ข่าว
100 year

ชงแผนสร้างแรงงานทักษะชั้นสูง “สมคิด” ลั่นถ้าไม่ทำนักลงทุนหนีซบเวียดนามแน่

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2562 08:10 น.
SHARE



“สมคิด” เผยการกำหนดอนาคตเศรษฐกิจ ต้องมุ่งเสริมทักษะ สร้างบุคลากรของไทยให้เก่งเรื่องดิจิทัล และวิศวะ กระตุ้นบีโอไอคิดสูตรใหม่รองรับการย้ายฐานลงทุนของต่างชาติ หวั่นหนีไปเวียดนามหมด มั่นใจเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 เริ่มฟื้น พร้อมชี้ธนาคารโลกอยากร่วมปฏิรูปเศรษฐกิจไทย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทย เรากำหนดได้” จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ว่า การประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) วันนี้ (6 ก.ย.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเสนอแนวทางพัฒนาบุคลากรและการสร้างแรงจูงใจลงทุน เพื่อรองรับการย้ายฐานการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ที่ขณะนี้ไทยไม่สามารถสู้กับเวียดนามได้ แม้นักลงทุนต่างชาติจะสนใจและทยอยเข้ามาหารือเพื่อมาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอาเซียน แต่ไทยไม่มีแรงงานที่มีทักษะชั้นสูงเพียงพอ โดยเฉพาะด้านดิจิทัล และวิศวกร

“ถ้าคนของไทยไม่เพียงพอรองรับการย้ายฐานการลงทุนไม่ได้ นักลงทุนต่างชาติเขาก็ไม่มา เพราะอุตสาหกรรมต้องใช้คน แม้ว่าจะมีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนทั้งนั้น และถ้ามหาวิทยาลัยของไทยยังผลิตบุคลากรเหล่านี้ได้ปีละไม่กี่พันคนก็จะสู้เวียดนามไม่ได้”

ดังนั้น ประเทศไทยต้องคิดวิธีการใหม่ๆในการผลิตบุคลากรที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิปริญญา แต่สามารถทำงานได้จริง เช่น สร้างความร่วมมือของมหาวิทยาลัยกับบริษัทเอกชนใหญ่ๆ เช่น จะมีวิศวกรไฟฟ้าที่ไหนเก่งเท่าคนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ จะวิศวกรปิโตรเลียมที่ไหนที่เก่งเท่าคนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือที่ตนเองได้ชวนทั้งบริษัทโตโยต้า หัวเหว่ย กูเกิล ให้มาตั้งสถาบันการศึกษาด้วยการร่วมมือกับไทยผลิตคนรองรับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ถ้าคิดและทำใหม่แบบนี้ ประเทศไทยจะมีบุคลากรที่มีทักษะสูงเพียงพอรองรับการย้ายฐานอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ขอให้มหาวิทยาลัยช่วยไปคิดว่า อยากผลิตบุคลากรด้านใดร่วมกับใคร ขณะที่บีโอไอ ต้องเสนอมาตรการจูงใจขึ้นมา ถ้าคิดแบบนี้เราจะกำหนดอนาคตของเราได้

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารเศรษฐกิจคือ การสร้างความเชื่อมั่น เพราะหากประชาชนและนักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นแล้ว จะไม่มีการบริโภค ไม่มีการค้าขาย ไม่มีการส่งออกหรือนำเข้า และไม่มีการลงทุน ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามทำให้นักลงทุน และประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทย แม้ว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกจะไม่ดี หลายประเทศเศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน แต่เศรษฐกิจไทยแค่ติดลบ หรือชะลอตัวเท่านั้นเอง

“ผมเชื่อว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะเป็นไปอย่างนี้จนกว่าสหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้องทำให้จีนยอมอะไรซักอย่าง เพื่อให้เป็นผลงานนำไปใช้ในการหาเสียง และเมื่อการเลือกตั้งจบลง สถานการณ์ที่ทุกประเทศประสบ ทั้งเรื่องการค้าและการส่งออกจะดีขึ้น”

นอกจากนี้ ประเด็นเศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก สังคมต้องหันมาพึ่งพาการค้าขายผ่านออนไลน์มากขึ้น รัฐบาลจึงต้องการผลักดันอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน รองรับชุมชนสื่อสารทางออนไลน์ในทุกด้าน รวมทั้งการเชื่อมระบบรับ-จ่ายเงินเพื่อดึงทุกด้านเข้าสู่ระบบ และยังต้องการสร้างแรงจูงใจดึงดูดนักลงทุน มาร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ภายใน 5 ปี ระบบ AI ระบบ 5G ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือ เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ก้าวล้ำหน้ามาก ควรดึงมาใช้ในการปรับแผนธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้ง ซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 เดือน ถึงจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดภาวะชะงักงัน ทั้งเรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการลงทุนภาคเอกชน ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 ขยายตัวเพียง 2.3% และครึ่งปีแรกขยายตัวเพียง 2.6% แต่ขณะนี้กระทรวงการคลัง มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว เชื่อมั่นว่า ไตรมาส 4 ตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาดี

ส่วนการหารือกับนางเบอร์กิท ฮานสล์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออก และแปซิฟิกนั้น นายสมคิดกล่าวว่า องค์กรต่างประเทศมีความเชื่อมั่นต่อฐานเศรษฐกิจไทย แม้ในช่วงสั้นจะมีปัญหาชะลอตัว ดังนั้น จึงต้องการเข้ามาร่วมกับไทย ในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจหลายด้าน เพื่อรองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาความยากจน โดยมอบหมายให้นายกอบศักดิ์ ภูตะกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประสานกับกระทรวงคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดันโครงการกับธนาคารโลกที่คิดว่า จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ประเทศไทยได้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แรงงานไทยทักษะชั้นสูงนักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการลงทุนเวียดนามบีโอไอสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้