ข่าว
100 year

ยักษ์ใหญ่จัดเต็มกีดกันการค้า "สหรัฐฯ-อินเดีย-จีน" ครองแชมป์ตอบโต้ทุ่มตลาด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์17 ก.พ. 2563 07:15 น.
SHARE

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และองค์การ ทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ดับบลิวทีโอได้เผยแพร่รายงานติดตามสภาวะการค้าของดับบลิวทีโอ โดยระบุว่า การค้าโลกทวีความตึงเครียดมากขึ้น เพราะในรอบ 1 ปี หรือตั้งแต่เดือน ต.ค.61-ต.ค.62 สมาชิก ดับบลิวทีโอใช้มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น ครอบคลุมมูลค่าการค้าราว 750,000 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ สูงสุดนับตั้งแต่ปี 55 และเพิ่มขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 588,300 ล้านเหรียญ สร้างความไม่แน่นอนต่อการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ปีนี้การค้าโลกจะขยายตัวเพียง 2.7% จากเดิมคาดขยายตัว 3%

ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา สมาชิกดับบลิวทีโอใช้มาตรการ กีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้น 102 มาตรการ โดยในด้านการนำเข้า มีการใช้มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรมากที่สุด ตามด้วยการห้ามนำเข้า และการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ส่วนด้านการ ส่งออก ส่วนใหญ่จะเป็นการเก็บภาษีสินค้าส่งออก การกำหนดเงื่อนไข และใบอนุญาตส่งออก การจำกัดปริมาณ เป็นต้น โดยสินค้าที่ถูกกีดกันทางการค้ามากที่สุด ได้แก่ แร่และเชื้อเพลิง เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า

สำหรับสมาชิกที่ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) มากที่สุด ได้แก่ สหรัฐฯ อินเดีย และจีน สินค้าที่ถูกไต่สวนเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ โลหะ เคมีภัณฑ์ และพลาสติก ส่วนสมาชิกที่ถูกใช้มาตรการเอดีมากที่สุด คือ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย ญี่ปุ่น และไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า 1-2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าประเทศใหญ่ๆใช้มาตรการกีดกันการค้ามากขึ้น ซึ่งเป็นการฉุดรั้งการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่องค์กรอุทธรณ์ของดับบลิวทีโอ สมาชิก 6 ใน 7 คนหมดวาระลง ส่วนอีก 1 คนที่เหลือ จะหมดวาระลงในปีนี้ และยังไม่ได้เลือกสมาชิกใหม่ จึงทำให้การระงับข้อพิพาทที่มีการฟ้องร้องกันต้องหยุดชะงัก.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

องค์การการค้าโลกดับบลิวทีโอกีดกันการค้าภาษีศุลกากรอรมน ทรัพย์ทวีธรรม

Most Viewed