ไลฟ์สไตล์
100 year

อย่าคาดหวังหลังโควิด–19

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
6 เม.ย. 2564 05:04 น.
SHARE

ฟังคำเตือนจากรัฐบาลทุกประเทศ และองค์กรทางเศรษฐกิจโลกหลายแห่งพูดตรงกันว่า โลกจะเผชิญกับเงินเฟ้ออย่างรุนแรง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะมีน้อยมาก บางประเทศแทบจะเผชิญกับความโกลาหลอลหม่านอย่างคาดไม่ถึง ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากไวรัสโควิด-19 มีมาก แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือประเทศมหาอำนาจชาติใหญ่หลายแห่งก็ยังแทบเอาตัวไม่รอด

ไม่ต้องนึกถึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งที่ช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ ในอดีตยังได้รับความช่วยเหลือจากประเทศพัฒนาแล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีใครช่วยใคร แถมยังไม่มีความร่วมมือกันของนานาชาติเพื่อเอาชนะไวรัสชนิดนี้ เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ ต่างคนต่างแก้ ต่างคนต่างทำ องค์การอนามัยโลกก็ยังไม่มีมาตรการกลางที่ชัดเจน

ข่าวแนะนำ

กลุ่ม 20 หรือ Group of Twenty เสนอทุ่มเงิน 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (150 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโลก ซึ่งกลุ่ม 20 ประกอบด้วยกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศคือ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เยอรมนี รัสเซีย และสหรัฐฯ รวมทั้งกลุ่มประเทศระบบเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่อีก 11 ประเทศคือ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล จีน อินเดีย อินโดนีเซีย เม็กซิโก ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ และตุรกี รวมกับสหภาพยุโรป ทั้งหมดนี้มีขนาดเศรษฐกิจมากถึงร้อยละ 90 ของเศรษฐกิจโลก มีประชากรรวมกันประมาณ 2 ใน 3 ของโลก

เงินเหล่านี้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเอาไปอุ้มเศรษฐกิจประเทศตัวเองมากกว่า เท่าที่ผมทราบ ยังไม่มีแผนช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังอยู่ในนรกหมกไหม้ นั่นก็คือพลเมืองในอีกกว่าร้อยประเทศที่เศรษฐกิจไปต่อแทบไม่ได้สักแห่งเดียว ผู้อ่านท่านคงทราบว่า บริษัทขนาดเล็กล้มละลายกันระเนระนาด ประชาชนถูกเลิกจ้าง ผู้คนในรัฐบาลหลายแห่งรู้ว่าไม่มีความมั่นคงทางการเมืองต่างก็กอบโกยกันเฉพาะหน้า

การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกใน พ.ศ.2564 แทบจะมองไม่เห็นโอกาส ทุกประเทศต่างหนี้ท่วม ไม่มีกำลังพอที่จะไปลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ แค่ประคองไม่ให้ธุรกิจล้มก็เต็มที่แล้ว บางประเทศที่ดีหน่อยก็ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเพื่อให้ยังมีการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ อย่างประเทศไทยก็มีโครงการคนละครึ่ง ม33เรารักกัน เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ

ผมอ่านรายงานฉบับใหม่ของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด พบว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่อังค์ถัดคาดการณ์ไว้เมื่อสิ้น พ.ศ.2564 ยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็นถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (300 ล้านล้านบาท)

พอเศรษฐกิจถดถอยเพราะโควิด–19 รัฐบาลของบางประเทศกลับใช้นโยบายรัดเข็มขัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถูกต้อง ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ประเทศกำลังพัฒนามีเครื่องมือทางการคลังที่จำกัด แถมยังมีความเสี่ยงด้านการสาธารณสุขสูง มีนโยบายเศรษฐกิจที่ล้าหลัง มีคณะผู้นำไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาเรื้อรัง บางรัฐบาลพยายามทำให้ประเทศตัวเองสวยหรูดูดีด้วยการกวาดปัญหาต่างๆเอาไว้ใต้พรม กู้เงินเพื่อเร่งกอบโกยและทิ้งปัญหาไว้ให้รัฐบาลในอนาคตแก้ไข

นิยามคำว่า ยากจน ของธนาคารโลกคือ การที่บุคคลมีรายได้ต่ำกว่า 3.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 96 บาทต่อวัน ขณะนี้ธนาคารโลกประมาณการว่า มีประชากรโลกมากถึง 250 ล้านคนถูกผลักเข้าไปอยู่ในหมวดคนยากจน

โลกเผชิญวิกฤติโควิด-19 ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤติความยากจน วิกฤติหนี้ วิกฤติสังคม วิกฤติการศึกษา วิกฤติความไม่เท่าเทียมกันเพิ่มขึ้นระหว่างประเทศ และวิกฤติความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ ผมอ่านคำกล่าวของนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เตือนเรื่องผลกระทบโดมิโนจากวิกฤติสุขภาพ เธอพูดถึงการหลีกเลี่ยงวิกฤติต่างๆ ด้วยการทำภารกิจคู่ขนาน เรื่องการต่อสู้กับโรคระบาดและการฟื้นฟูเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายหลักเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนไปพร้อมๆกัน

รัฐบาลที่ฉลาดต้องเร่งประชุมหามาตรการบรรเทาหนี้ และหาเงินทุนใหม่ให้กับประชาชนไปใช้สร้างธุรกิจกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินต่อไปได้อย่างไม่ล่มสลาย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยเศรษฐกิจโลกเศรษฐกิจโลกยังไม่นิ่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโควิด-19องค์การอนามัยโลก

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 19:13 น.