ข่าว
100 year

เงินเฟ้อเดือน ส.ค.พุ่ง 1.62% “พาณิชย์” ยันปลากระป๋องยังไม่ขึ้นราคาขาย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ก.ย. 2561 09:40 น.
SHARE

ผู้ผลิตปลากระป๋องแบกรับต้นทุนไม่ไหว ขอปรับขึ้นราคาขาย “พาณิชย์” เตรียมตรวจสอบต้นทุน ย้ำชัดยังไม่มีรายใดได้รับอนุมัติขึ้นราคา ขณะที่เงินเฟ้อเดือน ส.ค. โตต่อเนื่อง 14 เดือน พุ่ง 1.62% ทำให้ 8 เดือนเพิ่มขึ้น 1.12% ชี้ไตรมาส 4 ขยับอีก 1.5% คาดทั้งปีโต 1.2% ตามภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ผลิตปลากระป๋อง 1 ราย ได้ยื่นขอปรับขึ้นราคาจำหน่ายเข้ามายังกรมการค้าภายใน โดยให้เหตุผลว่า ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น จากราคาเหล็กที่ใช้ผลิตกระป๋อง (ทินเพลต) สูงขึ้น จนรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว จึงต้องปรับขึ้นราคาจำหน่าย ซึ่งกรมอยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีต้นทุนการผลิตปลากระป๋องรายการใดปรับขึ้นราคาอีกบ้าง เพื่อดูโครงสร้างต้นทุนการผลิตให้ครอบคลุม เช่น วัตถุดิบหลัก คือ เนื้อปลา หากไม่ขึ้นราคา แต่ขึ้นเฉพาะกระป๋องที่ใช้บรรจุ ก็อาจให้มีการบริหารจัดการ เพื่อลดต้นทุนในส่วนอื่นๆไปก่อน และยังไม่ให้ปรับขึ้นราคา หรือหากจะให้ปรับขึ้นราคา ก็อาจให้ปรับขึ้นไม่เท่ากับที่ผู้ผลิตขอมา

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ผู้ประกอบการสามารถขอปรับขึ้นราคาเข้ามายังกรมได้ ส่วนจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ ขอศึกษาโครงสร้างต้นทุนวัตถุดิบอีกครั้ง ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตปลากระป๋องรายใดปรับขึ้นราคาขาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปทำหนังสือมายังกรมการค้าภายใน เพื่อขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากต้นทุนการผลิตอาหารกระป๋องสูงขึ้น จากทินเพลตปรับขึ้นราคาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ทินเพลตปรับขึ้นราคาแล้ว 6 ครั้ง โดยจากไตรมาส 1 ปี 2560 ปรับขึ้นตันละ 3,200 บาท และล่าสุดไตรมาส 2 ปีนี้ ปรับขึ้นตันละ 1,000 บาท รวมปรับขึ้นแล้วตันละ 8,300-9,000 บาท ผู้ที่ได้รับผลกระทบมีตั้งแต่ผู้ผลิตผักผลไม้กระป๋อง อาหารทะเลกระป๋อง โดยแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าที่จำหน่าย เช่น อาหารทะเล สามารถจำหน่ายได้ราคาสูง มีสัดส่วนทินเพลตต่อต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 15% แต่ถ้าเป็นกลุ่มผักผลไม้จำหน่ายได้ราคาต่ำกว่า มีทินเพลตเป็นสัดส่วน ต้นทุนการผลิตสูงถึง 40%

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ส.ค.ที่ผ่านมาพบว่า ดัชนีเท่ากับ 102.27 สูงขึ้น 1.62% เทียบกับเดือน ส.ค.2560 เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 14 และเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.26% ขณะที่เงินเฟ้อเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค.) เพิ่มขึ้น 1.12%

“สาเหตุที่เงินเฟ้อสูงขึ้น 1.62% เป็นผลจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 2.10% สินค้าสำคัญๆราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมัน, ค่าเช่าบ้าน, ค่าโดยสารสาธารณะ ส่วนดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 0.77% สินค้าสำคัญๆราคาสูงขึ้น เช่น ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง, อาหารบริโภคนอกบ้าน”

ทั้งนี้ เมื่อแยกรายการสินค้าที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อ 422 รายการ พบว่า สินค้าราคาสูงขึ้น 226 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้า นมสด นมผง ซีอิ๊ว กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง อาหารตามสั่ง ส่วนสินค้าราคาลดลง 112 รายการ และราคาไม่เปลี่ยนแปลง 84 รายการ

“เมื่อหักกลุ่มพลังงานออกไป พบว่าเงินเฟ้อขยายตัว 0.6% สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มขยายตัว โดยมีกำลังซื้ออยู่ในเกณฑ์ดีขึ้น ประเมินจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สูงขึ้น ปริมาณการบริโภคของภาคเอกชนดีขึ้น และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ สนค.สำรวจจากความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ 3,500 คน เกี่ยวกับความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย พบว่า เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน อยู่ที่ระดับ 37.6 จากเดือน ก.ค.61 ที่อยู่ระดับ 37.1 สะท้อนว่าผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย”

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 4 คาดว่า จะขยายตัว 1.5% และตลอดทั้งปีนี้ คาดว่าเงินเฟ้อจะขยายตัว 1.2%.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เงินเฟ้อปลากระป๋องขึ้นราคาปลากระป๋องต้นทุนการผลิตภาษีมูลค่าเพิ่ม

คุณอาจสนใจข่าวนี้