ไลฟ์สไตล์
100 year

"คนละครึ่ง-เราชนะ" กระจายเม็ดเงินทั่วถึง มอง คุมโควิดอยู่หมัดเศรษฐกิจไทยฟื้นได้

ไทยรัฐออนไลน์
20 ม.ค. 2564 08:45 น.
SHARE
  • “คนละครึ่ง - เราชนะ” แก้ตรงจุด บรรเทาความเดือดร้อนจริงหรือไม่
  • พูดเป็นเสียงเดียวกัน โครงการที่ประสบความสำเร็จที่สุดของรัฐบาล
  • หากคุมโควิด-19 สำเร็จ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นในไตรมาส 2


เพิ่งเปิดลงทะเบียนกันไปในเช้าวันนี้ (20 ม.ค. 2564) สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” เฟส 3 รอบเก็บตกกว่า 1.34 ล้านสิทธิ์ โดยเปิดให้เริ่มลงทะเบียนในเวลา 06.00 น. และเต็มในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น และผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะเริ่มใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. ภายหลังวานนี้ (19 ม.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ไม่เพียงเท่านั้นอีกโครงการที่ถูกกล่าวขานแบบไม่น้อยไปกว่ากันคือ โครงการ “เราชนะ” ที่รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ ในห้วงเวลา 2 เดือน รวมแล้ว 7,000 บาท กว่า 31.1 ล้านสิทธิ์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com โดยต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดนั้น

ข่าวแนะนำ

สำหรับทั้ง 2 โครงการของรัฐบาลที่ออกมา มีทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในแง่บวกและลบก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่มาตรการที่จะช่วยเหลือเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยแก้ได้ตรงจุดหรือไม่ มาถูกทางหรือเปล่า จะไปถึงประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงเศรษฐกิจจะฟื้นตัวตอนไหน และการท่องเที่ยวจะดีขึ้นเมื่อไร ผ่านมุมมองและความคิดเห็นของ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ รวมถึงได้คาดการณ์และประเมินเศรษฐกิจไทยไว้ในปี 2564 นี้ไว้อย่างไร

แก้ปัญหาตรงจุด บรรเทาความเดือดร้อนได้จริงไหม?

อ.ธนวรรธน์ เริ่มต้นว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าโควิด-19 น่าจะคลายตัวประมาณเดือน มี.ค. 2564 ซึ่งเราคาดการณ์ไว้เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสถานการณ์โควิด-19 จะค่อยๆ คลายตัวและเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 คือ มี.ค. ซึ่งสอบคล้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล คือ 28 มี.ค. 2564 รวมถึงสอดคล้องกับที่รัฐบาลจะเยียวยา 2 เดือน คือ ก.พ. และ มี.ค. สมมติฐานเบื้องต้นสถานการณ์โควิด-19 น่าจะคลายในไตรมาสที่ 1 และความเสียหายของระบบเศรษฐกิจ คือเงินจะไหลออกถึงสิ้นไตรมาสที่ 1 อยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท (+/-) เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลอัดฉีดเงินกลับเข้ามาผ่านโครงการ “เราชนะ” ราว 210,000 ล้านบาท (31 ล้านสิทธิ์)

จุดสำคัญมากๆ เราต้องเห็นภาพว่ามันเป็นเม็ดเงินที่ใกล้เคียงกับที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมิน ระบบเศรษฐกิจจะถูกเยียวยาหรือเรียกว่าชดเชยแบบ “พอดิบพอดี” แม้ว่าเศรษฐกิจจะย่อลงบ้าง แต่ก็ถูกอัดฉีดเข้าไปใกล้เคียงเดิม ประเด็นต่อมาคือการใช้จ่ายของเราชนะ แม้จะเป็นโครงการที่รัฐบาลออกเงินให้หมด คือไม่ได้ให้ประชาชนออกครึ่งหนึ่งเหมือนโครงการ “คนละครึ่ง” แต่ทั้ง 2 โครงการใช้คุณสมบัติใกล้เคียงกัน คือ เป็นร้านค้ารายย่อยที่กระจายทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหาบเร่ แผงลอย ร้านค้าในตลาดสด ใครที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง สามารถร่วมโครงการเราชนะได้ และจะได้ผลเหมือนกัน

“โครงการคนละครึ่ง เป็นโครงการรัฐบาลโครงการเดียวที่ทุกคนทั่วประเทศบอกว่าได้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าเป็นผู้ซื้อที่สามารถซื้อได้ง่ายๆ ข้างทาง คนขายที่เป็นแม่ค้าในตลาดสดก็ยังขายได้ เป็นโครงการที่ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ พูดเป็นเสียงเดียวกัน ตลอดจนภาคสื่อมวลชน ว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จที่สุดของรัฐบาล เพราะกระจายเม็ดเงินได้ทั่วถึง”

เพราะฉะนั้น กรอบโครงการเราชนะ ก็คล้ายกับคนละครึ่ง เพียงแต่อาจจะเติมในเรื่องการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นสำคัญ เช่น รถไฟฟ้า วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ คือเป็นการกระจายให้กับ 31 ล้านคน และใช้พร้อมๆ กันทั่วประเทศ ทำให้แบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน รวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างมากและไม่มีสายป่านยาว คือไม่มีกำลังทรัพย์ ดังนั้น ก็น่าจะทำให้คนใช้จ่ายและมีเงินหมุนเวียนเร็ว จะหมุนไป 2-3 รอบอย่างรวดเร็ว

คาดการณ์เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว

เงิน 200,000 ล้านบาท ที่เป็นตัวตั้งต้นจากรัฐบาลอัดฉีด น่าจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 400,000 ล้านบาท และยังทำให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวทั้งปีมากกว่าไม่มีโครงการ คือ 1.5% เป็นอย่างน้อย หมายความว่าถ้าสถานการณ์โควิด-19 คลายสิ้นเดือน มี.ค. และรัฐบาลอัดฉีดเข้าไป 200,000 ล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจไทยพร้อมฟื้นตัวในไตรมาสที่ 2 ถ้ารัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดีต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 และ 3 อย่างน้อย 200,000 ใน 400,000 ล้านบาท ก็มีโอกาสที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโต 2-3% ได้ง่าย และยังทำให้มีสัญญาณของการฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับจนถึงสิ้นปี อีกทั้งอาจทำให้คนไทยรับรู้รายได้ที่ดีขึ้น

“แต่ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นอุปสรรค เพราะปัญหาสำคัญของเศรษฐกิจไทยคือภาคการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ ตราบใดที่เรายังไม่เปิดน่านฟ้าและการท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเป็นปกติ การท่องเที่ยวในประเทศอาจจะเยียวยาชดเชยได้ไม่เพียงพอเท่าไร ถ้ามีการฉีดวัคซีนทั่วโลก และทั่วโลกพร้อมเดินทางระหว่างกันภายใต้ทราเวลบับเบิล เริ่มเดินทางกันมากขึ้น เศรษฐกิจไทยก็พร้อมที่จะปรับตัวดีขึ้นอย่างกว้างขวางและครอบคลุมเป็นลำดับ โครงการของรัฐในห้วงเวลานี้ คือ พยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดและพร้อมทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 ได้อย่างดี และหากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน มีการฉีดวัคซีนกันทั่วโลกรวมถึงไทยด้วย ประเทศไทยก็พร้อมฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง”

ชี้ข้อดี ไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น

โครงการเราชนะ ใกล้เคียงกับคนละครึ่ง ที่มีการใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ คนใช้ก็ต้องถูกฝึกให้ใช้เมื่อมีผลประโยชน์เป็นของตัวเอง คนขายก็ลงทะเบียนกันมาก จากเดิมที่เป็นพ่อค้าแม่ขายธรรมดาก็ยังเข้าสู่ระบบของการใช้สมาร์ทโฟนที่ราคาไม่แพงและใช้ระบบการโอนเงินเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการที่คนไทยพร้อมๆ กับคนขายมากว่า 30 ล้านคน ได้ใช้พร้อมๆ กัน จะทำให้ไทยเข้าสู่ Cashless Society (สังคมไร้เงินสด) ได้เร็วขึ้น มีความพร้อมเข้าสู่สังคมดิจิทัลได้เร็วขึ้น และการปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลของไทยทำได้ง่ายขึ้นในระยะยาว เพราะคนจะเริ่มคุ้นและเห็นประโยชน์ของการใช้อิเล็กทรอนิกส์ เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

ควรมีมาตรการพิเศษจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือไม่

ตอนนี้เป็นลักษณะของการยกเศรษฐกิจไทยทั้งประเทศ ในส่วนมาตรการเยียวยาต้องดูว่าเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นๆ ฟื้นหรือยัง คงต้องบอกว่าช่วงที่เป็นภารกิจสำคัญสำหรับ 28 จังหวัด หรือ 5 จังหวัดสำคัญ ต้องเอาโควิด-19 ให้อยู่ก่อน จากนั้นจะเริ่มคลายการล็อกดาวน์ คนจะเดินทางได้คล่องตัวขึ้น ธุรกิจ กิจการและกิจกรรมก็ทำได้เป็นปกติขึ้น หลังจากนั้นการเยียวยาดูแลสภาพคล่องเฉพาะพื้นที่ กับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะพื้นที่ก็จะดำเนินการได้

ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลควรจะเก็บแนวทางไว้ว่าต้องมีการติดตามประเมินว่าจำเป็นต้องมีการเยียวยาเฉพาะพื้นที่หรือไม่ ถ้าจำเป็นก็ควรดำเนินการเลย แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญมากๆ คือต้องเร่งที่จะดูแลสถานการณ์โควิด-19 ให้จบก่อน คนที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ ก็ได้การเยียวยา คือได้รับการกระตุ้นจากโครงการเราชนะ 7,000 บาท ไปพร้อมๆ กัน เมื่อเศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น เศรษฐกิจตามจังหวัดต่างๆ ก็จะดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุงจะได้รับอานิสงส์เป็นเงาตามตัว หากหลังจากนั้นยังมีอุปสรรคปัญหาก็เข้าไปดูเฉพาะกลุ่ม เฉพาะกรณี ซึ่งน่าจะเป็นจังหวะหลัง มี.ค. ว่าจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะพื้นที่หรือไม่

“การใช้มาตรการแบบคนละครึ่ง ทำให้ธุรกิจ SME ที่เป็นธุรกิจดั้งเดิมได้รับประโยชน์ มีการฟื้นเศรษฐกิจได้กว้างขวางมากขึ้น เพราะคนจะใช้และกระจายตัวไป ขณะเดียวกันก็น่าจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างดี เพราะเงินจะไม่กระจุก เนื่องจากพฤติกรรมของคนมักจะเน้นเรื่องความสะดวก ซึ่งถ้าไม่ได้เอื้อให้ธุรกิจ Traditional Trade (ธุรกิจแบบดั้งเดิม) คนก็อาจจะกระจุกที่ Modern Trade แต่ตอนนี้รัฐบาลกระจายไปที่ธุรกิจแบบดั้งเดิม ก็น่าจะถือว่าเป็นการทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างกว้างขวาง

ถึงอย่างไรก็ตาม ยังคงจำเป็นที่จะต้องดูแลเรื่องสถานการณ์โควิด-19 ในระดับประเทศให้คลายเป็นลำดับสำคัญที่ 1 ส่วนที่ 2 เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 และ 3 ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมีการกระตุ้น เพราะรัฐบาลมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 400,000 ล้านบาท แต่ใช้ไป 100,000 กว่าล้านในรอบที่แล้ว ครั้งนี้ใช้ 200,000 ล้าน ที่เป็นงบเยียวยาเศรษฐกิจ ไม่ใช่งบกระตุ้น รัฐบาลจึงยังจำเป็นที่จะต้องมีการกระตุ้นเม็ดเงินอย่างน้อย 200,000 - 400,000 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ขณะที่เศรษฐกิจยังไม่กลับมาฟื้นปกติในช่วงที่เรายังปิดประเทศ

ดังนั้น นโยบายในอนาคต เที่ยวด้วยกัน ช้อปดีมีคืน หรือคนละครึ่ง ก็ยังสามารถนำมาใช้ได้ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ถ้าจำเป็นต้องฟื้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือ ควรจะดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งเกินไป น่าจะอ่อนใกล้เคียง 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อประโยชน์ในการฟื้นตัวของการส่งออกด้วย”

ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ ทุกฝ่ายต่างช่วยกันควบคุมเพื่อให้กลับไปปลอดภัยดังเช่นที่ผ่านมานั้น มีหลายภาคส่วนรวมถึงประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน รัฐบาลจึงออกมาตรการเยียวยา บรรเทาความเดือดร้อน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลานี้ทุกคนทุกฝ่ายต่างพยายามทำเต็มที่ ยกการ์ดสูงแล้วสูงอีก รอวันที่คนไทยจะได้รับวัคซีนโควิด-19 เพราะอยากจะเห็นภาพประเทศไทยกลับมามีชีวิตชีวา ผู้คนใช้ชีวิตได้ปกติในแบบวิถีใหม่อีกครั้ง พร้อมเป็นกำลังใจให้กันและกันข้ามพ้นวิกฤติโควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ไปให้ได้ และเชื่ออย่างยิ่งว่าเราจะผ่านไปด้วยกัน และกลับมายิ้มกว้างได้อีกครั้งในที่สุด...

ผู้เขียน : กิณรีสีอังกาบ
กราฟิก : Supassara Taiyansuwan

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนละครึ่งspecial contentเราชนะwww.เราชนะ.comลงทะเบียนคนละครึ่งเราชนะ 3500โครงการเราชนะโครงการคนละครึ่งธนวรรธน์ พลวิชัยกิณรีสีอังกาบ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 17:02 น.