เปิดประเทศแบบไม่ต้องกักตัว “แอตต้า” วัดใจรัฐบาลเริ่ม ธ.ค.จ่อเข้ามาแสนคน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดประเทศแบบไม่ต้องกักตัว “แอตต้า” วัดใจรัฐบาลเริ่ม ธ.ค.จ่อเข้ามาแสนคน

Date Time: 1 ต.ค. 2563 07:28 น.

Summary

“แอตต้า” เสนอให้รัฐบาลยอมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากจีน ไต้หวันเข้ามาเที่ยวในไทย แบบไม่กักตัว แต่ให้มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดแทน ในเดือน ธ.ค.นี้

Latest

ส่องกลยุทธ์ "ธุรกิจดิ้นสู้" เปลี่ยนทางตันเป็นทางรอด เศรษฐกิจไทย "โตต่ำเรื้อรัง" ระวังใช้จ่าย

“แอตต้า” เสนอให้รัฐบาลยอมเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากจีน ไต้หวันเข้ามาเที่ยวในไทย แบบไม่กักตัว แต่ให้มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดแทน ในเดือน ธ.ค.นี้ กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปีใหม่และตรุษจีนปีหน้า คาดว่าจะมีคนเข้ามาในไทยแสนคนต่อเดือน สร้างรายได้ 5,000 ล้านบาท

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า แอตต้าต้องการให้รัฐบาลพิจารณาเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วไปจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงโควิดต่ำมากกว่า 60 วันขึ้นไป เช่น จีน และไต้หวัน เข้ามาเที่ยวไทยแบบไม่กักตัว เพราะถ้ายังกำหนดให้มีการกักตัว คงไม่มีนักท่องเที่ยวทั่วไปคนใดอยากมาเที่ยว โดยสามารถใช้มาตรการดูแลอย่างคุมเข้ม กำหนดให้มีการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวเท่านั้น ควบคุมพื้นที่ที่พานักท่องเที่ยวไปเที่ยว และสามารถติดตามตัวได้

“เราต้องกล้าเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แบบไม่กักตัว หากเป็นไปได้อยากให้เริ่มตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งมีชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 100,000 คนต่อเดือน พำนักอยู่ 5-7 วัน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท สร้างกระแสการเดินทางที่ดี ไปถึงช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีนในต้นปีหน้า”

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว 700 ราย พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยว ในไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 60 (ระดับปกติเท่ากับ 100) แม้ว่าจะสูงกว่าที่ผู้ประกอบการได้คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 37 เมื่อไตรมาส 2 และดีกว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯเมื่อไตรมาส 2 ที่ลดลงเหลือที่ระดับ 12 เนื่องจากมีการคลายล็อกดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังถือว่าต่ำกว่าไตรมาส 3/2562 ในระดับมาก ที่มีดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ที่ระดับ 91 เพราะยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกกดดันอยู่

“แม้ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นฯจะฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่เป็นช่วงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวถูกล็อกดาวน์ แต่เนื่องจากโควิด-19 ยังแพร่ระบาดทั่วโลก จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเป็นศูนย์ต่อเนื่อง 6 เดือนนับตั้งแต่เดือน เม.ย.ทำให้ผลประกอบการของธุรกิจท่องเที่ยว ยังคงหดตัวสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา”

สำหรับรายงานดัชนีความเชื่อมั่นฯในไตรมาส 3 เมื่อจำแนกตามประเภทของสถานประกอบการ พบว่าผู้ประกอบการสถานบันเทิง ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวอยู่ที่ระดับ 42 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมามากกว่าธุรกิจประเภทอื่นๆ แต่ดีขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งประเมินไว้เป็นศูนย์ เพราะมีคำสั่งล็อกดาวน์

รองลงมาคือธุรกิจที่พักแรมอยู่ที่ระดับ 48, สวนสนุกและธีมพาร์ค อยู่ที่ระดับ 50 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผลประกอบการยังอยู่ในระดับลดลงกว่าช่วงเดียวกัน ของปีที่ผ่านมาในระดับมากที่สุด ส่วนธุรกิจนวดและสปาอยู่ที่ระดับ 60, ธุรกิจนำเที่ยวอยู่ที่ระดับ 68, ร้านอาหารอยู่ที่ระดับ 73 และธุรกิจขนส่งอยู่ที่ระดับ 74 ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในไตรมาสนี้ อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมาก ด้านธุรกิจสินค้าที่ระลึกอยู่ที่ระดับ 89 ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยว ในไตรมาสนี้อยู่ที่ระดับต่ำกว่าปกติ

“สถานการณ์การท่องเที่ยวไตรมาส 4 ดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 63 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการคาดหวังว่าสถานการณ์ท่อง-เที่ยวในไตรมาสนี้ จะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 เล็กน้อย เนื่องจากเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน แต่ยังคาดว่าผลประกอบการจะอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมาก โดยเมื่อไตรมาส 4/2562 ดัชนีความเชื่อมั่นฯอยู่ที่ระดับ 88”

ทั้งนี้ สทท.คาดว่าไตรมาส 4 จะมีนักท่อง-เที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 50,000 คน ลดลง 99.52% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา คาดว่ามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4,500 ล้านบาท ลดลง 99.11% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่าสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปีรวม 6.74 ล้านคน ลดลง 83.07% จากปีที่ผ่านมา และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 336,513 ล้านบาท ลดลง 82.59% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของรัฐบาลในไตรมาส 4 นี้

ล่าสุด ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. กำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประเภทพิเศษ หรือ Special Tourist VISA (STV) ที่ 1,200 คนต่อเดือน เข้ามาพำนักแบบระยะยาว (ลองสเตย์) เริ่มเดือน ต.ค.นี้ สทท.มองว่าเป็นจำนวนที่ไม่มากพอ ที่จะหล่อเลี้ยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ ส่งผลให้สุ่มเสี่ยงกลับไปปิดกิจการชั่วคราวอีกครั้ง (Reclose) โดยเฉพาะกิจการในพื้นที่ที่มีฐานลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก อาทิ ภูเก็ต สมุย พัทยา และเชียงใหม่.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ