ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ย้ำเตือนยิ่งโพสต์ยิ่งเสี่ยง เด็กตกเป็นเหยื่อทางเพศ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์27 พ.ค. 2563 08:24 น.
    SHARE

    สื่อออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย ทำเด็กตกเป็นเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มต่อเนื่อง พบบางครั้งพ่อแม่ผู้ปกครองรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถวายพานเองเพราะอยากให้ลูกเป็นดารา ย้ำยิ่งโพสต์ยิ่งเสี่ยง ต้องมีสติทั้งเสพและส่ง

    พ.ต.อ. มรกต แสงสระคู ผู้เชี่ยวชาญงานช่วยเหลือเด็กและเยาวชน จากคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต และวิทยากรในห้องเรียนออนไลน์วิชา Online Privacy & Sexual Abuse ของ dtac Young Safe Internet Cyber Camp ซึ่งก่อตั้งโดยบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า เด็กหลายคนตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และบ่อยครั้งพบว่าพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นคนนำพาเด็กให้ตกเป็นเหยื่อคนร้ายด้วยตัวเอง

    เช่นกรณี “ถนนสู่ดวงดาว” คืออีกตัวอย่างที่มีการล่อลวงบนโลกออนไลน์ ในรูปแบบของการเป็นโมเดลลิ่งออนไลน์ โดยคนร้ายได้สร้างบัญชีโซเชียลมีเดียปลอม อ้างตัวเป็นแมวมองค้นหาดารานักแสดงหน้าใหม่ พูดคุยทักทายผ่านทางออนไลน์พร้อมทั้งนัดหมายให้เด็กๆ ที่มีความสนใจอยากจะเป็นดารานักแสดงให้เดินทางมาพบ ยิ่งไปกว่านั้นพบว่ามีพ่อแม่หลายคนส่งลูกพบโมเดลลิ่งออนไลน์ผู้ไม่หวังดีนี้ด้วยตัวเอง หรือเป็นผู้ติดต่อพูดคุยกับโมเดลลิ่งออนไลน์เอง โดยขณะที่เด็กอยู่กับคนร้ายตามลำพัง คนร้ายจะแอบใส่ยานอนหลับให้เด็กและล่วงละเมิดเด็กแล้วบันทึกภาพหรือวิดีโอเก็บไว้ นำไปเผยแพร่หรือแชร์ในกลุ่มลับหรือนำคลิปมาข่มขู่แบล็กเมลเรียกเงิน ซึ่งภายหลังที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมคนร้าย พบว่ากรณีนี้ มีเด็กตกเป็นเหยื่อสูงถึง 1,000 คน

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่ก่อตั้งคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต (TICAC) ในปี พ.ศ.2558 จนปัจจุบัน มีการจับกุมดำเนินคดีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต จำนวน 212 คดี มีผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ จำนวน 245 คน ซึ่งผู้ต้องหา 1 คน สร้างความเสียหายให้แก่เหยื่อได้ตั้งแต่หลักหน่วยไปจนถึงหลักพันคน และคดีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการที่สื่อออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

    “ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวตนได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ภาพถ่าย ประวัติการศึกษา ประวัติการรักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่ง cookie ซึ่งเป็นไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่ทำหน้าที่จดจำข้อมูลต่างๆ ที่ทำให้เกิดความรวดเร็วและความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน อาจทำให้มีผู้ไม่หวังดีแอบคัดลอกข้อมูลนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม ปัจจุบันจึงมีการพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ตัวอย่างเช่น การใช้ OTP หรือ One Time Password ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล”

    พ.ต.อ.มรกต กล่าวว่า หลายครั้งในขณะที่เราอยู่บ้าน มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาหา แนะนำขายสินค้าทั้งๆที่เราไม่รู้จักเลย อันนี้ถือว่าเสียความเป็นส่วนตัวแล้ว หรือบางครั้งเราเข้าเว็บไซต์ โพสต์ภาพบนโซเชียลมีเดีย แล้วพบว่ามีโฆษณาหรือข้อความในเรื่องเดียวกันกับที่เราโพสต์อยู่เต็มไปหมด นี่ก็เป็นเรื่องความเป็นส่วนตัว ที่เราถูกนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ เรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) และข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data) จึงมักมาคู่กันอยู่เสมอ”

    ด้านนางศรีดา ตันทะอธิพาณิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเตอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย แนะนำว่า 1.ต้องท่องให้ขึ้นใจว่า ยิ่งโพสต์และให้ข้อมูลส่วนตัวบนออนไลน์มากเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมากเท่านั้น 2.มีสติอยู่เสมอไม่ว่าจะเสพหรือส่ง และหากข้อมูลส่วนบุคคลหลุดไป ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานไว้ให้มากที่สุด และแจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป 3. ร้องขอความช่วยเหลือ หากถูกคุกคามจากมิจฉาชีพที่นำข้อมูลส่วนตัวของเราไปใช้ในทางมิชอบ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    สื่อออนไลน์ล่วงละเมิดทางเพศล่วงละเมิดทางเพศเด็กถนนสู่ดวงดาวภัยออนไลน์ล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ตข่าววันนี้

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้