ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    เล่นหวย ในมุมคณิตศาสตร์ คนแทงไม่เคย "คุ้ม" โอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัว แค่ 1 ใน 100

    ไทยรัฐออนไลน์14 ส.ค. 2563 18:35 น.
    SHARE

    หลักคณิตศาสตร์ได้ถูกนำมาใช้ในการคำนวณ เพื่อชิงไหวชิงพริบให้อีกฝ่ายได้เปรียบมากที่สุด และถูกขยายผลมาสู่การพนันม้า การพนันบอล จนเป็นที่มาในวงการพนันสมัยใหม่ที่ต้องมีการจ้างนักคณิตศาสตร์ฯ ไปคำนวณและออกแบบเกมต่างๆ ในบ่อนกาสิโน รวมถึงเกมโชว์ต่างๆ ที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ

    “พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน” หรือ “อาจารย์ทอมมี่” นักคณิตศาสตร์ประกันภัย นักวิศวกรรมการเงิน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ABS ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ในประเด็นการแทง "หวยใต้ดิน" เปรียบเทียบกับหวยรัฐบาล หรือลอตเตอรี่ กับเปอร์เซ็นต์ความเป็นได้ในการถูกรางวัล ว่า มันขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน ซึ่งการแทงหวยใต้ดินและซื้อลอตเตอรี่มีเปอร์เซ็นต์การถูกเท่าๆ กัน โดยหลักทางคณิตศาสตร์แล้ว ทุกอย่างคือตัวเลขสุ่ม การแทงหวย คือ การซื้อความลุ้น ซื้อความเสี่ยง ถึงเรียกกันว่า เสี่ยงโชค แต่ลอตเตอรี่ซึ่งเป็นการเล่นอย่างถูกกฎหมาย จะไม่มีความเสี่ยงที่เจ้ามือไม่จ่ายเงิน

    “ถ้าต้องการแทงให้เข้าเป้า ก็รวมเงินกันซื้อและซื้อเยอะหน่อย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือคนที่ซื้อสลากออมสินเป็นปึก ก็จะมีโอกาสถูกเลขรางวัลอยู่เสมอ หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ ให้คน 100 คน แทงเลข 100 ตัว โดยเลขไม่ซ้ำกันแล้ว รับรองถูกเป้าแน่นอน”

    ส่วนเทคนิคการรับแทงหวยของเจ้ามือให้เจ็บน้อยที่สุดนั้น กฎของจำนวนมาก (law of large numbers) เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เจ้ามือไม่เจ๊ง เพราะหลักการอยู่ที่ว่ายิ่งมีจำนวนครั้ง หรือจำนวนของคนที่เล่นมีมากเท่าไร จะยิ่งทำให้ค่าเฉลี่ยไม่เพี้ยนไปจากที่คาดไว้ อีกอย่างต้องดูความเสี่ยงของการกระจุกตัวด้วย ถ้าแทงเลขเหมือนกันจนเกินไป ต้องมีการถ่ายโอนความเสี่ยงส่งต่อไปให้คนอื่นบ้าง

    นอกจากการรับแทงหวยของเจ้ามือยังมีค่าคาดหวัง (Expected Value) เป็นการนำโอกาสที่จะเกิดขึ้นมาคำนวณหาต้นทุนของสิ่งต่างๆ เช่น ถ้าเจ้ามือบอกว่า การแทงถูกงวดนี้ จะให้เงิน 2,000 บาท โดยถ้ามีโอกาสของเลขท้าย 2 ตัว คือ 1 ใน 100 แล้ว ต้นทุนของเกมครั้งนี้จะเป็น 20 บาท ซึ่งคือ 1% ของ 2,000 บาท ดังนั้นจะเห็นว่าเจ้ามือจะต้องคำนวณต้นทุนเฉลี่ยให้ได้เสียก่อน และจะไม่มีวันขาดทุนอย่างแน่นอน เพราะต้นทุนและราคาทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

    ในแง่ของคนเสี่ยงโชค สิ่งที่ควรต้องรู้ คือ เนื่องจากการพนัน (Gamble) จะออกแบบให้มี “มูลค่าของค่าคาดหวัง (Expected Value) จากการถูกรางวัล” น้อยกว่า “ค่าเฉลี่ยของเงินพนันที่ผู้พนันจ่ายไปทั้งหมด” เพื่อที่จะทำให้ผู้รับพนัน หรือเจ้ามือ ยังมีกำไรอยู่ แต่สิ่งที่ผู้พนันได้ซื้อไป คือการได้ลุ้นและหวังที่จะได้รางวัล เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า พวกชอบเสี่ยง (Risk Taker) หรือพวกที่เป็นนักแสวงโชค ดังนั้นการแทงหวยนั้น คนแทงไม่เคย “คุ้ม” ในมุมของคณิตศาสตร์และหลักการเงิน แต่สิ่งที่คนแทงหรือคนซื้อ คือความฝันและการได้ลุ้นในแต่ละครั้ง

    “เมื่อรวมๆ แล้ว การแทงหวย ก็เหมือนกับหลักการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข เหมือนกับคนที่ถูกหวยนั้นไปเอาเงินจากคนที่โดนหวยกิน และเจ้ามือคนกลางก็หักค่าใช้จ่ายในการบริหารและหักกำไรออกไป คนที่เล่นหวยเป็นประจำ ถ้าลองมานับเงินในกระเป๋าที่เหลือดูจะเห็นว่ามันน้อยกว่าต้นทุนที่จ่ายออกไป จะมีคนจำนวนน้อยที่คุ้มเท่านั้น เพราะทุกอย่างกลายเป็นค่าเฉลี่ยหมด ถ้าจะแยกสัดส่วนควรแบ่งแต่พอดีในการเล่น ไม่ให้เดือดร้อนกับตัวเอง เล่นสนุกๆ พอเป็นพิธีได้”

    หากเปรียบเทียบการเล่นหวย 2 งวด รวมเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 10 ปี จะเห็นว่าการเล่นหวยนั้น โดยค่าเฉลี่ยจะได้เงินต้นคืนมาไม่เคยเท่ากับที่เสียไป ยิ่งซื้อทุกงวดเป็นเวลานานเท่าไร โอกาสที่ค่าเฉลี่ยที่ว่านี้จะยิ่งแม่นยำขึ้นเท่านั้น สังเกตว่าเมื่อไปนับย้อนหลังว่าเงินที่จ่ายกับเงินที่ได้มาจากหวยนั้น มีใครบ้างที่กำไร เพราะโดยเฉลี่ยแล้วตามหลักคณิตศาสตร์นั้นมีแต่เสียมากกว่าได้ ส่วนเรื่องการลงทุนนั้น ถ้าลงทุนแบบเป็นเงินออมนั้นจะมีดอกเบี้ย เงินต้นไม่หายไป ถ้าได้ดอกเบี้ยดีๆ น่าจะได้ถึง 2 หมื่นบาท

    สำหรับการคาดการณ์จำนวนคนไทยที่เล่นหวย มีประมาณ 20 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรไทย และคาดว่ามูลค่าที่ซื้อหวยและลอตเตอรี่รวมกัน มากกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนคนที่ต้องการเลิกเล่นหวยนั้น ควรค่อยๆ ลด เหมือนลดยา โดยวางงบประมาณในแต่ละเดือนก่อน ให้มองว่าเล่นหวย เหมือนเอาเงินหยอดตู้เกม เงินมันหายไปได้ แน่นอนมันได้กลับมาบ้าง แต่ยิ่งเล่นมากจะยิ่งไม่คุ้ม

    ดังนั้นให้แบ่งเงินที่เราเล่นหวย ออกเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกเล่นหวยต่อไป พร้อมจดบันทึกไว้ว่าจ่ายไปเท่าไร ได้ไปเท่าไร และอีกก้อนลองเอาไปฝากดู ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนการออมแห่งชาติ ให้ดอกเบี้ยสูงมาก แล้วลองมาวัดดูว่าเงิน 2 กองนี้เป็นอย่างไร ถ้าคิดจะเล่นหวย ควรต้องจดไว้ ไม่อย่างนั้นก็ซื้อแต่จำนวนน้อยไว้เล่นขำๆ

    “อีกวิธีหนึ่ง คือ ตั้งงบประมาณของเงินที่เล่นหวย กับเงินที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอื่นๆ ถ้าเราเล่นหวยมาก ก็ตัดเงินฟุ่มเฟือยส่วนนั้นออกไป เป็นการจำกัดตัวเอง วิธีนี้ได้ผลเช่นกัน แต่ต้องคุยกับตัวเองให้เรียบร้อยก่อน ไม่โกงตัวเอง”

    ส่วนการเล่นหุ้น กับการเล่นหวย มีความแตกต่างกัน โดยการเล่นหวย คือพนัน เงินที่เสียไปอย่าหวังว่าจะได้คืนมาเป็นกำไร เพราะมันคือเกมเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข เหมือนทุกคนจ่ายค่าหวยเข้ากองกลาง แล้วเจ้ามือหักเงินออกมาจากเงินกองกลาง หักเงินกำไรออกมา แล้วค่อยเกลี่ยกระจายคืนให้กับคนแทงหวย โดยให้มีคนส่วนน้อย ได้เงินมากกว่าค่าแทง และคนส่วนมากโดนหวยกิน

    “สุดท้าย ยิ่งเล่นไปนานๆ จะเข้าสู่ค่าเฉลี่ยกันหมด ให้มองว่าการเล่นหวยคือการซื้อสินค้า มีการใช้จ่ายเงินมันก็ร่อยหรอ ถามว่าซื้ออะไร เงินที่หายไปคือการซื้อความฝัน ซื้อความหวัง ซื้อความตื่นเต้นที่จะได้ลุ้น เพราะฉะนั้นไม่ได้ห้ามที่จะไม่ให้ซื้อ แต่ของทุกอย่างต้องซื้อแต่พอดี”

    ขณะที่การเล่นหุ้น คือลงทุน เหมือนกับเงินที่ทุกคนเอาเข้ากองกลาง ซึ่งจะถูกนำไปลงทุนทำประโยชน์ให้มันงอกเงย เมื่องอกเงยได้เท่าไร จะกระจายกลับมาที่คนซื้อ แต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเช่นกัน ถ้าลงทุนพลาด อาจเสียเงินต้นได้ จึงมีการที่เรียกว่ากระจายความเสี่ยง เช่น ลงทุนในกองทุนรวม เหมือนกับไปเป็นเจ้าของของหลายกิจการพร้อมๆ กัน ถ้ากิจการไหนเจ๊ง ก็มีกิจการอื่นอุ้มเอาไว้

    “เมื่อก่อนคนรวยที่มีเงิน จึงมีสิทธิ์เข้าถึงหุ้นได้ แต่เดี๋ยวนี้มีกองทุนรวมให้เลือกมากมาย เพียงแค่เดือนละ 1,000 บาท ก็สามารถไปธนาคารเปิดบัญชีกองทุนได้” อาจารย์ทอมมี่ กล่าวทิ้งท้าย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คนเล่นหวยเปอร์เซ็นต์การถูกหวยเจ้ามือหวยหวยใต้ดินซื้อหวยข่าวหวยหวย

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 11:51 น.