ข่าว
100 year

ผงะ จีดีพีปีนี้โตได้แค่ 1.3% กันชน เศรษฐกิจไทยหมดแล้ว รอหวังพึ่งมาตรการคลัง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์14 ก.พ. 2563 08:15 น.
SHARE

กระทรวงท่องเที่ยวฯ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ภาครัฐ เอกชน รับมือวิกฤติไวรัสโควิด–19 ธปท.เผยจีดีพีปีนี้ขยายตัวได้แค่ 1.3% หากการท่องเที่ยวรายได้หายถึง 250,000 ล้านบาท ยอมรับกันชนเศรษฐกิจไทยปีนี้หมดแล้ว เหลือพึ่งนโยบายการคลัง ด้าน “สมชาย” ชี้ตอนนี้เหลือพระเอกตัวเดียวคือภาครัฐบาล ส่วน “พิพัฒน์” รอไวรัสหยุดระบาด ขอนายกฯ ช่วยทุบโต๊ะยกเว้นวีซ่าจีนและอินเดีย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง กว่า 500 คน เข้าร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอและแนวทางการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เสนอต่อนายกรัฐมนตรี

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ทันทีที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ยุติลง จะผลักดันมาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีนกับอินเดีย ซึ่งต้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนทุบโต๊ะตัดสินใจ เพราะก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศยังค้านอยู่ ขนาดญี่ปุ่นยังไม่กลัว มีการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนแล้วเราจะไปกลัวอะไร

ทั้งนี้ สถานการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1-9 ก.พ.63 ภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติติดลบ 43.4% เฉพาะจีนติดลบ 86.5% คาดตลาดจีนเที่ยวไทยจะลดลงจนถึงระดับต่ำสุดที่ 90% ในเดือน ก.พ.นี้ และจะฟื้นตัวกลับมา 50% ภายในสิ้นเดือน มี.ค. และค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงสงกรานต์ และตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มมาไทยเพิ่มขึ้นเป็น 1.4-1.5 ล้านคนต่อเดือนจากปกติที่มาเดือนละ 900,000 คน จึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้าในการรองรับ ทั้งการอำนวยความสะดวก เช่น ตารางเวลาบิน (สลอต) ทั้งเที่ยวบินเช่าเหมาลำและเที่ยวบินปกติจากจีน ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยและดูแลสิ่งแวดล้อม

“ถ้าจีนยังไม่สามารถยุติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ อาจทำให้เศรษฐกิจโลกปีนี้เติบโตได้ไม่ดี ส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทยโดยตรง จากเดิมคาดการณ์โต 2.8% พอเจอเรื่องนี้ ได้ถึง 2.5% ก็นับว่าเก่งแล้ว เพราะจีนถือเป็นประเทศที่ส่งออกนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เฉพาะประเทศไทยปีที่แล้วมีชาวจีนมาเยือน 11 ล้านคน คิดเป็น 27% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยทั้งหมด หรือสร้างรายได้กว่า 500,000 ล้านบาท”

ด้านนายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปี 63 ถือว่าเป็นปีแห่งวิบากกรรมของเศรษฐกิจไทย หากรายได้ท่องเที่ยวลดลง 250,000 ล้านบาท ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ธปท.)ประเมินไว้ จะทำให้จีดีพีปี 63 ที่ ธปท.คาดไว้ว่าจะขยายตัว 2.8% เหลืออยู่ที่ 1.3% เท่านั้น เพราะรายได้ที่หายไป เท่ากับ 1.5% ของจีดีพี หวังว่าจะไม่เลวร้ายขนาดนั้น ซึ่งตอนที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดเหลือ 1% ต่ำที่สุดตั้งแต่มีการตั้ง ธปท.มายังไม่คิดว่ารายได้ท่องเที่ยวจะหายไปมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม การลดดอกเบี้ยไม่ช่วยอะไรได้มาก กนง.ไม่ได้หวังว่าจะเกิดการปล่อยสินเชื่อเพิ่ม แต่จะช่วยให้เกิดสภาพคล่อง และช่วยปรับโครงสร้างหนี้ของภาคธุรกิจ ตอนนี้หลายฝ่ายต้องช่วยกัน และมาตรการการคลังจะเป็นมาตรการสำคัญที่เข้ามาดูแลช่วงนี้

“กันชนทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ไปหมดแล้ว เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง คิดเป็น 20% ของจีดีพีหรือ 1 ใน 5 เมื่อถูกกระทบก็หนักพอสมควร ในแง่การจ้างงานในภาคท่องเที่ยว ประกอบด้วยโรงแรม ภัตตาคาร ค้าปลีก ขนส่ง คิดเป็น 20% ของการจ้างงานได้รับผลกระทบหมด ขณะที่ภาคเกษตรมีแรงงาน 40% ก็เจอผลกระทบภัยแล้ง เมื่อรวมกันเท่ากับคน 60% ในภาคแรงงานได้รับผลกระทบจากวิกฤติที่เกิดปีนี้ อีกทั้งหนี้ครัวเรือนขณะนี้อยู่ที่ 80% ของจีดีพี เมื่อติดขัดจะกู้ยืมเงินเพิ่มก็ลำบาก ฉะนั้นกันชนที่พอเหลืออยู่ คือ นโยบายการคลัง หนี้สาธารณะที่อยู่ในสัดส่วนต่ำ ทำให้ภาครัฐมีโอกาสกู้เพิ่มได้ น่าเสียดายที่งบประมาณ ปี 63 ยังไม่ออก ด้านเงินสำรองระหว่างประเทศมีสูงทำให้ต่างชาติยังเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย”

ส่วนข้อเสนอหลังจากนี้ ต้องเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น เพื่อลดความเสี่ยงยามมีปัญหา จากที่พึ่งพิงตลาดจีนถึง 27% และต้องพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในช่วงนี้มาฟื้นฟูที่พักและแหล่งท่องเที่ยวทาง ธรรมชาติ ตลอดจนกระจายนักท่องเที่ยวไปเมืองรอง

นายสมชาย ภัคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสทำให้การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกปีนี้ ติดลบ 9% สำหรับประเทศไทยทั้งการส่งออกและท่องเที่ยวติดลบแน่ จึงเหลือพระเอกตัวเดียวคือภาครัฐที่มีงบประมาณรายจ่ายปี 63 ที่ 3.2ล้านล้านบาท แต่ก็มาล่าช้าอีก หวังว่าทุกอย่างจะจบเดือน ก.พ.นี้ และเบิกจ่ายได้เร็วขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับภาครัฐว่าจะใช้ตัวนี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ขนาดไหน สำหรับจีดีพีไทยปีนี้ ถ้ามีการกระตุ้นจากรัฐบาลโอกาสที่จะขยายตัวที่ 2- 2.2% เป็นไปได้ ทางออกคือต้องทำงานหนัก ต้องหานักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น นอกจากนี้ต้องใช้กลยุทธ์ให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากขึ้นและอยู่นานวันมากขึ้นด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพีปีนี้การท่องเที่ยวกันชนเศรษฐกิจพิพัฒน์ รัชกิจประการไวรัสโคโรนายกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจีน

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้