king10
Thairath Logo
กีฬา

เปิดมุมคิด "ธุรกิจ 2พี่น้อง" รักอาชีพค้าขาย โกยรายได้ "หมูปิ้ง-หมูทอด"

Share :
line-share-logo

ยุคนี้นอกจากผู้ใหญ่จะปล่อยให้เด็กคิดนอกกรอบกันอย่างสร้างสรรค์แล้ว ยังให้อิสระในการเลือกประกอบอาชีพสุจริต ตามความสนใจ เด็กยุคใหม่จึงมีความคิดก้าวกระโดดในการทำรายได้เป้าหมายคือ "ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร" ที่สำคัญต้องมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า

"ต้นไม้ - ต้นยี่" 2 หนุ่มพี่น้อง หนุ่มหล่อวัยเพียง 20 ปีกว่าๆ "น้องต้นไม้" หรือ นายชาติโยดม ปรีชาเลิศพิริยะ อายุ 25 ปี เรียนจบระดับปริญญาตรีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ วิชาเอกกีตาร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วน "ต้นยี่" หรือ นายภัทรพล ปรีชาเลิศพิริยะ อายุ 23 ปี เรียนจบปริญญาตรี เอกบริหารธุรกิจจากไต้หวัน ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ เปิดแนวคิดมุมมอง 2 พี่น้องกับอาชีพค้าขาย อะไรดลใจให้ต้องทำธุรกิจ "หมูๆ" 

งานประจำไม่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ 

"ผมเคยไปสมัครงานที่บริษัทใหญ่ระดับประเทศในเมืองไทย ซึ่งทางผู้บริหารก็ตกลงที่จะรับผมเข้าทำงาน โดยใช้วุฒิปริญญาตรีด้วยข้อเสนอเงินเดือน 4 หมื่นกว่าบาท ภายใต้เงื่อนไขต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายจนกว่าจะสำเร็จลุล่วง นั้นหมายความว่า หากวันไหนหยุดแต่งานเรายังไม่เสร็จ หรือสานต่องานที่ค้างไว้ยังไม่ได้ เราก็ห้ามหยุด ต้องไปทำงานจนกว่าจะเสร็จเรียบร้อยดี ซึ่งก็ยังไม่รู้เลยว่างานที่เค้าให้เราทำจะมากน้อยแค่ไหน และมีความยากระดับใด แต่ที่รู้คือเราจะไม่มีวันหยุดให้ตัวเองได้พักผ่อนหากเราทำงานไม่เสร็จ ผมจึงตัดสินใจเลิกคิดที่จะเดินหน้าสมัครเข้าไปเป็นลูกจ้างคนอื่น" ต้นยี่ เล่าให้เราฟัง

ขณะที่ความคิดของ "ต้นไม้" พี่ชายของต้นยี่ ที่จบการศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เหตุผลเราว่า "ผมว่าหากเราเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เราจะสามารถบริหารเวลาได้ดี และกำหนดควบคุมรายรับ-รายจ่าย ได้ด้วย เพราะนอกจากที่ผมจะขายหมูทอดแล้ว ผมยังสามารถทำธุรกิจอย่างอื่นไปได้พร้อมๆ กัน ที่สำคัญผมได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับด้านการเล่นหุ้น เทรดหุ้น โดยที่ธุรกิจขายหมูทอดของผมไม่ได้ขาดตกบกพร่อง ผมมีลูกจ้างที่จะคอยช่วยเหลือเมื่อผมไม่ว่าง ส่วนรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ก็สมน้ำสมเนื้อดี"  

เรียนจบแล้วจะไม่ขอเงินที่บ้าน 

"ค่าใช่จ่ายของพวกผมตอนเรียนนี่ก็เยอะพอสมควร โดยเฉพาะของผมที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ไต้หวัน พอเรียนจบก็อยากแบ่งเบาภาระของครอบครัว ส่วนพี่ต้นไม้ เค้าเปิดร้านขายหมูทอดตั้งแต่เรียนยังไม่จบครับ เค้าเริ่มเป็นเจ้าของกิจการขายหมูทอดเองตั้งแต่ตอนปี 4 ตอนนี้พี่ต้นไม้เรียนจบแล้ว ก็สานต่อกิจการ ส่วนผมเพิ่งเริ่มทำได้เพียงปีกว่า ก็ถือว่าสามารถหารายได้ใช้เองสมความตั้งใจ" ต้นยี่ กล่าว

สำหรับเงินลงทุนเปิดกิจการ เป็นเงินที่เก็บมาจากค่าขนมที่พ่อแม่ส่งให้ขณะเรียนหนังสือ ต้นไม้ ให้ข้อมูล "ของต้นยี่ ขายหมูปิ้งหน้าเมเจอร์รัชโยธิน ลงทุนไม่เยอะมากครับ ไม่เกิน 20,000 บาท เปิดกิจการได้เลย ส่วนของผมลงทุนเยอะหน่อย เพราะร้านอยู่ในฟู้ดคอร์ท ขายหมูทอด ผมต้องเซ้งร้าน ตกแต่งร้าน เริ่มต้นเปิดก็หลักแสนเลย แต่ก็ถือว่ากิจการไปได้ดีนะครับ เพราะหมูทอดผมอร่อย เลือกเฉพาะของที่มีคุณภาพมาขายด้วย" ต้นไม้ กล่าว 

ขายได้เงินวันละเกือบหมื่นบาท 

"ของผมลงทุนวันนึงก็พอประมาณ ส่วนกำไรเรียกว่าสามารถเลี้ยงตัวเองได้ครับ ขายตกวันนึงตั้งแต่ 9 โมงเช้าจน 4 ทุ่ม ได้เงินประมาณ 8-9 พันบาท แต่เมื่อหักค่าที่ ค่าจ้าง ค่าเช่าที่ ก็เหลือเก็บเดือนละ 4-5 หมื่นครับ  ส่วนพี่ต้นไม้ก็ขายหมูทอดตั้งแต่ 11 โมงเช้าไปจนถึง 4 ทุ่ม ก็ได้เงินวันนึงเกือบๆ 1 หมื่นบาท อย่างที่บอกว่าเราขายยาวตลอดทั้งวัน แล้วก็ขายจำนวนเยอะพอสมควร และก็มีลูกจ้างช่วยขายด้วยทุกวัน" ต้นยี่ กล่าว 

"ผมว่าการค้าขายเป็นเรื่องที่ดีนะครับ เราเห็นต้นทุนเห็นกำไร รู้เลยว่าวันไหนขายได้ หรือขายไม่ได้ สูตรไหนต้องปรับปรุง สูตรไหนคนชอบ สูตรไหนขายดี แต่ก็ต้องเตรียมหมักหมูทุกคืนก่อนนอน เช้ามาก็ให้ลูกจ้างไปขายบ้าง ไปเองบ้าง วันไหนลูกจ้างไปผมก็เอาเวลาตรงนี้ไปทำอย่างอื่นที่มันมีรายรับเข้ามาเลี้ยงครอบครัว" ต้นไม้ กล่าว

อาชีพในฝันวัยเด็ก 

"ผมเคยอยากเป็นนักดนตรีครับ เพราะชอบเล่นดนตรีมาก และก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นครูสอนดนตรีด้วย แต่พอลองทำจริงมันไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่สมัยนี้ชอบคาดหวังกับเด็ก อยากให้ลูกเรียน เอาจริงๆ เด็กอาจจะไม่ชอบ อย่างมาเรียน 2 ครั้ง จะหวังให้ลูกได้อะไรไปเลยมันยากมาก เพราะเด็กต้องมีใจรักและหมั่นฝึกฝนด้วยตัวเองควบคู่กันไป ที่ผ่านมาผมเห็นบ่อยมากที่พ่อแม่เป็นคนอยากจะให้ลูกเรียนเอง ทั้งๆ ที่เค้าอาจจะอยากเป็นนักกีฬาก็ได้ ตรงจุดนี้เลยทำให้ผมไม่ค่อยอยากจะสอนดนตรีเหมือนเดิม ไม่อยากฝืนใจเด็กๆ และรับแรงกดดันจากผู้ปกครองครับ" ต้นไม้ กล่าว

"อยากเป็นนักธุรกิจ ติดต่อค้าขายใช้ภาษาต่างประเทศ แล้วก็อยากเป็นนักบินครับ ตอนนี้กำลังสมัครสอบเข้าเรียนการบินเพื่อที่จะไปประกอบอาชีพนักบินในอนาคตนี้" ต้นยี่ กล่าว 

ร้านหมูปิ้ง - หมูทอด นายไม้ (ทำไมต้องหมู) 

"ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่ใช้ชื่อนายไม้ เพราะว่าตั้งชื่อร้านเป็นชื่อผมเอง ผมเริ่มขายหมูทอดก่อนน้อง แล้วร้านผมชื่อว่า "หมูทอดนายไม้" พอน้องชายเรียนจบมาจากไต้หวัน ก็อยากจะเปิดร้านขายของกินบ้าง ช่วงแรกเขาขายลูกชิ้นทอด ลูกชิ้นปิ้ง ขายไม่ดีมาก เค้าเห็นว่าหมูทอดขายดีกว่า แต่ไม่อยากขายซ้ำกับผม เลยเปลี่ยนใจมาเปิดร้านขายข้าวเหนียวหมูปิ้งนายไม้ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จดีนะครับ ขายยาวมาเป็นปีแล้ว" ต้นไม้ กล่าว

"ผมว่าข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรือหมูทอด มันกินไม่ยาก และกินได้ทุกมื้อนะครับ เช้า เที่ยง เย็น ไม้ละ 10 บาท ข้าวเหนียว 1 ห่อ กิน 2-3 ไม้ ก็อยู่ท้อง สะดวกง่าย ตอนขายลูกชิ้นปิ้งราคาไม้นึงก็พอๆ กัน บางไม้แพงกว่า กินแล้วไม่อยู่ท้องเท่าหมูปิ้ง ผมคิดว่าคนไทยชอบกินหมูนะ ส่วนสูตรหมักหมูของพวกเราก็เรียนรู้เอาเองจากญาติๆ ที่บ้านครับ คือเราทำได้ทุกขั้นตอน เพราะว่าถ้าลูกจ้างไม่อยู่เราสามารถขายได้ปกติ" ต้นยี่ กล่าว

อุดหนุน หมูปิ้ง - หมูทอดได้ที่ไหนคะ 

"ร้านหมูปิ้งนายไม้ ขายอยู่หน้าทางเข้าเมเจอร์รัชโยธิน เปิดตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่มครับ ส่วนร้านขายหมูทอดนายไม้ขายในฟู้ดคอร์ต ตรงข้ามอเวนิวส์ อยู่ที่เมเจอร์รัชโยธินเหมือนกันครับ เปิดตั้งแต่เวลา 11 โมงเช้า จนถึง 4 ทุ่ม ช่วงนี้ไปถ้าไม่เจอพวกผมก็จะเจอน้องๆ ที่จ้างมาขายครับ เชิญอุดหนุนกันได้" ต้นไม้ ทิ้งท้าย. 

พี่ต้นไม้
น้องต้นญี่
อ่านเพิ่มเติม...
หมูปิ้งนายไม้หมูทอดนายไม้ค้าขายธุรกิจ2พี่น้องข่าวร้อนข่าวทั่วไป