ไลฟ์สไตล์
100 year

สศค. เผยภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. 63 ปรับตัวดีขึ้น

ไทยรัฐออนไลน์29 ต.ค. 2563 17:54 น.
SHARE

สศค. เผยภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.ย. 63 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในด้านอุปสงค์ สะท้อนจากการบริโภคสินค้าคงทนและการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น

พรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือน ก.ย.63 พบว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนกันยายน 2563 มีการปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะในด้านอุปสงค์ สะท้อนจากการบริโภคสินค้าคงทน และการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น

ข่าวแนะนำ

ส่วนหนึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าที่หดตัวในอัตราชะลอลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ด้านอุปทาน พบว่า ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมยังคงปรับตัวดีขึ้น แต่ภาคบริการด้านการท่องเที่ยวยังคงชะลอตัว

สำหรับเครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชนมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ระดับราคาคงที่ปรับตัวดีขึ้น โดยกลับมาขยายตัวร้อยละ 0.1 ต่อปี และขยายตัวร้อยละ 3.3 จากเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล สอดคล้องกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทน ซึ่งสะท้อนจากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งและปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ปรับตัวดีขึ้น

โดยขยายตัวร้อยละ 32.6 และ 0.7 จากเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล และหดตัวในอัตราชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -12.2 และ -0.2 ต่อปี ส่วนหนึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากรายได้เกษตรกรที่แท้จริงขยายตัวเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันและขยายตัวสูงสุดในรอบ 25 เดือน ที่ร้อยละ 10.5 ต่อปี โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 50.2 หลังจากมีการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งในเดือน ก.ย. 2563

พรชัย กล่าวอีกว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชนส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เชิงพาณิชย์กลับมาขยายตัวร้อยละ 13.5 ต่อปี และขยายตัวร้อยละ 5.0 จากเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนขยายตัวร้อยละ 4.4 จากเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล และหดตัวในอัตราที่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -7.5

ส่วนการลงทุนในหมวดการก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนเช่นกัน สะท้อนจากปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ขยายตัวร้อยละ 0.9 ต่อปี ในขณะที่การจัดเก็บภาษีการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวร้อยละ 4.7 จากเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล และหดตัวชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -13.0 บ่งชี้ถึงการลงทุนภาคเอกชนค่อยๆ ฟื้นตัวมากขึ้น

ในส่วนของเศรษฐกิจภาคการค้าระหว่างประเทศปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนจากมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ หดตัวในอัตราที่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -3.9 และเป็นการปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน จากการขยายตัวต่อเนื่องในกลุ่มสินค้า

1.สินค้าอาหาร เช่น น้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ขยายตัวร้อยละ 435.3 และ 50.3 ต่อปี ตามลำดับ สอดคล้องกับการส่งออกสุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง สิ่งปรุงรสอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ขยายตัวต่อเนื่อง

2.สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน (Work from Home) อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์และส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง เครื่องซักผ้า และโซลาร์เซลล์ เป็นต้น

3.สินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาด เช่น ถุงมือยาง ที่ขยายตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาด โดยเฉพาะในประเทศที่มีการแพร่ระบาดสูงอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ขณะที่ผลิตภัณฑ์เภสัชภัณฑ์ เป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงสำหรับประเทศที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงในแถบเอเชีย

อย่างไรก็ตาม การส่งออกยานยนต์ น้ำมัน และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน และแผงวงจรไฟฟ้ายังคงชะลอตัว เมื่อพิจารณามูลค่าการส่งออกสินค้า โดยจำแนกเป็นรายตลาดคู่ค้าหลักของไทย พบว่า ตลาดคู่ค้าหลักของไทยเกือบทุกตลาดปรับตัวดีขึ้น

โดยการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ที่ร้อยละ 19.7 ต่อปี เช่นเดียวกับการส่งออกไปจีน ออสเตรเลีย เวียดนาม มาเลเซีย และเกาหลีใต้ กลับมาขยายตัวอีกครั้ง สะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของประเทศคู่ค้าหลักของไทย

ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านอุปทานปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นโดยหดตัวในอัตราที่ชะลอลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ร้อยละ -2.8 จากการขยายตัวในอุตสาหกรรมการแปรรูปผัก และผลไม้ อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค และอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันมาอยู่ที่ระดับ 85.2 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการผ่อนคลายการล็อกดาวน์ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวขึ้น

รวมทั้งการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ในช่วงที่ผ่านมา ช่วยให้กำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้น สำหรับภาคเกษตรสะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวร้อยละ 0.2 ต่อปี จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตข้าว ข้าวโพด และไก่เนื้อ เป็นต้น

ในขณะที่สถานการณ์ของการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยต่อเนื่องเป็นที่ 6 นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศยังคงชะลอตัว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะเศรษฐกิจพรชัย ฐีระเวชสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกระทรวงการคลังโควิด-19ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม 2563 เวลา 11:31 น.