ข่าว
100 year

คนตกงาน-หยุดงานชั่วคราวพุ่ง ธปท.หวังเงินรัฐลุยเยียวยา

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 พ.ค. 2563 05:30 น.
SHARE

ฟันธงไตรมาส 1 ติดลบแรง ธปท.ชี้ท่องเที่ยว มี.ค.ลด 76.8% ส่งออกติดลบ 2.2% คาด เม.ย.แย่ลงอีก การผลิตทรุดใกล้ช่วงน้ำท่วมปี 54 ลูกจ้างที่ถูกให้หยุดทำงานชั่วคราว มี.ค.-เม.ย. มีจำนวนแล้ว 2.8 แสนคน ตัวเดียวที่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจคือ เงินรัฐ โดยเงินเยียวยา 1 ล้านล้านเท่ากับ 6%ของจีดีพี-ซอฟท์โลนช่วยได้อีก 3%

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส สายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการพิจารณาเครื่องชี้เศรษฐกิจในเดือน ก.พ. และ มี.ค. ซึ่งหดตัวต่อเนื่อง ทำให้มองว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปีนี้น่าจะหดตัวค่อนข้างแรง จากการท่องเที่ยวที่หดตัวรุนแรง และส่งออกที่หดตัวต่อเนื่อง รวมทั้งความเชื่อมั่นของประชาชนและนักธุรกิจที่ลดลงมาก และส่งผลทั้งต่อการใช้จ่าย การผลิต และการลงทุน

ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัวรุนแรง โดยในเดือน มี.ค. มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 800,000 คน หดตัว 76.4% จากระยะเดียวกันปีก่อน และไตรมาสแรกนักท่องเที่ยวลดลง 38% จากผลของการประกาศใช้มาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ขณะที่การสำรวจล่าสุดในเดือน เม.ย.พบว่า 5 สนามบินหลัก ล่าสุด มีนักท่องเที่ยว 42 คนต่อวัน หรือลดลง 99% ส่งผลถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โรงแรมและภัตตาคาร และขนส่งผู้โดยสาร

ขณะที่การส่งออกสินค้า เดือน มี.ค.ขยายตัวลดลง 2.2% ตามนิยามของดุลการชำระเงิน ซึ่งแตกต่างจากนิยามของกระทรวงพาณิชย์ที่คิดจากการส่งมอบสินค้า และหากไม่รวมการส่งออกทองคำหดตัว 6.5% จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการซื้อของประเทศคู่ค้าลดลงมาก และหากมองไปข้างหน้า จากการประมาณการเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกขององค์การการค้าโลกในปีนี้ที่คาดว่าในกรณีเลวร้ายหดตัว -8.8% และ -31.9% ตามลำดับ ทำให้คาดว่าการส่งออกสินค้าของไทยในระยะต่อไปลดลงต่อเนื่อง

การลงทุนภาคเอกชนหดตัวสูงขึ้น โดยในเดือน มี.ค.ลดลง 7.8% และไตรมาสแรกลดลง 6.6% ตามความต้องการซื้อทั้งในและต่างประเทศที่อ่อนแอลง รวมทั้งความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ลดลงต่อเนื่องตามสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น

เช่นเดียวกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ติดลบ 11.2% ซึ่งเป็นการลดลงใกล้เคียงกับช่วงน้ำท่วมในปี 54 ซึ่งในขณะนั้นไม่สามารถผลิตสินค้าได้ ส่งผลให้ตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น ทั้งกรณีการถูกเลิกจ้างที่มีเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่จำนวนลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการชั่วคราว แต่ยังไม่เลิกจ้าง (มาตรา 75) ในเดือน มี.ค. 92,264 คน และเพิ่มขึ้นอีก 188,238 คนในเดือน เม.ย. รวม 2 เดือน 280,502 คน

การบริโภคภาคเอกชนหดตัวในเดือน มี.ค. 0.6% ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี ตามการใช้จ่ายในเกือบทุกหมวด จากปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแอลง ทั้งในด้านรายได้ การจ้างงาน และความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยผลกระทบจากภัยแล้งทำให้รายได้เกษตรกรเดือน มี.ค.ลดลง 1.7% การเดินทางและการใช้จ่ายนอกบ้านลดลง โดยมีเพียงการใช้จ่ายในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นและการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวได้

นายดอน กล่าวต่อว่า ตัวที่ดีตัวเดียวในเดือน มี.ค.นี้ การใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน และในระยะต่อไปต้องติดตามมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจที่ออกมาว่าจะช่วยได้มากแค่ไหน โดยวงเงิน 1 ล้านล้านบาท เท่ากับ 6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรน (ซอฟท์โลน) ของ ธปท. 500,000 ล้านบาทเท่ากับ 3% ของจีดีพี ถ้าเงินเหล่านี้ออกไปเร็วและตรงจุดจะช่วยเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้มากขึ้น ซึ่งการใช้เงินของภาครัฐในขณะนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจปรับไปในทิศทางที่แย่ลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.60 ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพียง 700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากดุลการค้าที่เกินดุล 2,300 ล้านเหรียญฯ

ขณะที่รายรับภาคท่องเที่ยวที่ลดลงมากทำให้ขาดดุลบริการ 1,600 ล้านเหรียญฯ ค่าเงินบาทในภาพรวมอยู่ในทิศทางอ่อนค่า.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนตกงานหยุดงานชั่วคราวดอน นาครทรรพธนาคารแห่งประเทศไทยส่งออกหดภาคอุตสาหกรรมข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้