ข่าว
100 year

จับเข่าคุย "ทิม คุก" ซีอีโอ "แอปเปิล" ตอกย้ำจุดยืน "ทำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกไม่ได้...จะไม่ทำ"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ธ.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

“ทิม คุก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ “แอปเปิล อิงค์” ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี และสมาร์ทโฟน สัญชาติอเมริกัน ผู้เป็นเจ้าของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ยิ่งใหญ่ในตระกูลแมค, ไอโฟน ไอแพด, แมคบุ๊ก และธุรกิจการบริการที่หลากหลาย

เขาขึ้นมาบริหารงาน ภายหลังจากที่มะเร็งได้คร่าชีวิตของ “สตีฟ จ็อบส์” อดีตผู้ก่อตั้งแอปเปิล ปัจจุบัน “คุก” อายุ 59 ปี และทำหน้าที่เป็น CEO ของแอปเปิลมาตลอดระยะเวลายาวนานถึง 8 ปี กระทั่งเขาติดอันดับเป็นผู้ทรงอิทธิพล 1 ใน 10 ของโลก จากการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับแอปเปิล

แม้ในระยะแรกของการรับตำแหน่งดังกล่าว จะมีผู้คนจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์ว่า เขาอาจไม่ใช่อัจฉริยะเหมือน “จ็อบส์” หรือผลักดันให้แอปเปิลเติบโตได้มากเท่ากับ “จ็อบส์” แต่ตรงกันข้าม เขาไม่ใช่เป็นเพียงผู้แก้ไขวิกฤตการณ์ใหญ่ๆที่แอปเปิลเผชิญได้อย่างราบรื่น ในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯมีปัญหาฟองสบู่แตก ด้วยการตัดสินใจดึงแอปเปิลออกจากอุตสาหกรรมการผลิตปิดโรงงานและโกดังทั่วโลก จนสามารถทำให้บริษัทลดระดับสินค้าคงคลัง และนำไปสู่ความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพในสายการผลิตจนประสบความสำเร็จเท่านั้น

หากแต่ยังสร้างยอดขาย รายได้ และกำไรให้แก่บริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา!!

วันนี้ แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจะค่อนข้างอิ่มตัว และมีคู่แข่งใหม่ๆจำนวนมาก แต่ “คุก” ยังฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นได้อย่างดี และแข็งแกร่งด้วยการสร้างการเติบโตของธุรกิจพร้อมกับขยายธุรกิจบริการไม่ว่าจะเป็น Apple Music, Apple Card, Apple Arcade, Apple TV ที่ส่งผลให้แอปเปิลมีธุรกิจที่เติบใหญ่ยิ่งๆขึ้นไปในอนาคต

“คุก” ยังคงทำให้ชื่อเสียงของ “ผลแอปเปิลที่มีรอยกัด” ได้รับการยอมรับจากผู้คนทั่วโลกมากที่สุด และในปีที่ผ่านมา แอปเปิลยังคงเป็นบริษัทอเมริกันแห่งแรกที่สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยมูลค่าทางการตลาดพุ่งทะลุหลัก 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 30 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าเกือบ 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2561 อยู่ที่ 16.3 ล้านล้านบาท

ในวันที่เขามาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก “ทีมเศรษฐกิจไทยรัฐ” ได้มีโอกาสติดตามไปสังเกตการณ์กิจกรรมที่เขาไปร่วม นับตั้งแต่การไปเยือนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อไปดูและเก็บข้อมูลการใช้งานของเด็กนักเรียนประถมเพื่อการศึกษา การไปเยี่ยมชมทีมวอลเลย์บอลสาวไทยฝึกซ้อม การไปเยี่ยมชมผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลนำมาสร้างประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ที่ “สามย่าน โค-ออป” และการไปเยี่ยมลูกค้าและพนักงานที่ Apple Store Iconsiam พร้อมกับการเปิดโอกาสให้สัมภาษณ์ ดังนี้

เหตุผลของการมาเยือนประเทศไทย

ทิม : อยากมาดูคอมมิวนิตี้ หรือชุมชนของผู้ใช้อุปกรณ์แอปเปิลในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยลูกค้าและนักพัฒนาต่างๆ ทีมงานที่ร้าน Apple Store Iconsiam และอื่นๆอีกมากมาย รู้สึกมีความสุขมากจากสิ่งที่พบเห็น คนไทยมีจิตใจดี ให้เกียรติกัน แตกต่างจากสถานที่อื่นในโลก อยากมาอยู่ใกล้ชิดกับนักพัฒนาทั้งหลายด้วย

ผมมีความประทับใจกับการได้เห็นเด็กนักเรียนที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯในระดับประถมได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วเรื่องการ Coding (เขียนโค้ดซึ่งเป็นการสั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการ) และรู้จักการใช้ iPad มาเป็นอุปกรณ์การเรียน

สำหรับทีมวอลเลย์บอลสาวไทยที่ได้ไปพบมา ผมชื่นชอบความเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว แต่ชอบการนำนวัตกรรมไปใช้ โดยโค้ช (ผู้ฝึกสอน) ได้นำ iPad ไปใช้สำหรับการฝึกซ้อม นักกีฬาใช้นาฬิกา Apple Watch เพื่อฟิตเนสร่างกาย

ผมขออธิบายเพิ่มเติมถึงความสำคัญของ Coding ผมคิดว่า 2 ทักษะที่สำคัญในอนาคตคือ Coding และความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น แอปเปิลได้พัฒนาหลักสูตรมา 2 ด้านด้วยกัน โดยด้านแรกเรียกว่า Everyone can code ซึ่งเราคิดว่านักเรียนทุกคนในโลกนี้ เรียนรู้การเขียนโค้ดได้เมื่อหลังจากจบการศึกษาไปแล้ว เพราะเป็นภาษาที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้และช่วยให้นักเรียนสามารถแสดงออกได้ทางใดทางหนึ่ง

ถึงแม้เขาไม่ได้เรียนคอมพิวเตอร์ เขาอาจจะไม่เป็นนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ แต่ในอนาคตอาจจะอยากเป็นนักออกแบบแฟชั่น หรือเป็นครู เป็นแพทย์ เป็นทนายความ สิ่งเหล่านี้จะมีมิติของซอฟต์แวร์ ไม่ว่าอาชีพใดๆก็ตาม เด็กๆควรจะเข้าใจศิลปะของความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้น และ Coding ช่วยให้เด็กๆสามารถพัฒนาสิ่งเหล่านี้

ส่วนด้านที่ 2 คือ Everyone can create คนไทยเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์มากอยู่แล้ว เราจึงพยายามทำให้ความคิดดังกล่าวเติบโตในระดับห้องเรียน ซึ่งปกติแล้วอาจจะไม่มีการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์มากนัก เช่น ได้เห็นเด็กๆในโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เรียนเรื่องระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งมีความคิดสร้างสรรค์มากมายที่เด็กจะต้องคิดออกมานำเสนอครู หรือพรีเซนต์งานกัน เช่น ความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงช่วงกลางวัน กลางคืน ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมากและสำคัญมาก เราจึงตัดสินใจทำหลักสูตรขึ้นมาทั้งเรื่อง Coding และความคิดสร้างสรรค์

ในอนาคตคิดว่าคนพูดภาษาเดียวกัน

ทิม : ทุกวันนี้พวกเราก็สื่อสารกันอยู่แล้วผ่าน Coding เป็นภาษาสากล คิดว่าน่าจะเป็นภาษาที่ 2 ที่ควรจะเรียนรู้ไว้ ซึ่งจริงๆทุกคนโตขึ้นมากับการเรียนรู้มากกว่า 2 ภาษาอยู่แล้ว แต่การจะเลือกเรียน 2 ภาษาขอแนะนำให้เรียนภาษาที่ 2 เป็นภาษา Coding

สำหรับสิ่งที่แอปเปิลส่งเสริม Coding คือ เราประดิษฐ์ภาษาขึ้นเรียกว่า Swift เป็นการเขียนโปรแกรมที่สร้างขึ้น สำหรับการสร้างแอปพลิเคชันในระบบปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์แอปเปิลทั้งหมด พยายามทำให้เรียนรู้ง่าย เพื่อเอาไปใช้ง่ายๆ เพราะเด็กๆส่วนมากเห็นว่า Coding ทำได้แค่คนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น และเห็นว่าไม่น่าสนใจ แอปเปิลเลยทำเป็นภาษาใช้ง่ายๆเข้าใจง่าย

โดยแอปเปิลได้ออกแบบหลักสูตรเริ่มมาตั้งแต่ประถม ที่เราไปเจอมาไปจนถึงเด็กโต หรือผู้ใหญ่ที่ทำการออกแบบแอปพลิเคชันแบบซับซ้อนมากๆ สิ่งที่เขาเรียนรู้ในตอนแรกจะได้นำไปใช้ทั้งชีวิตและไม่ต้องไปเรียนรู้อย่างอื่น

สำหรับเด็กไทย ที่ได้รับทุนให้เข้าไปร่วมการประชุมนักพัฒนาของแอปเปิล ในงาน WWDC ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีนั้น ได้นำเสนอไอเดียการพัฒนาแอปพลิเคชันอย่างน่าสนใจมาก เขาได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของไทย เป็นแอปที่ช่วยจัดตารางเรียน และช่วยจัดการสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในแต่ละเทอม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญกับการเรียน เข้าถึงได้รวดเร็ว แม้กระทั่งการคำนวณเกรด GPA ได้เลย

การเป็นบุคคล “ผู้ทรงอิทธิพลของโลก” มีความกดดันบ้างหรือไม่

ทิม : สิ่งที่ผมพยายามทำเสมอมาคือ การเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่ได้เป็นนักแสดง ดังนั้น การไปทำงานทุกวัน จะต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และพยายามนึกถึงเสมอว่า ผมอยู่เพื่อที่จะทำสิ่งดีๆให้ผู้อื่น บริการผู้อื่น ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ถ้าทำตัวแบบนี้เสมอต้นเสมอปลาย ชีวิตจะมีความสุขมากกว่า ผมเป็นคนถ่อมตน ไม่ได้มีคนรอบล้อมมากมาย ไม่คิดถึงอิทธิพล หรืออำนาจที่ผ่านเข้ามา และคิดเสมอว่าเราทำงานเพื่อคนอื่นเท่านั้น

ดูแลสุขภาพดีมาก มีข้อแนะนำอย่างไร

ทิม : ผมตื่นตี 4 โดยชั่วโมงแรกของวันจะอ่านอีเมล ที่ส่งมาจากพนักงานและลูกค้า พอตี 5 ถึง 6 โมงออกกำลังกาย พยายามทำสม่ำเสมอทุกวัน เพราะเป็นช่วงที่สามารถลดความเครียด ซึ่งในช่วงกลางคืนควบคุมไม่ค่อยได้ ถ้าถามว่ามีคำแนะนำสำหรับผู้บริหารคนอื่นๆ ในการดูแลสุขภาพอย่างไรบ้าง คงต้องบอกว่า ก่อนอื่นต้องดูสิ่งที่ตัวเองรักก่อนว่าอยากจะทำอะไร ผมเป็นคนชอบปีนเขา และชอบเดิน ถ้าบอกตัวเองให้ไปทำกิจกรรม 2 อย่างนี้จะง่ายกว่าไปทำกิจกรรมอื่น เช่น ไปยิมเพราะเวลาไปยิม ไม่สนุก แต่ถ้าไปปีนเขา ไปเดินจะมีความสุข สนุกมากกว่า ถ้าจะตื่นเช้าไปปีนเขา ไปเดินมันคุ้มค่ากับการได้สุขภาพที่แข็งแรง

คู่แข่งพัฒนาเทคโนโลยีไล่ตามแอปเปิล

ทิม : ผมคิดว่าแอปเปิลมีคู่แข่งสำคัญอยู่เสมอ ถ้าจะดูตั้งแต่ช่วงต้นๆ ตอนนั้นทำคอมพิวเตอร์แมคอินทอช ต้องต่อสู้กับวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ เป็นคู่แข่งที่เก่ง สำหรับยุคสมาร์ทโฟนเริ่มต้นนั้น เราได้ต่อสู้กับแบล็กเบอร์รี่ และโนเกีย ซึ่งเรามักมีคู่แข่งที่แข็งแรงอยู่เสมอ

การแข่งขันทำให้เราดีขึ้น เก่งขึ้นทุกวัน ถ้าไม่มีคู่แข่งเลย เราอาจจะขี้เกียจ เราดีใจที่มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันอยู่เสมอ

มีนโยบายลดราคาผลิตภัณฑ์อื่นลงตาม iPhone รุ่นใหม่หรือไม่

ทิม : สิ่งที่แอปเปิลทำคือ พยายามตลอดในการเพิ่มแวลู หรือคุณค่าเข้าไปในผลิตภัณฑ์ และทำให้ผลิตภัณฑ์ดีที่สุดในโลกให้ได้ รวมถึงตั้งราคาให้สมเหตุสมผล นี่คือสิ่งที่เราให้กับ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ส่วนประเทศไทย ตอนนี้โชคดีที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ยิ่งทำให้ราคาลดลงไปอีก ส่วนผลิตภัณฑ์อื่น แอปเปิลก็ทำคล้ายกัน เช่น นาฬิกา Apple Watch Series 3 และ iPad ราคาดีมาก สำหรับแผนการขยายสาขา ร้าน Apple Store ในไทยนั้นจะต้องมีสาขาเพิ่มมากขึ้น แต่จะมากเท่าใดยังประกาศไม่ได้ แต่จะต้องมีเพิ่มขึ้นแน่ๆ

มองแอปเปิลใน 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้าอย่างไร

ทิม : เป็นแอปเปิลที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย และจะเป็นบริษัทที่ผลิตผลิตภัณฑ์ดีที่สุดในโลก ก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับมนุษย์ ทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น ถ้าทำสิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้ก็จะไม่ทำ อะไรที่ไม่มีประโยชน์หรือไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ก็จะไม่ทำ

ดังนั้น จะทำ 2 อย่าง คือ ฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ และบริการต่างๆ โดยนำมาบูรณาการ เพื่อทำให้เกิดสิ่งที่พิเศษขึ้น ทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะ 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้า ก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป จะมีผลิตภัณฑ์หลากหลายมากขึ้น แต่หัวใจของมันจะยังเหมือนเดิม

พูดถึง “สตีฟ จ็อบส์” อดีตผู้ร่วมก่อตั้งแอปเปิล

ทิม : ผมรักเขามาก เพราะเขาเป็นครูที่ดีมาก เป็นเพื่อนที่ดีมาก ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึงเขาเลย อยากให้อยู่ด้วย แต่จริงๆแล้วจิตวิญญาณของเขายังอยู่กับแอปเปิลเสมอ DNA ของสตีฟก็ยังเป็น DNA ของแอปเปิลอย่างชัดเจน และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป เรายังเป็นบริษัทกบฏอยู่เสมอ เห็นและมองสิ่งต่างๆ แตกต่างจากคนอื่น ยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อ เป็นบริษัทที่ไม่เหมือนคนอื่น เราจะเป็นบริษัทแบบนี้ตลอดไป

เมื่อผมนึกถึงสตีฟก็นึกถึงสิ่งง่ายๆที่เขาทำให้ ใครๆก็คิดถึงสิ่งที่สตีฟทำ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสิ่งที่เขาทำให้กับสังคม อีกอย่างผมจะนึกถึงความเป็นคนที่มีจิตใจดี และสิ่งที่เขาทำให้กับผมในหลายๆปีที่รู้จักกัน

การเปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “ทีมเศรษฐกิจไทยรัฐ” สื่อสิ่งพิมพ์เพียงรายเดียวของไทยในครั้งนี้ แม้จะเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ก็ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และตั้งใจอย่างแรงกล้าของ “ทิม คุก” ที่จะทำให้ “แอปเปิล อิงค์” ยังคงรักษาสถานะความเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ของโลก ที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้มวลมนุษยชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปเศรษฐกิจทีมเศรษฐกิจทิม คุกทิม คุก มาไทยแอปเปิลข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้