ข่าว
100 year

ชิงธุรกิจย้ายฐานลงทุนมาไทย “สมคิด” สั่งบีโอไอออกแพ็กเกจดึงนักลงทุนจีน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์23 ส.ค. 2562 08:01 น.
SHARE

“สมคิด” สั่งบีโอไอทำแพ็กเกจรับธุรกิจหนีพิษสงครามการค้าย้ายฐานมาสู่ไทย เตรียมชง ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 30 ส.ค.นี้ เรียกบิ๊กหน่วยงานเศรษฐกิจ ธปท.-ก.ล.ต.-คปภ.เข้าพบ ขอความร่วมมือเสนอไอเดียใหม่ๆ รับความท้าทายในอนาคต มั่นใจจีดีพีไตรมาส 4 ทะยาน หลังเงินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงสู่ระบบ “บีไอไอ” แย้มมีธุรกิจ 100 รายจ่อย้ายฐานลงทุน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยหลังการมอบนโยบายและเป้าหมาย ในการชักจูงการลงทุนจากต่างประเทศแก่หัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ 16 แห่งของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ได้สั่งการให้บีโอไอใช้โอกาสของภาวะสงครามการค้าสหรัฐฯและจีน ที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตให้เข้ามาลงทุนประเทศไทยมากขึ้น ด้วยการจัดทำมาตรการ (แพ็กเกจ) ส่งเสริมการลงทุน คาดว่าเร็วที่สุดจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ พิจารณาได้ในวันที่ 30 ส.ค.นี้

“บีโอไอต้องทำงานเชิงรุกโดยเน้นให้ไทยเป็นหน้าด่าน ที่มาลงทุนแล้วจะสามารถเข้าไปสู่กลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) เพราะเราได้วางโครงสร้างพื้นฐานต่างๆรองรับไว้แล้วโดยเฉพาะในเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่จะเชื่อมกับภูมิภาคของไทยและ CLMV บีโอไอก็ต้องไปดูแคมเปญในการดึงดูดการลงทุนแต่ละประเทศว่า มีความต้องการแตกต่างกันก็ต้องใช้การหารือและเจรจาซึ่งคงไม่ใช่มองแค่เรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเดียว การอำนวยความสะดวกต่างๆต้องรวดเร็ว ด้านสิ่งแวดล้อมก็สำคัญ”

ทั้งนี้ ล่าสุดได้หารือกับผู้บริหารของหัวเว่ยแจ้งว่าประธานใหญ่ของหัวเว่ยจะเดินทางมาไทยในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นบริษัทแรกๆที่จะปักหมุดการทดสอบเทคโนโลยี 5G และสนใจที่จะลงทุนในไทย ขณะที่ไทยมีแผนจะส่งเสริมให้เกิดระบบ 5G ในปี 2563 ซึ่งหัวเว่ยสนใจลงทุน 3 เรื่องทั้งเทคโนโลยี 5G โครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร “Eco System สำหรับ 5G ต้องมองเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากร ซึ่งหัวเว่ยกำลังร่วมกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะปักหมุดในอีอีซี จึงได้เสนอว่าไทยมีโครงการไทยแลนด์ ไซเบอร์พอร์ต ก็ยินดีในการจะสร้างสตาร์ตอัพร่วมกัน”

นายสมคิดเปิดเผยด้วยว่า ได้หารือกับผู้บริหารหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ที่ต้องการให้มาเป็นคณะกรรมการร่วมกัน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มาหารือ ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงเรื่องการตั้งคณะกรรมการในการทำงานร่วมกัน โดยได้ชี้แจงว่าคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ แต่ต้องการให้เป็นเวทีการทำงานร่วมกันของหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจเพื่อนำเสนอ และขับเคลื่อนประเด็นใหม่ๆในการพัฒนาประเทศ

ทั้งนี้ จากการแลกเปลี่ยนความเห็นกับหน่วย-งานต่างๆ ก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง เช่น ธปท.ได้ให้ข้อมูลว่านักลงทุนจากสิงคโปร์จำนวนมากสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยรอให้เรามีการจัดประชุมความร่วมมือร่วมกันกับรัฐบาลสิงคโปร์เพื่อให้นักลงทุนมีการตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้รับมากขึ้น ก.ล.ต.ได้เสนอว่าต้องการฟื้นกลไกสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ทีเฟ็กซ์) ส่วน คปภ.สนใจที่จะเพิ่มการทำประกันให้กับผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรเพื่อให้มีหลักประกันในการดำรงชีวิตมากขึ้น ขณะที่บีโอไอก็ต้องมาช่วยกันดูว่าจะเสริมกลไกในการดึงดูดนักลงทุนมากขึ้นได้อย่างไร

“คงไม่ได้คุยกันว่าใครเป็นอิสระหรือไม่เป็นอิสระ แต่อยากเห็นการขับเคลื่อนการทำงานของหน่วยงานที่เป็นสถาบันทางเศรษฐกิจ และหน่วยงานที่สำคัญๆทำงานร่วมกันในลักษณะการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำเสนอสิ่งใหม่ๆที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศร่วมกันซึ่งจะเป็นประโยชน์กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว ส่วนแนวโน้มของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ เมื่อรัฐบาลได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 316,000 ล้านบาท รวมทั้งกำลังจะมีเม็ดเงินจากการประกันรายได้เกษตรกรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ก็มั่นใจว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี) ในช่วงไตรมาสที่ 4 จะออกมาดีแน่นอน”

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายก-รัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า วันที่ 2 ก.ย.นี้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และคณะนักลงทุนจะเดินทางเยือนไทย 500 คน ซึ่งกำลังผลักดันให้นักลงทุนเกาหลีใต้ออกไปลงทุนต่างประเทศ และต้องการให้ไทยจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสำหรับนักลงทุนเกาหลีใต้ ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จึงรับไปจัดหาพื้นที่รองรับ

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอจะจัดทำรายละเอียดใน 4 ด้าน คือ 1.การจัดแพ็กเกจมาสนับสนุนดึงการลงทุนจากต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น 2.การจัดทีมงานเฉพาะกิจเพื่อดึงดูดการลงทุนที่กำลังคิดจะย้ายฐานการผลิต 3.กิจการ ทางการตลาด และ 4.ลดขั้นตอนการอนุมัติและ อนุญาต โดยแพ็กเกจที่จัดทำจะเอื้อดึงการลงทุนเข้ามาในอีอีซีเพิ่มขึ้น โดยแนวโน้มการย้ายฐานการลงทุนรายใหญ่ที่บีโอไอมีรายชื่อ 100 บริษัทส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน โดยบีโอไอจะเร่งกระตุ้นการลงทุนปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะยื่นขอส่งเสริม 750,000 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกที่ยื่นขอมาแล้ว 233,000 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์บีโอไอย้ายฐานการลงทุนสงครามการค้านักลงทุนลงทุนในประเทศไทย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้