว่า 2% ทั้งนี้ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศ 2 มาตรการสกัดการเก็งกำไรค่าเงินบาทในระยะสั้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าทันทีลงไปแตะที่ 30.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากนั้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ 30.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มาตรการของ ธปท.ต้องใช้เวลาเพื่อติดตามประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงที่เงินดอลลาร์ กลับมาอ่อนค่าลงจากประเด็นเรื่องดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ยังคงเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้าไทยในช่วงหลังจากนี้ และหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับที่ผิดปกติ คาดว่า ธปท.ก็อาจจะกลับมา ประเมินความจำเป็นของการปรับใช้มาตรการ/ เครื่องมืออื่นเพิ่มเติมอีกในระยะต่อๆไป.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แบงก์ชาติเงินบาทธปท.ตลาดการเงินเก็งกำไรอัตราเงินเฟ้อนักลงทุนต่างชาติ

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้