ข่าว
100 year

ขอศาลล้มละลาย-พ้นรัฐวิสาหกิจ ถกด่วน 18 พ.ค.อุดรูรั่ว-ยกเครื่องปิดปัจจัยเสี่ยง (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 พ.ค. 2563 05:45 น.
SHARE

“อนุทิน” เผย นายกฯเห็นด้วยกับแนวทางฟื้นฟูกิจการของการบินไทยตามแนวทางคมนาคม ที่ให้ศาลล้มละลายกลางเข้ามาเป็นตัวกลาง เพื่อบริหารหนี้สิน เผยตอนนี้เหลือเพียงซอยเดียวแล้ว ฟื้นฟูกิจการเป็นทางที่ดีที่สุด ทุกคนต้องถอย ล่าสุดนายกฯเรียกประชุม คนร.ด่วน! เช้าวันที่ 18 พ.ค.เพื่อพลิกมติเดิม ส่วนคมนาคมชงแผนฟื้น ‘การบินไทย’ ปรับพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจก่อนยื่นศาลขอล้มละลาย ด้านการบินไทยจนมุมเปิด 23 จุดเสี่ยงทำสะดุดธุรกิจไปต่อไม่ได้

ไฟเขียวเข้ากระบวนการศาลล้มละลายกลาง

ที่ทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (15 พ.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการบินไทยเข้าหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยใช้เวลาหารือประมาณครึ่งชั่วโมง โดยนายอนุทิน เปิดเผยว่า ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบถึงแนวทางที่กระทรวงคมนาคมเลือกที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่จะมุ่งสู่การปรับโครงสร้างโดยการเข้าแผนฟื้นฟูตามกระบวนการของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเห็นไปในทางเห็นด้วยที่จะให้ฟื้นฟูกิจการการบินไทยถือเป็นวิธีการที่สวยที่สุด “สิ่งที่หารือกันเบื้องต้นในขณะนี้ การบินไทยถือเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ หากเลือกวิธีการให้คลังไปค้ำประกันเงินกู้ก้อนใหม่หรือหาเงินทุนเพื่อจะมาลงเพิ่มเติมก็ลำบาก จึงน่าจะเหลืออยู่วิธีการเดียวคือการฟื้นฟูกิจการการบินไทยอย่างมีขั้นตอน ไปพร้อมๆกันกับการปรับโครงสร้างผู้บริหารการบินไทย”

ส่วนกรณีที่การบินไทยทำแผนฟื้นฟูมาแล้วหลายรอบแต่ยังไม่ได้ผล นายอนุทินกล่าวว่า ที่ผ่านมาเป็นแผนการฟื้นฟูกิจการภายใน ไม่ใช่แผนการฟื้นฟูหนี้ แต่ในครั้งนี้มองถึงการฟื้นฟูหนี้ที่มีอยู่ ทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ ซึ่งในพระราชบัญญัติล้มละลาย ในหมวดฟื้นฟูกิจการ คนที่ยื่นฟื้นฟูกิจการไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหนี้อย่างเดียว เจ้าหนี้ที่มีหนี้มากกว่า 10 ล้านบาทก็สามารถยื่นขอให้ฟื้นฟูกิจการได้ เรื่องนี้ต้องแข่งกับเวลา

เมื่อเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการแล้วก็เป็นเรื่องของเจ้าหนี้และลูกหนี้โดยมีศาลเป็นผู้กำกับ และจะต้องมีผู้ทำแผน เมื่อเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการแล้ว อำนาจการ บริหารจัดการบริษัทนั้นๆก็จะอยู่กับผู้ทำแผนที่ศาลเป็นผู้แต่งตั้งโดยเป็นความเห็นชอบทั้งจากเจ้าหนี้และลูกหนี้ ผู้ทำแผนต้องมีหน้าที่เจรจากับเจ้าหนี้ และทำแผนฟื้นฟูกิจการขึ้นมา ถ้าตกลงกันได้ก็ไปโหวต ที่ศาล หลังจากนั้นผู้ทำแผนก็หมดหน้าที่ไปเป็นหน้าที่ของผู้บริหารแผนที่ต้องทำตามแผนฟื้นฟูกิจการ

“วันนี้เราต้องเร่งหาข้อสรุปในตัวนโยบาย โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่าต้องฟื้นฟูกิจการ ถ้าไม่ฟื้นฟูเราไปต่อไม่ได้ ตอนนี้มีสถานการณ์โควิด-19 สายการบินก็ไม่ได้บิน เดินทางประเทศต่างๆก็ไม่ได้ สายการบินในประเทศรายได้ก็หายไปมาก ผมคิดว่าตอนนี้เหลือเพียงซอยเดียวแล้ว การฟื้นฟูกิจการเป็นทางที่ดีที่สุด ทุกคนต้องถอยกันบ้าง เพียงแค่ก้าวเดียว ก็จะเดินหน้าไปได้ 5 ก้าว แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นกระทรวงคมนาคมที่ผมกำกับดูแล เพียงได้แต่เสนอเท่านั้น แต่ทั้งหมดอยู่ที่ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะกระทรวงการคลังก็ต้องไปพูดคุยกันอีกที”

เมื่อถามว่าการที่กระทรวงการคลังไม่มาร่วมหารือด้วยมีนัยอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คงต้องไปถามนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ดู อย่างไรก็ตามหากพูดถึงผู้ถือหุ้น ถ้าในบริษัทนั้นๆ มีส่วนของทุนเป็นลบ ใบหุ้นก็ไม่มีราคาอะไร เจตนารมณ์ของการฟื้นฟูกิจการภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย หลักการคือเมื่อคนสะดุดล้มด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม แทนที่จะขายทรัพย์สินหรือขายทอดตลาด แล้วนำมาแบ่งเฉลี่ย อาจจะได้คนละนิดหน่อย แต่การให้โอกาสในการฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎกติกามารยาทใหม่ทั้งหมด กิจการนี้ก็อาจจะรอด ธุรกิจก็เดินหน้าต่อไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แนวทางที่นายอนุทินนำเสนอนายกรัฐมนตรี จะแตกต่างจากแนวทางของกระทรวงการคลังที่จะเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ก้อนใหม่ให้การบินไทย วงเงิน 54,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมติของคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่เห็นชอบร่วมกันทั้งนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ไปแล้ว เมื่อวันที่ 4 พ.ค.63 ฉะนั้นเมื่อมีการพลิกมติตามแนวทางใหม่ นายกรัฐมนตรีจึงเรียกประชุม คนร.ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ เพื่อให้มีมติใหม่ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

ปรับบินไทยพ้นสภาพรัฐวิสาหกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ทางกระทรวงการคลัง จะหารือเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ตามแนวทางที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้การบินไทยเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเพื่อฟื้นฟูกิจการ โดยมีประเด็นสำคัญคือการบินไทยจะต้องพ้นจากสภาพความเป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อให้สามารถยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งให้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายทางกฎหมายได้

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมเห็นว่าการยื่นขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการนั้น เบื้องต้นเห็นว่าจะต้องยื่นขอเข้ากระบวนการทั้งในศาลไทย และศาลของสหรัฐฯ เพราะการบินไทยมีสินทรัพย์ส่วนหนึ่งอยู่ในต่างประเทศ และให้บริการทำการบินระหว่างประเทศ หากไม่มีการคุ้มครองก็อาจจะถูกยึดสินทรัพย์และเครื่องบินจากเจ้าหนี้ในต่างประเทศได้

อย่างไรก็ตาม หากสามารถเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ การบินไทยสามารถยื่นต่อศาลในประเทศไทยเพียงแห่งเดียว โดยครอบคลุมความคุ้มครองไม่ให้ถูกยึดทรัพย์ในต่างประเทศก็สามารถทำได้แนวทางดังกล่าวนี้

การบินไทย โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้จัดทำรายละเอียดของแผน และจะไม่มีการให้เงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้โดยกระทรวงการคลัง แต่หากจะมีการอัดฉีดเงินกู้ก็จะต้องเป็นหนี้บุริมสิทธิ์

ส่วนประเด็นการทำให้การบินไทยพ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจถือว่ายากมาก โดยเฉพาะขั้นตอนการลดสัดส่วนหุ้นของกระทรวงการคลัง เพราะคงไม่มีกลุ่มทุนรายใดที่จะยอมเข้ามาถือหุ้นในขณะที่การบินไทยจะต้องเดินเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเพื่อทำแผนฟื้นฟูกิจการ ทั้งนี้ ตามมติเดิมของ คนร.อนุมัติแนวทางฟื้นฟูการบินไทยที่กระทรวงการคลังจะทยอยอัดฉีดเงินกู้ ขณะเดียวกันก็จะลดสัดส่วนถือหุ้นจากปัจจุบันถืออยู่ 51.03% โดยจะให้กองทุนวายุภักษ์ และธนาคารออมสิน เข้ามาถือหุ้นแทนตามสัดส่วนที่ลดลง แต่หากหันมาใช้แนวทางฟื้นฟูของคมนาคมก็คงไม่สามารถให้ 2 หน่วยงานเข้ามาถือหุ้นแทนได้แล้ว

นอกจากนั้นหากที่ประชุม คนร.เห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงคมนาคมก็คาดว่าจะสามารถนำเสนอแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทยให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 19 พ.ค.นี้ นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ได้มีการทาบทามอดีตผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ของรัฐรายหนึ่งเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย หลังจากที่นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม ได้ลาออกจากตำแหน่ง และยังไม่มีผู้เข้ามาทำหน้าที่แทน โดยขณะนี้นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล รองประธานกรรมการ รักษาการในตำแหน่งดังกล่าว

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ในการประชุม คนร.ที่จะมีขึ้น 18 พ.ค.นี้จะมีการหารือตามแนวทางที่กระทรวงคมนาคมเสนอล่าสุดได้มอบหมายให้นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปจัดทำรายละเอียดของแผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยเพิ่มเติมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในที่ประชุมของ คนร.ให้มีความสมบูรณ์รอบด้านมากที่สุด

เปิดปัจจัยเสี่ยง 23 จุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ยังเห็นว่าจำเป็นจะต้องแก้ไข-ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่ : Reorgani zation ก่อนเข้าศาลล้มละลายกลางเพื่อขอฟื้นฟูกิจการให้กับการบินไทยนี้ สำนักงาน คนร.เปิดเผยว่ามีอยู่ทั้งสิ้น 23 ปัจจัย ได้แก่ 1.ปรับปรุงข้อมูลการซ่อมบำรุงที่เดิมอาจทำไม่ครบถ้วน รวมถึงการขายเครื่องบิน และเครื่องยนต์จึงต้องมีการวิเคราะห์เพิ่มเติม เนื่องจากติดระเบียบราชการ 2.ปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางการบิน เริ่มจากเส้นทางบินระยะยาว : การบริหารจัดการเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร หรือ ไม่มีเครื่องบินที่ต้องการนำไปบริการในเส้นทางที่มีศักยภาพมากกว่า

3.ปรับปรุงแผนบริหารจัดการฝูงบิน รวมถึง แผนการขายเครื่องบินซึ่งปัจจุบันมีผู้สนใจเสนอราคาซื้อที่ต่ำมาก 4.ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการพาณิชย์ การต่อต้านของกลุ่มมาเฟียเดิม และหรือ ผู้แทนจำหน่ายที่เสียผลประโยชน์จากการขายบัตรโดยสารแบบ Single Price 5.ปรับปรุงการปฏิบัติงานและต้นทุนกระบวนการทำงานด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี ที่ผ่านมาการดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นไปตามแผน และผู้บริหาร ระดับสูงไม่สามารถเข้าใจระบบการจัดการด้านนี้

6.ปรับปรุงการปฏิบัติการและบริหารต้นทุนเพื่อสร้างประสิทธิภาพของฝ่ายช่าง และปรับรูปแบบให้รองรับการดำเนินธุรกิจให้เป็นเชิงพาณิชย์นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ในฝ่ายช่าง 7.ปรับปรุงการปฏิบัติการ และบริหารต้นทุนโดยออกแบบโครงสร้างการซ่อมบำรุงใหม่ให้รองรับการให้บริการเชิงพาณิชย์ของธุรกิจอุตสาหกรรมการบินในระดับสากล

8.โครงการตามกลยุทธ์ด้านการปรับปรุงการปฏิบัติการและต้นทุน (ปรับปรุงประสิทธิภาพฝ่ายช่างและปรับรูปแบบให้รองรับ การดำเนินธุรกิจให้เป็นเชิงพาณิชย์ การปรับเปลี่ยนผลตอบแทนการทำงานตามระดับผลิตภาพ Pay Per Productivity ของฝ่ายช่าง พร้อมให้ปรับรูปแบบรองรับให้การทำงานฝ่ายช่างสามารถตอบสนองกิจกรรมเชิงพาณิชย์ต่างๆได้มากกว่าการซ่อมบำรุงอากาศยานของการบินไทย ไทยสมายล์ นกแอร์ และสายการบินอื่นๆ

9.ปรับกลยุทธ์การปฏิบัติงาน และบริหารต้นทุนของฝ่ายช่างให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยให้ปรับรูปแบบให้สามารถรองรับการดำเนินธุรกิจให้เป็นเชิงพาณิชย์ การบริหารการเปลี่ยนแปลง และสร้างแรงจูงใจแก่บุคลากรได้ 10.ปรับปรุงการปฏิบัติการ และบริหารต้นทุนในการพัฒนาความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่นๆ) 11.ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้กระชับ

12.ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรโดยเฉพาะจำนวนพนักงานให้สอดคล้องกับกำลังการผลิต 13.ปรับกลยุทธ์ด้านการจัดกลุ่มธุรกิจของบริษัทเริ่มตั้งแต่ฝ่ายช่าง : ปรับปรุงธุรกิจการซ่อมบำรุงอากาศยานเชิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง 14.จัดกลุ่มธุรกิจของบริษัทในฝ่ายช่าง : ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินลำตัวกว้าง 15.จัดกลุ่มธุรกิจฝ่ายบริการภาคพื้น ปรับรูปแบบกระบวนการทำงานของพนักงานในฝ่ายภาคพื้น 16.จัดกลุ่มธุรกิจฝ่ายบริการภาคพื้นโดยปรับปรุงบริการห้องรับรองพิเศษ และห้องฉุกเฉินในภาวะไม่ปกติ 17.จัดทำกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์

18.จัดกลุ่มธุรกิจการพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ 19. ศึกษาแนวทางการดำเนินธุรกิจในอนาคตของกลุ่ม Business Unit ใหม่ 20.เพิ่มประสิทธิภาพครัวการบินเพื่อให้ผลการดำเนินการเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในการเสิร์ฟอาหารร้อนบนเครื่องบิน 21.ทำครัวการบินไทยให้เป็น Smart Kitchen 4.0 22.จัดกลุ่มธุรกิจของครัวการบิน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ 23.จัดครัวการบินไทยสาขาต่างๆใหม่เพื่อสามารถทำกำไรให้สูง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาลล้มละลายกลางพ้นรัฐวิสาหกิจอนุทิน ชาญวีรกูลประยุทธ์ จันทร์โอชาการบินไทยแผนฟื้นฟูข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้