ข่าว
100 year

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งค่าแรงสี่ร้อย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.ค. 2562 09:20 น.
SHARE


ส.อ.ท.พบ “สมคิด” ถกสมุดปกขาว

ส.อ.ท.เร่งรัฐบาลใหม่ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน หลังสารพัดปัจจัยทำความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมวูบ ขณะที่แบงก์เริ่มระวังการปล่อยสินเชื่อ ทำยอดขายรถยนต์ลดครั้งแรกในรอบ 30 เดือน ยืนหนึ่ง! ไม่เห็นด้วยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท หากไม่ยอมยุติได้เห็นเอสเอ็มอีแห่เลิกกิจการ จ่อเข้าพบรองนายกฯ สมคิด วันนี้ (19 ก.ค.) ยื่นสมุดปกขาวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม เดือน มิ.ย.อยู่ที่ระดับ 94.5 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ อยู่ที่ระดับ 95.9 เนื่องจากความกังวลความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล ทำให้การดำเนินนโยบายภาครัฐ และการใช้จ่ายงบประมาณชะลอตัวกระทบต่อการลงทุนและบริโภคภายในประเทศ ประกอบกับเงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ส่งผล ด้านลบต่อการแข่งขันด้านราคาของภาคส่งออก โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้ประเทศผู้นำเข้าขอลดราคาสินค้าที่จะนำเข้าจากไทย ซึ่ง ส.อ.ท.เห็นว่าค่าเงินบาทที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

โดยในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ส.อ.ท.จะหารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยต้องการให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) อย่างต่อเนื่อง และจะรายงานให้ทราบถึงการจัดทำสมุดปกขาวของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี นอกจากนั้น จะมีการขอให้พิจารณาการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน เป็นต้น

“ทั้งนี้ เมื่อมีรัฐบาลเข้ามาทำงานแล้ว สิ่งแรกจะต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้การบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศกลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อพยุงวิกฤติเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ และควรออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากกว่าประเทศคู่ค้า เพื่อให้การส่งออกของไทยแข่งขันได้ โดยควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อชะลอเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ”

นายสุพันธุ์ ยังได้กล่าวถึงประเด็นการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 400 บาททั่วประเทศว่า หากมีการปรับขึ้นจริงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อาจถึงขั้นประกาศปิดกิจการ เพราะสู้ค่าแรงขั้นต่ำไม่ไหว โดยกระบวนการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ถูกต้องจะต้องผ่านมติของคณะกรรม การไตรภาคี และในแต่ละพื้นที่จะมีค่าแรงไม่เท่ากันตามเศรษฐกิจของพื้นที่นั้นๆ จะกำหนดเป็นราคาเดียวทั่วประเทศไม่ได้ นอกจากนั้น ส.อ.ท.ยังเห็นว่า หากปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำขึ้น ผู้ที่จะได้รับประโยชน์คือแรงงานต่างด้าวซึ่งปัจจุบันไทยมีแรงงานต่างด้าวถึง 3 ล้านคนทั่วประเทศ เมื่อได้รับค่าจ้างก็จะส่งเงินกลับประเทศตัวเอง ทำให้ค่าแรงส่วนนี้ไม่หมุนเวียนกลับเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากรัฐบาลจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชน ภาคเอกชนอยากเสนอให้รัฐบาลช่วยนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนที่หักกับลูกจ้าง 2.75% ของเงินเดือนเพิ่มเติมจากที่รัฐบาลสมทบอยู่แล้ว 5% ของเงินเดือน รวมรัฐบาลสมทบให้ลูกจ้างเป็น 7.75% ของเงินเดือน เป็นกรณีชั่วคราวหรือจนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรืออาจสมทบเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ส่วนที่นายจ้างสมทบอยู่แล้ว 5% ของเงินเดือนก็ให้อยู่คงเดิม เพื่อช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าของแรงงาน เพราะจะทำให้มีกำลังซื้อ ในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แทนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อนายจ้าง ถือว่าเป็นการ พบกันครึ่งทาง รวมทั้งควรผลักดันระบบการจ่ายค่าแรงตามทักษะ สนับสนุนให้มีการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามทักษะฝีมือ โดยแต่ละอุตสาหกรรมและในแต่ละจังหวัดสามารถจ่ายค่าแรงที่แตกต่างกันได้ตามกลไกตลาด

ด้านนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมามีการผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 172,878 คัน ลดลงจากเดือน มิ.ย.ปีที่ผ่านมา 8.52% และลดลงจากเดือนที่แล้ว 4.66% ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือน มิ.ย. มีจำนวน 86,048 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 2.1% และเป็นการลดลงเป็นเดือนแรกในรอบ 30 เดือน และลดลงจากเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา 2.3% โดยยอดขายภายในประเทศลดลงจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และจากฐานที่สูงมากของปีที่แล้วที่ผ่านมา.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าแรง 400กระตุ้นเศรษฐกิจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้