ข่าว
100 year

เปิดดวงปี 2563 ทำอะไรถึงจะรวย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2563 06:01 น.
SHARE

ปี 2563 ตรงกับปีนักษัตรว่า “ปีหนู” หรือ “ปีชวด”

อย่างไรก็ดี ปีนี้น่าจะเป็นอีกปีที่คนไทยรู้สึกกังวลกับอนาคต โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเห็นสัญญาณไม่ดีตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปีที่แล้วว่าเศรษฐกิจปีนี้ส่อแววไม่ดี เพราะมีสารพัดปัจจัยลบทั้งภายนอกและภายในมากระหน่ำ

จึงอย่าแปลกใจที่ในปีนี้คนไทยหลายคนให้ความสำคัญกับเรื่อง “หมอดู” “การทำนายดวงชะตาราศี” มากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการดำเนินชีวิตในปี 2563

เพื่อเป็นหนึ่งในเข็มทิศธุรกิจในปีชวด “ทีมเศรษฐกิจ” จึงขอ 4 อาจารย์หมอชื่อดังระดับประเทศมาช่วยจับยามสามตาส่องว่าปี 2563 จะเป็นอย่างไร ที่สำคัญ ทำอะไรถึงจะรวย!!!

โหรวารินทร์ชี้ต้นร้ายปลายดี

สำหรับ “โหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ” ถือเป็นหนึ่งในโหรชื่อดังแห่งท้องถิ่นล้านนา ได้รับฉายาว่า “โหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)” หรือ “โหร คมช.”

โหรวารินทร์ กล่าวถึงดวงชะตาในปี 2563 ว่าปีนี้ที่หลายคนกังวลว่าบ้านเมืองจะเกิด วิกฤติต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤติเศรษฐกิจ ขอบอกเลยว่าอย่าได้กังวลเลย เพราะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่เกิดขึ้นกับทุกประเทศในโลก

“แต่ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น มักจะมีทางออกเฉพาะ สามารถแก้ไขได้ แม้บางปัญหาจะใช้เวลาก็ตาม”

สำหรับประเทศไทยในห้วง 3-6 เดือนแรกของปี 2563 จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แน่ และจะมีคนใหม่เข้ามาเสริม เข้ามาช่วยบริหารประเทศ ไม่ใช่การเข้ามาโละคนเก่า เพราะคนเก่าก็ยังคงอยู่ แต่จะมีคนเก่ง มีความสามารถ เข้ามาเสริม มาช่วยบริหาร การจัดการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจะมาช่วยแก้ไขปัญหาปากท้อง แม้จะไม่ 100% แต่ก็ช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศผ่านพ้นวิกฤติไปได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ ก็ยังคงพัวพันกับสถานการณ์การเมืองในประเทศด้วย แบบหนีกันไม่ออก เพราะการเมืองเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ โดยยังมีกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อประเทศ มาสร้างปัญหาให้ชาติบ้านเมืองมาสร้างความวุ่นวาย ปั่นป่วนแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แต่สุดท้ายกลุ่มไม่หวังดีต่อประเทศไทยจะแพ้ภัยตัวเอง!!

ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ทั้งเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากทั่วโลก ปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมืองจากคนไม่กี่กลุ่ม ซึ่งอาจจะดูเหมือนหนักหนาสาหัส แต่สุดท้ายปัญหาก็จะได้รับการแก้ไขคลี่คลายลง

ในห้วง 3-6 เดือน จะมี “ทรัพยากร” ผุดขึ้นมา เป็น “ทรัพย์ที่มีค่า” จะเป็นสิ่งที่มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คล้ายๆรอยต่อแผ่นดิน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และมีจุดเริ่มต้นที่ดีร่วมกันด้วย

บ้านเมืองเรา เผชิญสารพัดปัญหามานานกว่าเป็น 10 ปี และมาผ่อนคลายเมื่อปี 2557 และก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่ในที่สุดก็จะไปโลดเมื่อผ่านพ้น 3-6 เดือน ของปีนี้ไปแล้ว”

“ประเทศไทยเราเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ มีระเบียบ แบบแผน มีความสว่างไสว”

ทุกอย่างเป็นไปตามกฎแห่งกรรม คนที่ไม่ใช่คนไทยแท้ 100% ที่มาอาศัยประเทศไทย แล้วมาทำร้ายบ้านเมืองเรา มาก่อกรรม เมื่อหมดกรรม ก็จะไป “เหมือนต้นร้ายปลายดี”

ทั้งนี้ ผู้มีหน้าที่มาขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถือเป็นผู้ที่มีบุญ มีหน้า ก็ต้องทำตามหน้าที่ต่อไป แม้จะมีผู้มาก่อกวน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

ส่วนธุรกิจใดจะรุ่งจะร่วง จะรวยนั้น ขอไม่เจาะจงเป็นการเฉพาะ เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ก็ได้รับผลกระทบกันทั้งโลก แต่ประเทศไทยก็แก้ไขได้ ผ่านพ้นไปได้

การจะประกอบอาชีพใด ขึ้นอยู่กับการที่ต้องพิจารณารายละเอียดให้ดี แต่ละคนจะมีช่องทางทำมาหากินของตัวเอง แต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน เลือกเอาในสิ่งที่ตัวเองชอบและรัก แล้วจะทำได้ดี โดยหลังจาก 3-6 เดือนไปแล้ว เศรษฐกิจของประเทศไทยจะค่อยๆดีขึ้น ตลาดหุ้นก็ค่อยๆดีขึ้นเช่นกัน จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ

“เข้าสู่ยุคศิวิไลซ์อย่างสมบูรณ์ ประชาชนอยู่ดีมีสุข”!!

“อาจารย์คฑา” ย้ำปีนี้ต้องจับจ่าย

มากันที่ “อาจารย์คฑา ชินบัญชร” หมอดูไพ่ยิปซีลายไทยสำรับแรกของโลก ไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดไพ่วิเคราะห์ให้เห็นภาพรวมทันทีว่าปีนี้ เป็นปีหนูน้ำ ธาตุทอง ที่ว่ากันว่า 60 ปีถึงมีครั้ง แถมวิเคราะห์ว่า “หนู” โดยธรรมชาติเป็นสัตว์ที่อยู่ได้ทุกที่ ที่ไหนสะอาด สกปรก ตามซอกก็อยู่ได้ สามารถปรับตัวตามสถานที่และสถานการณ์ได้

ดังนั้นจึงทำให้เห็นว่าในปี 2563 ปีหนู ถือเป็นปีที่ต้องมี “การปรับตัวของโลก” และมีการก้าวข้ามจากยุค 8 มาเป็นยุค 9 หรือถ้าจะเปรียบเหมือนคนยุคนี้ก็ต้องปรับตัวเพื่อที่จะรองรับ 5G ที่จะมีขึ้นภายใน 4 ปีนี้

ยิ่งปีนี้ปี “หนูธาตุทอง” หมายถึง เป็นปีแห่งการจับจ่าย เพื่อให้สอดคล้องกับยุคที่ต้องมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นการใช้ชีวิตในยุคนี้เราต้องมีการจับจ่าย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน ขอเตือนว่าหากมีเงินอย่ามัวแต่ฝากเงินจะมีรายได้น้อย เพราะดอกเบี้ยเงินฝากตอนนี้แค่ 0.25-1.2% ขณะที่เงินเฟ้อไปถึง 3-6%

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนรับปีหนู ต้องเอาเงินที่มีออกมาจับจ่าย แต่ในการจับจ่ายก็ต้องมีสติให้มากที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะการจับจ่ายในสิ่งที่ควรมี ควรครอบครอง เช่น การจับจ่ายใช้สอยในธุรกิจ การใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน บ้าน โดยเฉพาะทองคำ เพราะทองคำกำเนิดน้ำ เป็นต้น

ที่สำคัญคือ ในปีนี้อย่าประหยัดมากไป

“อาจารย์คฑา” กล่าวว่า ปี 2563 นอกจากทุกคนต้องมีการปรับตัวแล้ว จะต้องทำทุกอย่างให้มีมูลค่าขึ้น ขณะเดียวกันทำอย่างไรให้ชีวิตดีขึ้นและจับเงินจับทองมาไว้กับตัวเราให้มากที่สุดนั่นเอง

ส่วนทิศที่ดีของปีหนู คือ ทิศเหนือ ส่วนทิศที่เป็นมิตรกับปีหนู คือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นทิศมังกร ที่เป็นซาฮะ (สมพงศ์) กับปีหนู เช่นพื้นที่พัทยา จันทบุรี ตราด เกาะสมุย ส่วนทิศตะวันตกเฉียงใต้ เช่น ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ศรีลังกา เกาะมัลดีฟส์ ถือได้ว่าเป็นทิศที่ส่งผลดีกับปี 2563 ดังนั้น หากคิดจะค้าขาย หรือ ทำเงิน ทำทองอะไรให้เพิ่มพูนควรทำกับทิศที่เป็นมงคล

ปี 2563 เป็นปีแห่งโอกาส ก็มาดูต่อว่าปีเด่นสุดแห่งโอกาสคือ ปีคู่มิตร ซึ่งคู่มิตรของปีชวด คือ “ปีฉลู”

ดังนั้น สิ่งที่ควรทำในปีหนูและปีคู่มิตรที่จะส่งเสริมให้ทำใน “ปีหนู” เพื่อให้ได้เงิน ได้ทอง มีมูลค่าเป็นกอบเป็นกำในปีนี้ คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร สินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป ธัญพืช ที่ดิน ผลไม้ รวมถึงการทำโลจิสติกส์ การส่งออก ซึ่งสิ่งที่กล่าวนี้หากหยิบจับ ค้าขายขึ้นมาจะสร้างผลกำไรที่ดี สร้างความร่ำรวยได้ดีทีเดียว

ภาพรวมเศรษฐกิจของปีนี้ จะเห็นว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดี ผลเกิดมาจากผู้นำโลก เช่น ผู้นำประเทศสหรัฐฯ, จีน, กลุ่มประเทศยุโรป ที่จะทำให้ค่าเงิน ทองคำ มีความปั่นป่วน

ดังนั้นในปี 2563 จะเป็นปีที่เดาทางเศรษฐกิจไม่ถูกเลย รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยด้วย

แต่พอมาเดือน เม.ย.2563 ประเทศไทย พระอาทิตย์จะย้ายราศี และมีราศีชวด มะโรง ซึ่งเป็นดวงสมพงศ์กับปีหนู เข้ามาช่วย ดังนั้นจึงมีข้อดี ส่งผลทำให้ประเทศไทยสามารถจับทิศทางของเศรษฐกิจได้ถูก

ส่วนเดือนที่มีปัญหาต่อเศรษฐกิจไทย คือ เดือนม้า ประกอบไปด้วย เดือน มิ.ย., ก.ค. ซึ่ง 2 เดือนดังกล่าวจะไม่ถูกกับปีหนู และจะส่งผลให้มีปัญหาการเมืองภายในประเทศไทย อาจจะมีการปรับ ครม. ตามดวงช่วงนั้น ถือได้ว่าเป็นเดือนที่เศรษฐกิจอ่วมที่สุด เนื่องจากได้รับผลกระทบมาจากการเมือง การปกครองของ ประเทศ และเศรษฐกิจโลก

ส่วนเดือนที่เศรษฐกิจจะเริ่มดี ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ต้องหลังเดือน ก.ย.2563 เป็นต้นไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากเศรษฐกิจไม่ดีตามที่คาด อัตราการ เติบโตของเศรษฐกิจต่ำ แต่คนไทยยังอยู่ได้ท่าม กลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ก็เนื่องจากคนไทยต้องมีการปรับตัว

มาถึงนาทีนี้...หลายคนอาจจะอยากรู้ว่า นอกจากการปรับตัวแล้ว ภาคธุรกิจอะไรที่ควรระวัง งานนี้ให้ขีดเส้นใต้ ได้เลยว่า 1.ภาคธุรกิจที่ไม่มีการใช้ทักษะ จะเป็นธุรกิจที่ต้องล้มหายตายจากไปก่อนแน่ๆ เพราะปัจจุบันหากธุรกิจไหนสามารถใช้ระบบคอมพิวเตอร์ หรือหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ คนที่เคยทำงานจะตกงานทันที

2.ธุรกิจที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย -การเงินการบัญชี เพราะจะเกี่ยวเนื่องกับความไว้วางใจของคน 3.ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการ บันเทิง อาหาร เครื่องดื่ม

โฟกัส 3 ราศีเด่นของปี 2563 ที่ทำธุรกิจอะไรจะรุ่ง ประกอบไปด้วย 1.ราศีกุมภ์ ถือเป็นดาวจันทร์ ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจเสื้อผ้า เครื่อง สำอาง ดอกไม้ จะดีเป็น พิเศษ, 2.ราศีมีน/ราศีธนู เป็นดาวพฤหัสฯ ธุรกิจที่ควรทำคือ ธุรกิจความรู้ ความงาม ครู อาจารย์ รวมทั้งการนำเข้า ส่งออก และ 3.ราศีกรกฎ ให้ต่อยอดธุรกิจครอบครัว

ขอเตือน 3 ราศีหลักที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ควรลงทุน เหมาะกับการทำงานประจำมากกว่า คือ ราศีเมษ, ราศีเมถุน และราศีตุล

“อาจารย์คฑา” กำชับว่าปีนี้ขอให้ทุกคน ทุกราศี มีสติ “ปรับตัว” อยู่ให้ได้อย่างมีความสุข มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ ที่สำคัญคือ ปีหนูทอง ต้องจับจ่ายให้มีการหมุนเวียน แต่อย่าลืมจ่ายแบบมีสติ มีประโยชน์.

“โสรัจจะ”ขอให้อดทน-อย่าเครียด

อาจารย์โสรัจจะ นวลอยู่ เจ้าของฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” ย้ำว่าในปี 2563 ดาวมฤตยูเคลื่อนทับดวงเมือง แบบตั้งฉากในราศีเมษด้วย และจะอยู่แบบนี้ไปเป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน หรือจะเป็นลักษณะนี้ไปจนถึงกลางปี 2565 ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นทุก 84 ปี

“ขอให้ทุกคนอดทน อย่าเครียด ดำเนินชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป แก้ปัญหาไปทีละเรื่องๆ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น สะสมมายาวนาน ปัญหาอยู่ใต้พรม มันจะปะทุ ระเบิดขึ้นมาแบบไม่เคยเกิดขึ้น”

สำหรับปี 2563 ตั้งแต่ต้นปี ก็จะเห็นเหตุการณ์ความวุ่นวาย โดยจะเริ่มทยอยมีการชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่างๆ มาเดินขบวนประท้วงเต็มถนนสำคัญๆของประเทศ และจะเกิดขึ้นตลอดทุกเดือน ม็อบเล็ก ม็อบใหญ่ ต่างกันตามเหตุการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้น ถือว่าแก้ไขยากมาก เพราะเป็นปัญหาที่สะสมมานานแล้ว

ในช่วงกลางปี หรือราวเดือน พ.ค.-ก.ค.2563 อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมือง ทั้งยุบสภา หรือ “ปฏิวัติ” รวมถึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำก็เป็นได้

โดยในช่วงปี 2563-2564 และอาจเกิดขึ้นถึง 2-3 ครั้ง ทั้งยุบสภา ปฏิวัติ การเปลี่ยนผู้นำรัฐบาล รวมไปถึงการปรับ ครม.ด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ผู้นำรัฐบาลก็หนักใจมาก ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะหนักหนาสาหัส จริงๆ ก็เริ่มเห็นสัญญาณแล้ว แต่ยังไม่ยอมรับความจริง หากยอมรับความจริง ก็คงประมาทไป คิดว่าไม่มีอะไร ปัดความรับผิดชอบให้ผ่านๆไป ปัญหาจึงหนักหนาสาหัส

แม้จะมีการแก้ไขปัญหา ก็อาจจะช่วยได้บ้าง แต่บางปัญหาหมักหมมมานาน ทับซ้อนไว้นาน จนไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องระเบิดออกมา โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดวิกฤติหนักมาก แม้จะแก้ไขอย่างไรก็ไม่ทุเลาเบาบาง แต่ก็ต้องทำ ต้องแก้ไขกันไป

“ปี 2563 เป็นปีเผาจริง เผาหนักมาก ซึ่งเป็นไปตามพยากรณ์ตามดวงดาว นานๆทีจะเกิด แต่สิ่งที่ทำนายไว้ก็อาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นถือว่าหนักสุดของประเทศไทย”

ต้องทำใจว่าอาจมีม็อบสารพัดเต็มบ้านเต็มเมือง เกิดเหตุการณ์จลาจล มีความรุนแรง และแก้ไขยากมาก รวมถึงอาจเกิดเหตุการณ์แบบคาดไม่ถึงกันก็เป็นไปได้

ที่สำคัญ ยังจะเกิดสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่คิดว่าจะได้เห็น เหมือนกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ก็ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น เช่น เหตุการณ์สึนามิเมื่อครั้งปี 2547 เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด และไม่เคยเห็น เพราะฉะนั้นในปี 2563 จะมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นทั้งปี

จะเกิดความแตกแยก ขาดความสามัคคี เหตุการณ์จะบีบคั้นให้เกิดการแตกแยก ทะเลาะตบตีกัน

หนักสุดคือ การทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาหนักสุด คือ ความไม่ซื่อตรง ปัญหาคอร์รัปชัน ที่ซ้ำเติมทุกอย่างให้แก้ไขยากมาก คนจะไม่ทนเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน หากเห็นว่า เอาผลประโยชน์ใส่ตัวมากขึ้น ก็จะเกิด “มหาวิปโยค” แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้น เป็นตัวเร่งให้ประเทศเข้าสู่ยุควุ่นวาย

“นายทุนที่เอาเปรียบ ประเทศ เอาผลประโยชน์มากๆ กอบโกยเยอะๆ ธุรกิจจะมีปัญหา อยู่ไม่ได้ อาจถึงขั้นล้ม ละลาย ต้องหนีออกนอกประเทศ จากนี้ไปสิ่งที่ผิดจะอยู่ต่อไปไม่ได้ ต้องหายไป ต้องถูกกำจัด”

แนะให้ทำบุญสวดมนต์

อาจารย์โสรัจจะ ยังว่าในปีนี้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ จะหนักมาก โรงงานทยอยปิดกิจการ คนจะตกงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โจรผู้ร้ายก็จะชุกชุมเยอะมาก เพราะคนตกงาน และยังมีภัยธรรมชาติ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม มาซ้ำเติมอีก ตลาดหุ้นจะหยุดทำการชั่วคราว เพราะหุ้นดิ่งเหว เกิดเหตุการณ์ปั่นป่วนในตลาดหุ้น

ตลาดการเงินก็จะวิกฤติ เพราะค่าเงินมีปัญหาเหมือน ค่าเงินไม่มีค่า ซื้อหาอะไรก็ได้น้อย เหมือนเข้าสู่ยุคข้าวยาก หมากแพง ธนาคารก็จะมีปัญหาแบบที่ไม่เคยเห็น และไม่เหมือนเหตุการณ์ปี 2540

สำหรับธุรกิจที่ซึมๆหงอยๆ คือ ท่องเที่ยว ส่งออก หุ้น ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลก เพียงแต่ประเทศไทย จะหนักสุด เพราะพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวและส่งออก แต่สุดท้ายก็จะผ่านไปได้จึงขอให้อดทนไปจนถึงเดือน ก.ค.2565 เมื่อดาวมฤตยูย้ายออกจากดวงเมืองแล้ว เชื่อว่าประเทศไทยจะศิวิไลซ์

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในช่วงนี้ อย่าลงทุนแบบ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” เพราะมีความเสี่ยงสูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ลงทุน เพียงแต่การลงทุนนั้น ต้องลงทุนอย่างระมัดระวัง อะไรที่เสี่ยงมากก็ขอให้ชะลอไปก่อน

โดยปีนี้อาจได้เห็นหน่วยงานจากต่างประเทศมาช่วยเหมือนปี 2540 ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เข้ามาช่วย คนไทยก็ต้องช่วยกัน สามัคคีกันด้วย แต่ไม่อยากให้คาดหวังอะไรจากต่างประเทศว่าจะมาช่วยประเทศของเรามาก เพราะประเทศทั่วโลก ต่างเกิดวิกฤติเหมือนๆกัน ฉะนั้นต้องช่วยกันเอง ยึดหลักพอเพียงในการดำรงชีวิต ประคับประคองให้ผ่านพ้นกลางปี 2565 แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนธุรกิจที่มีอนาคตและรุ่งโรจน์จากการลงทุน ได้แก่ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สิ่งสวยงาม แฟชั่น สินค้าไอที สินค้าเกี่ยวกับดิจิทัล สินค้าส่งออก แต่หากจะลงทุน ก็ขอให้ระมัดระวัง อย่าลงทุนเกินตัว

ขณะที่ธุรกิจที่ไม่แนะนำให้ลงทุนเลย แต่หากจะลงทุน ก็ต้องระมัดระวัง เพราะมีความเสี่ยงมาก ได้แก่ การเงิน เงินสกุลดิจิทัล ตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ และเงินบาทจะแข็งค่ามาก

วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น อาจไม่หนักหนาสาหัส เพราะผ่านวิกฤติสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนมาแล้ว เมื่อปี 2562 แต่วิกฤติที่อาจเกิดขึ้นใหม่ และเกิดความระส่ำไปทั้งโลกนั้น อาจเกิดสงครามโลก ที่มีการใช้อาวุธกันก็ได้ เพราะจะกระทบทั้งโลก จะเกิดเหตุการณ์ราคาน้ำมันผันผวน เกิดการขาดแคลน ราคาสินค้าจะปรับขึ้นแล้วปรับขึ้นอีก

ส่วนเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ ก็ต้องระมัดระวังป้องกันไว้ ทั้งแผ่นดินไหว จนเกิด เหตุการณ์สึนามิ แผ่นดินทรุด น้ำท่วมหนักมากกว่าปี 2554 ภัยแล้ง ซึ่งตอนนี้ก็แล้งอยู่แล้ว ปี 2563-2564 อาจเกิดภัยแล้งหนักสุด เกิดทั่วประเทศ ทั้งนาข้าวก็แห้งแล้ง ผลไม้ก็ลดลง ทำให้เกษตรกรลำบากหนักมาก

ฉะนั้นปี 2563 ทุกคนต้องใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง อย่าประมาท อย่าลงทุนเกินตัว ประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดไปจนถึงกลางปี 2565 เมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ประเทศไทย จะรุ่งเรือง การประกอบธุรกิจก็จะดีวันดีคืน มีเงินก็เก็บออมไว้บ้าง เก็บไว้ใช้ยามจำเป็น อย่าใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลิน อย่าประมาท

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะไม่ล้มละลายแน่นอน เพราะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองประเทศไทย เพียงแต่ครั้งนี้หนักสุดในรอบ 84 ปี และหนักนานกว่า 2-3 ปี จะเริ่มดีขึ้นในกลางปี 2565 และเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ในปี 2566 เป็นต้นไป

ดังนั้น ทุกคนในประเทศ โดยเฉพาะผู้นำรัฐบาล ต้องหมั่นทำบุญ สวดมนต์ ซึ่งเป็นการทำบุญตามปกติของแต่ละคน ทำบุญที่มาจากใจ ทั้งการให้ชีวิต ช่วยคนเจ็บป่วย เด็ก คนชรา โดยเฉพาะเด็กพิการ คนชราที่พิการ เป็นต้น

“ขอให้ทำบุญกันตามกำลังที่ทำได้ ซึ่งผลจากทำบุญ ทำบุญจากใจ จะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้”.

“หมอช้าง” ชี้ชะตา 3 ราศีคนรวย

อีกหนึ่งในหมอดูชื่อดังในยุคนี้ ต้องยกให้ “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” ได้เปิดดวงปี 2563 แบบไม่มีกั๊ก

พ่อหมอจอมสถิติชี้ว่า ปี 2563 เป็นปีหนูทองของแท้ โดย 60 ปี โคจรมาครั้งหนึ่ง ปีนี้ จึงเป็นปีแห่งการนับหนึ่งเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริง เวลาเริ่มต้นใหม่มักเหนื่อยหน่อย ต้องบุกบั่นฝ่าฟันเยอะ ภาพใหญ่ของปี 2563 จึงเป็นปีที่มีความผันผวนหนักมาก จับทิศทางได้ยาก

“หมอช้าง” ได้กล่าวเตือนมือสมัครเล่นทั้งหลายว่ามีความเสี่ยง เจ๊งหุ้นหนัก เพราะรับมือไม่ทันกับความผันผวนของตลาดหุ้น ขณะที่ตลาดการเงินการลงทุนในปี 2563 จะถึงจุดกดปุ่ม “รีเซ็ต” นับหนึ่งใหม่

ส่อแววผันผวนตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี สวนทางกับตลาดทองคำที่จะกลับมาแรงในปีหนูทอง

เมื่อถามว่า ภาคธุรกิจไหนเป็นดาวรุ่งปี 2563 “หมอช้าง” ยกให้ภาคเกษตรกรรม, แพทย์ทางเลือก และสมุนไพร เข้าวินเต็งหนึ่ง ส่วนธุรกิจอาหารและความสวยงามยังพอประคองไปได้ แต่ที่อาการน่าเป็นห่วงอย่างหนักหน่วงคือ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม ที่มีการซื้อขายเพื่อเก็งกำไร

“หมอช้าง” ยังได้ชี้ชะตา 3 ราศีคนรวยปีนี้ และ 2 ราศีดาวร่วง ชีวิตเหนื่อยหนักตลอดปี

ราศีคนรวย 2020 “หมอช้าง” ยกให้ “ราศีธนู” เฮงมาเป็นอันดับหนึ่ง เป็นราศีที่ จังหวะการเงินดีมากอย่างเห็นได้ชัด มีข่าวดีด้านการเงินเข้ามาตลอดทั้งปี งานดีเงินเด่นทำให้มีโอกาสได้เงินก้อนโต แต่ก็จะมีรายจ่ายจากการขยายบ้าน หรือต่อเติมออฟฟิศ

รวยแบบชิลๆไม่ต้องฟาดฟันกับใคร ก็เห็นจะเป็น “ราศีกุมภ์” มีเกณฑ์ได้ทรัพย์สองเด้ง รวยทั้งจากรายได้ทางตรงและยังมีโอกาสได้โชคลาภ แถมปราศจากอิทธิพลของดาวร้ายใดๆ

ส่วนราศีคนรวยเบอร์สาม จะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก “ราศีพิจิก” การเงินจะดีขึ้นผิดหู ผิดตา มีโอกาสได้ลาภลอย แต่ระวังอย่าโลภมากเด็ดขาด ห้ามยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข และสิ่งผิด กฎหมาย เพราะปีหน้าโดนพระราหูเล็งเต็มๆ หากไปยุ่งด้านมืด อาจมีเรื่องฟ้องร้องคดีความ

พ่อหมอจอมสถิติแนะเคล็ดลับ เวลาพระราหูให้โชคมักมาโครมใหญ่ไม่คาดฝัน แต่เวลาเอาคืนก็เอาคืนหนักแบบไม่ทันตั้งตัว ฉะนั้น ควรหมั่นทำบุญแบบถัวเฉลี่ยตลอดทั้งปี

สำหรับราศีที่เจอศึกหนักอ่วมอรทัยสุดในปี 2563 คือ “ราศีพฤษภ” เป็นราศีได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวใหญ่ๆอย่างมาก เพราะเจอทั้งพระราหูเข้า และดวงไม่หนุนนำ จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงานกะทันหัน ต้องระวังเรื่องสุขภาพทั้งตัวเองและคนในครอบครัว มีโอกาสเจ็บป่วยหนัก

ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ห้ามยุ่งกับธุรกิจสีเทาเด็ดขาด เพราะปัญหาจะตามมาไม่รู้จบ ซ้ำเติม ชีวิตให้ยิ่งดิ่งลง

ขณะที่ราศีที่โดนพระเสาร์เล็งเต็มๆจนจุกทั้งปี ก็ต้อง “ราศีกรกฎ” ปีนี้ระวังการโกงและทุจริต ถูกคนใกล้ชิดที่ไว้เนื้อเชื่อใจแทงข้างหลัง แถมต้องระวังความผิดพลาดเรื่องเอกสาร จะสร้างความเสียหายทางการเงินอย่างไม่คาดคิด

ทางที่ดีควรเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่คิดทำการณ์ใหญ่ในปีหนูทอง!!!

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดูดวงดวง 2563โหรวารินทร์โหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศหมอช้างอาจารย์คฑาปีหนูทอง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้