ข่าว
100 year

รายได้แอปเปิล-ซัมซุงบ่งชี้ มือถือแพงยอดขายฝืด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 ส.ค. 2562 05:11 น.
SHARE

ผลประกอบการของแอปเปิลและซัมซุงไตรมาสล่าสุด บ่งชี้ชัดเจนว่ามือถือตัวท็อป ระดับราคา 1,000 เหรียญสหรัฐฯ (หรือสูงกว่าเครื่องละ 30,000บาท) ขายยากขึ้น เพราะผู้บริโภคเดินทางมาถึงยุคที่ไม่พร้อมจ่ายแพงเพื่อเครื่องใหม่ที่ไม่ได้มีอะไรดีกว่าเครื่องเก่าอย่างชัดเจน

รายได้ของแอปเปิลและซัมซุงที่เปิดเผยออกมาล่าสุด มีเครื่องบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่พร้อมที่จะใช้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐฯไปกับการซื้อมือถือเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะเหนือชั้นเลิศเลอสักเพียงใด เริ่มจากรายได้ของแอปเปิล ที่รวยล้ำอู้ฟู่จากการขายไอโฟนราคาแพงหูฉี่มาย่างเข้าปีที่ 11 โดย ณ ไตรมาส 3 (เม.ย.-มิ.ย.) ปีนี้ แอปเปิลมีรายได้จากการขายไอโฟน 25,990 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่ำกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ที่ 26,310 ล้านเหรียญฯ และยังต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 12%

ด้านซัมซุงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 (เม.ย.- มิ.ย.) ปีนี้ ระบุมองเห็นความต้องการมือถือในระดับราคาสมเหตุสมผลมีจำนวนสูงขึ้น โดยเฉพาะรุ่นกาแล็กซี A ขณะที่ยอดขายกาแล็กซี S10 สมาร์ทโฟนพรีเมียม ไม่ค่อยวิ่งเท่าไร

ซัมซุง เปิดเผยว่า ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนของซัมซุงเดินหน้าไปได้ด้วยดี จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายมือถือกาแล็กซี A ซีรีส์ ทั้ง A50 และ A70 ขณะที่ยอดขายกาแล็กซี S10 ทำได้แค่เรื่อยๆจากความต้องการมือถือไฮเอนด์ที่เริ่มแผ่วลง

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ความกระหายใคร่อยากเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เริ่มลดน้อยลง เพราะผู้บริโภคชักไม่อยากเปลี่ยนมือถือบ่อย โดยนักวิเคราะห์จาก Bernstern ระบุว่า ระยะเวลาในการถือครองเครื่องไอโฟนปัจจุบันอยู่ที่ 4 ปี จากที่ก่อนหน้านี้ผู้บริโภคนิยมเปลี่ยนภายใน 12-18 เดือน หรือราว 1-1 ปีครึ่ง

ขณะเดียวกันเทคโนโลยีล้ำยุคในมือถือปัจจุบัน ซึ่งมีเพียบพร้อมทุกอย่างเท่าที่สมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งพึงมี ทำให้ผู้บริโภครู้สึกอิ่ม ไม่ต้องการอะไรที่มากไปกว่านี้ ความกระหายที่จะหาซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จึงลดน้อยลงไปมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อความต้องการในมือถือรุ่นใหม่ อยู่ที่คุณภาพของกล้องและจอภาพเป็นหลัก และมือถือที่เปิดตัวย้อนหลังไป 2-3 ปีก่อนหน้าก็ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดีเกินพอ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่อง

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า บรรดาผู้ผลิตมือถือล้วนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี กรณีแอปเปิล ซึ่งปกติเน้นขายสมาร์ทโฟนราคาเอื้อมลำบาก ยังยอมปรับตัว ถอยราคาลงมาเพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ด้วยการเปิดตัวไอโฟน XR ที่กล้องก็ดี อายุแบตเตอรี่ก็ทน ในราคาเริ่มต้นเครื่องละ 749 เหรียญฯ เทียบกับไอโฟนรุ่นท็อป XS ที่ราคา 999 เหรียญฯ หรือ XS Max ที่ 1,099 เหรียญฯ

ขณะที่ฝั่งซัมซุง ก็กำลังเอนจอยกับยอดขายกาแล็กซีซีรีส์ A ที่คล่องปรู๊ด ลื่นปรื๊ด เพราะลูกค้าไม่อยากควัก 999 เหรียญฯ เพื่อซื้อกาแล็กซี S10

ซีเอ็นบีซี วิเคราะห์อีกว่า เทรนด์ “ถือเครื่องเก่า” ยังไม่มีแนวโน้มจะสิ้นสุดลง เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่คิดว่ากาแล็กซี 8 และ 9 ในมือยังใช้ได้ดีอยู่ ส่วนลูกค้าฝั่งแอปเปิล ก็ยังอยากใช้ไอโฟน 6 ต่อไปอีก

ความท้าทายของซัมซุงและแอปเปิลในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงก็คือ การเปิดตัวซัมซุงกาแล็กซีโน้ต 10 สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ของซัมซุงที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค. และไอโฟนรุ่นใหม่ในเดือน ก.ย.ตามลำดับ สมาร์ทโฟนรุ่นล่าของ 2 ค่ายยักษ์จะมีเสน่ห์พอที่จะโน้มน้าวใจให้ผู้บริโภคยอมควักเงินก้อนโตหรือไม่ เป็นเรื่องที่ทั้งคู่กำลังลุ้น.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซัมซุงแอปเปิลบทความไซเบอร์เน็ตรายได้สมาร์ทโฟนมือถือ

คุณอาจสนใจข่าวนี้