ข่าว
100 year

สิทธิ์อีกเด้ง!! บัตรคนจน เปิดบัญชีแบงก์ศูนย์บาท ยกเว้นค่าธรรมเนียม

ไทยรัฐออนไลน์3 ส.ค. 2561 12:35 น.
SHARE

ย้ำอีกครั้ง!! หากไม่มีใครรู้สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน รวมถึงผู้สูงอายุ โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ สามารถเปิดบัญชีเงินฝากพื้นฐานได้ 1 บัญชี ต่อ 1 แบงก์ ไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำในการเปิดและเงินคงเหลือในบัญชี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีในการฝาก-ถอน-โอน กับธนาคารพาณิชย์ 14 แห่งที่ร่วมให้บริการ รวมถึงธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

เพราะที่ผ่านมาทางธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ พบว่าการเข้าถึงบริการทางการเงินภาคครัวเรือน ปี 2559 มีคนกว่า 30% เข้าไม่ถึงและไม่ได้ใช้บริการเงินฝาก จึงต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการการเงินได้สะดวกด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า จึงเกิดความร่วมมือการให้บริการบัญชีเงินฝากเพื่อการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน หรือบัญชีเงินฝากพื้นฐาน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยไม่มีต้นทุนหรือภาระ จากการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน

ที่ผ่านมาทางธนาคารพาณิชย์จะกำหนดต้องมีเงินขั้นต่ำในบัญชีไม่ต่ำกว่า 2 พันบาท หากไม่เช่นนั้นจะคิดค่ารักษาบัญชี หักเงินจนหมดและถูกปิดบัญชี โดยผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปต้องไปลงทะเบียนกับธนาคาร เพื่อให้ได้รับการยกเว้น ไม่มีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำ หรือไม่มีเงินก็สามารถเปิดบัญชีได้ และเงินในบัญชีไม่ถูกตัด มีเงินจำนวนเท่าไร ก็จะเหลือเท่านั้น จะไม่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชีใดๆ ทั้งสิ้น เหมือนกับบัญชีเงินทั่วไป

นอกจากนี้ ยังสามารถทำบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิตได้อีกด้วย ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า และฟรีค่าธรรมเนียมรายปี ดังนั้นผู้มีบัตรคนจน จำนวน 11.4 ล้านคน และผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 8 ล้านคน ให้เตรียมพร้อมติดต่อโดยตรงกับธนาคารที่ร่วมให้บริการ

สำหรับธนาคารที่เข้าร่วมทั้ง 14 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารทิสโก้, ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารธนชาต, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) รวมถึงธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ

ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากทั่วๆ ไป แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ซึ่งแล้วแต่สถาบันการเงินแต่ละแห่งอาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์การเงิน

1.บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Savings Account) ไม่กำหนดระยะเวลาและจำนวนครั้งในการฝาก-ถอน ใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต สามารถใช้หักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ และบัญชีประเภทนี้กำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่สูงนัก เช่น 500 บาท คิดดอกเบี้ยเป็นรายวันซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำ หากบัญชีไม่เคลื่อนไหวเกินเวลา หรือมียอดเงินคงเหลือในบัญชีต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี

2. บัญชีเงินฝากประจำ (fixed deposit account) มีกำหนดระยะเวลาการฝากถอนที่แน่นอน เช่น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงิน ต้องการออมเงินระยะยาวและหวังผลตอบแทนในรูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ แต่หากถอนก่อนครบกำหนด อาจได้รับดอกเบี้ยน้อยกว่าอัตราที่สถาบันการเงินประกาศไว้
 
3.บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (current account) ช่วยบริหารจัดการเงินของบริษัทหรือร้านค้า สามารถใช้เช็คในการเบิกจ่ายเงินได้ ช่วยลดปริมาณเงินสดที่บริษัทหรือร้านค้าต้องเก็บไว้ และยังสามารถขอใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือที่เรียกว่าเงิน O/D ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในกรณีเงินขาดบัญชีและช่วยลดปัญหาเช็คเด้งได้ โดยต้องเสียดอกเบี้ยเฉพาะเงินส่วนที่เบิกเกินบัญชีตามระยะเวลาที่เบิกเกินบัญชี นอกจากนี้ยังมีบัญชีประเภทอื่นๆ เช่น 1. บัญชีเงินฝากประจำรายเดือนแบบปลอดภาษี 2.บัญชีเงินฝากแบบขั้นบันได และ 3. บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ 

คงเห็นภาพกันแล้วสำหรับความแตกต่างของบัญชีเงินฝากแต่ละประเภท หากเปรียบเทียบกับบัญชีเงินฝากพื้นฐานแล้วก็คล้ายกับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ใครได้สิทธิ์ให้เตรียมตัว หรือสอบถามธนาคารในเบื้องต้นก่อน อย่าเริ่มตุลาคมนี้!!

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไม่เสียค่ารักษาบัญชีร่ารักษาบัญชีค่าธรรมเนียมแบงก์บัตรคนจนข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้