ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    คาบลูกคาบดอก : โปร่งใส ตรวจสอบได้

    หมัดเหล็ก2 มิ.ย. 2563 05:01 น.
    SHARE

    การนำ เงินกู้ เกือบ 2 ล้านล้านบาทเพื่อมาใช้ในการเยียวยาและ ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ไม่ใช่แค่การนำเงินกู้ไปใช้เท่านั้น แต่การใช้จ่ายอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่ให้ซ้ำร้อย เหมือนการใช้ งบประมาณตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง โดย อุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นเจ้าภาพ อ่วมอรทัยอยู่คนเดียว เพราะขาดการบริหารจัดการและบูรณาการในการปฏิบัติงาน อาจจะระแวงว่า ถ้ามี นักการเมือง เข้ามาร่วมกำกับดูแลด้วย จะถูกครหาอะไรประมาณนี้ สุดท้ายการแจกเงินบรรเทาความเดือดร้อนเยียวยาประชาชน เลยเละเป็นโจ๊ก ถึงบ้างไม่ถึงบ้างได้บ้างไม่ได้บ้าง ขาดๆเกินๆ

    พอมาถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ก็ยังใช้โมเดลเดิม คือให้ หน่วยงานรัฐ เป็นผู้เสนอโครงการขึ้นมา โดยรัฐกำหนดกรอบการฟื้นฟูเอาไว้อย่างกว้างๆ ทั้ง ฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน หมู่บ้าน ชั้นรากหญ้า มาถึงขนาดกลาง ธุรกิจเอสเอ็มอี และระดับบนคือ สถาบัน การเงิน บริษัทขนาดใหญ่ มีทั้งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำโครงการชดเชยช่วยเหลือสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ

    ที่เกิดความเป็นห่วงกันว่า ถ้าการกำกับดูแลเงินก้อนนี้ไปอยู่ในมือ ของคลังหรือรัฐบาล หรือ หน่วยงานรัฐ โดยไม่มีการรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชน จะเป็นการช่วยไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คัน เป็นช่องว่างในการทุจริตและละลายแม่น้ำเหมือนโครงการแจกเงิน โครงการเงินผัน หรือประชานิยมในอดีต

    เพราะปัญหาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ถ้าฟื้นฟูไม่สำเร็จ จะเป็นวิกฤติซ้ำซ้อน ซ้ำเติมประเทศอย่างแสนสาหัส การตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบงบประมาณ การใช้จ่ายก็เป็นหนทางหนึ่งที่จะบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการตรวจสอบป้องกันการทุจริตที่จะตามมา

    อันที่จริงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไม่ใช่อยู่แค่เงินกู้ 1.9 ล้านล้านเท่านั้น แต่อยู่กับวิธีการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพด้วย ยกตัวอย่าง ข้อเสนอของ ส.ส.บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์ อภิชัย เตชะ-อุบล อยู่เบื้องหลังความสำเร็จทางธุรกิจมากมาย เสนอ 4 แนวทางง่ายๆที่รัฐบาลสามารถนำไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูได้

    เพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการบริโภค ท่องเที่ยวในประเทศ ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย มาลดหย่อนภาษีปี 2562-2564 กระตุ้นการบริโภคในประเทศให้มากขึ้น

    ภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มีอุปทานส่วนเกินไม่น้อยกว่า 5 แสนยูนิต เฉลี่ยยูนิตละ 6 ล้านบาท ภาครัฐต้องออกมาตรการระบายอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอีกไม่น้อยกว่า 3 ล้านล้านบาท และจะเกิดการจ้างงานตามมาอีกด้วย มีการอนุญาตให้ต่างชาติสามารถพำนักในไทยได้เป็นเวลา 10-20 ปี โดยไม่ต้องขอวีซ่า ถ้าซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปเป็นต้น ลดภาษีการทำธุรกรรมการซื้อขายลง

    บริหารจัดการการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเช่นการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เพิ่มจุดขายให้มากขึ้น สุดท้ายคือเงินกองทุนประกันสังคมที่รัฐเยียวยาในอัตราร้อยละ 62 ของเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ควรขยายเป็นไม่เกิน 5 หมื่นบาทเพื่อให้เพียงพอกับการใช้จ่ายที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางด้วย ไม่ยาก ถ้าคิด ได้ทำเป็น.

    หมัดเหล็ก
    mudlek@thairath.co.th

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คาบลูกคาบดอกหมัดเหล็กพ.ร.ก. เงินกู้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านฟื้นฟูเศรษฐกิจลดหย่อนภาษีทุจริตเงินกู้

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้