ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ย้ำเงินกู้ 4 แสนล้านไม่ "ตีเช็คเปล่า" เหตุวางกรอบใช้เงินชัดกลั่นกรองหลายชั้น

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์26 พ.ค. 2563 08:11 น.
    SHARE

    “ทศพร” ย้ำอนุมัติเงินกู้ฟื้นฟูประเทศ 4 แสนล้านบาท ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า เหตุ พ.ร.ก.กู้เงิน กำหนดกรอบโครงการชัดเจน มีกรรมการกลั่นกรองหลายชั้น โดยไม่ต้องตั้งกรรมาธิการในสภาฯ จ่อกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยเที่ยวไทย” รัฐจ่ายค่าที่พักให้ 50% ด้านวุฒิสภาห่วงกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ทำขาดวินัยการเงิน การคลัง

    นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เปิดเผยในการชี้แจงการเสนอโครงการภายใต้นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาท ว่า การอนุมัติวงเงิน ต้องอยู่ภายใต้ 4 แนวทางเท่านั้น ได้แก่

    1.ลงทุนในกิจกรรมพัฒนาที่สามารถพลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

    2.ฟื้นฟูเศรษฐกิจและท้องถิ่น

    3.ส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน

    4.สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนกระบวนการผลิต

    ทั้งนี้ ยืนยันว่าการใช้เงินตามโครงการนี้ ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าแบบที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวหา และเตรียมอภิปราย เพราะกระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานออก พ.ร.ก.กู้เงิน ทำรายละเอียดบัญชีแนบท้ายประเภทโครงการ และกำหนดลักษณะโครงการที่จะอนุมัติเงินกู้ชัดเจน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง และมีคณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผล แม้ไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการตามระบบการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนการอนุมัติโครงการ จะไม่แบ่งโควตารายกระทรวง โดยครึ่งหนึ่งของวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะฟื้นฟูเศรษฐกิจและท้องถิ่น ซึ่งการพิจารณาจะโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอนุมัติงบประมาณเงินกู้เท่าที่จำเป็น อาจไม่ได้ใช้เงินกู้ทั้งหมด

    การฟื้นเศรษฐกิจหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ได้ผลเร็วสุดคือ กระตุ้นผ่านการท่องเที่ยวและการบริโภค ระยะแรกคือให้คนไทยเที่ยวไทยต่อไปคือ นำนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา โดยการให้คนไทยเที่ยวในประเทศ รัฐอาจออกมาตรการลดค่าที่พักให้ 40-50% เช่น ค่าโรงแรมคืนละ 3,000 บาท นักท่องเที่ยวจ่าย 1,500 บาท ที่เหลือรัฐสนับสนุนเงินให้ ส่วนกระตุ้นการบริโภคจะเหมือนช็อปช่วยชาติ หรือชิม ช้อป ใช้ หรือไม่ ต้องรอรายละเอียดก่อน”

    นายทศพรกล่าวย้ำว่า โครงการนี้จะให้ความสำคัญกับภาคเกษตร ทั้งเกษตรพอเพียง เกษตรผสมผสาน เกษตรอัจฉริยะ ที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งโครงการการประกันรายได้เกษตรกร ไม่เข้าข่ายการใช้เงินนี้ คาดว่า หลังพิจารณากลั่นกรองโครงการต่างๆ แล้ว จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบวันที่ 7 ก.ค.63 จากนั้นจะเริ่มเบิกจ่าย และทำโครงการให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.64

    ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา กล่าวว่า กรรมาธิการอยู่ระหว่างรวบรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทนั้น กรรมาธิการกังวลว่าจะส่งผลกระทบในอนาคตอย่างไร เพราะ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท รัฐบาลต้องออกพันธบัตรเพื่อระดมเงิน ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่นักลงทุน หากกู้เงินเต็ม 1 ล้านล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ต่อปี คลังต้องจ่ายดอกเบี้ยถึงปีละ 30,000 ล้านบาท ขณะที่การหารายได้ของรัฐบาลจะดีเหมือนเดิมหรือไม่ หลังโควิด-19 ระบาด เพราะรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนด้านภาษี เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะส่งผลต่อฐานะการคลัง และวินัยการเงินการคลังของรัฐบาลหรือไม่

    ส่วนนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา กล่าวว่าจะเสนอให้รัฐบาลพัฒนาแหล่งน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะฝายขนาดเล็ก โดยใช้งบจากเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ซึ่งฝายแต่ละแห่งมีค่าใช้จ่าย 50,000-100,000 บาท.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    พ.ร.ก.เงินกู้พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านเงินกู้ฟื้นฟูประเทศเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจผลกระทบโควิด-19ข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo