ข่าว
100 year

ดันกัญชาจุดขายใหม่ท่องเที่ยว “พิพัฒน์” มาแรงแซงโค้งนำมาผสมนวดแผนไทย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ก.ค. 2562 09:01 น.
SHARE



รมว.ท่องเที่ยวคนใหม่สานต่อนโยบายพรรคภูมิใจไทย ขยายไลน์การใช้กัญชาไปสู่ธุรกิจบริการสาขาท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ นวดแผนไทย สร้างเป็นจุดขายใหม่ของไทย ตั้งเป้าคืบหน้าใน 6 เดือน เจาะนักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา ที่มีทัศนคติดีกับกัญชา พร้อมดันแกร็บ แท็กซี่ และแพลตฟอร์ม แอร์บีแอนด์บีให้ถูกกฎหมาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จะสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (เมดิคัล ทัวริสซึ่ม) ที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบในการรักษาสุขภาพ รวมถึงใช้ในนวดแผนไทย ดีท็อกซ์ คอร์สเพื่อสุขภาพต่างๆ เพราะกัญชาถือเป็นหนึ่งในตำรับยา 16 สูตรของรัชกาลที่ 3 ให้เป็นจุดขายใหม่ที่โดดเด่นของภาคท่องเที่ยวไทย สอดรับการความนิยมของนวดแผนไทยที่มีอยู่แล้วทั้งในและต่างประเทศ โดยจะนำไปผสานกับความรู้แพทย์แผนไทยให้ถูกต้อง และมีประกาศนียบัตรรองรับจากกระทรวงสาธารณสุข และนำร่องจัดโมเดลท่องเที่ยวรูปแบบนี้ในทั้ง 6 ภูมิภาคของไทย ภาคละ 1-2 โมเดล วางเป้าหมายเห็นความคืบหน้าภายใน 6 เดือนถึง 1 ปีนับจากนี้ คาดช่วยดึงความสนใจจากนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปและอเมริกาที่มีทัศนคติเป็นบวกต่อเรื่องการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์

“ทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขประสานงานกับหน่วยงานในภาคท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยการหาโมเดลในแต่ละพื้นที่เป็นการนำร่อง เช่นที่ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการเริ่มต้นแล้ว”

ส่วนจุดขายใหม่อื่นๆ มองว่าควรดึงอีเวนต์การแข่งขันหรือทัวร์นาเมนต์ด้านอี-สปอร์ตรายการใหญ่ๆ มาจัดในไทย เพราะเป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมเทียบเท่าฟุตบอล ค่าตัวของนักกีฬาอี-สปอร์ตเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีการเข้าสังกัดในหลายๆ สโมสร หนุนการสร้างนักกีฬาอี-สปอร์ตให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น หากดึงมาจัดในไทยได้หลายรายการ จะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ สร้างการเติบโตแก่ตลาดความสนใจเฉพาะอย่างท่องเที่ยวเชิงกีฬา (สปอร์ต ทัวริสซึ่ม) เช่นงานโมโตจีพีที่ จ.บุรีรัมย์

นอกจากนี้ นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเตรียมผลักดันให้บริการรถผ่านแพลตฟอร์ม Grab เป็นเรื่องถูกกฎหมาย คาดว่าจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหารถแท็กซี่และรถสาธารณะในไทย โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพฯ และภูเก็ต หลังมีกรณีคนขับรถตู้โดยสารที่ภูเก็ตเรียกเก็บค่าโดยสารจากสนามบินภูเก็ตไปโรงแรมที่พักสูงถึง 3,000บาท จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตและประเทศไทย

นายพิพัฒน์กล่าวด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอไปยังรัฐบาล ผลักดันให้ธุรกิจที่พักให้เช่าระยะสั้น เช่น บ้านเช่า (โฮมแชริ่ง) ที่เสนอขายผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb (แอร์บีแอนด์บี) เป็นเรื่องถูกกฎหมายในไทยเช่นกัน เพื่อลงไปถึงตลาดผู้ประกอบการโฮมสเตย์ โดยมีแอร์บีแอนด์บีเป็นตัวกลางการขาย

ทั้งนี้ ยอมรับด้วยความปัญหาที่หนักใจที่สุดคือสถานการณ์เงินบาทแข็งค่า ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง และต้องใช้จ่ายสูงขึ้น เบื้องต้นมองว่าถ้าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่เหมาะสมคือ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะพยายามปรึกษาทาง รมว.คลัง และผู้ว่าฯ ธปท.ว่าจะทำอย่างไรให้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับที่เหมาะสมมากที่สุด ส่วนเรื่องการการออกมาตรการมากระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงต่อจากนี้ คงต้องฟังนโยบายจากนายกรัฐมนตรีก่อน โดยเฉพาะมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (VOA) ซึ่งทางกระทรวงฯ เองก็พร้อมอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด เพราะจะช่วยส่งเสริมการดึงรายได้เข้าประเทศมากขึ้น ส่วนตัวเลขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำนวนและรายได้ที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ตอนนี้แม้จะมีหลายปัจจัยเข้ามากระทบ แต่จะยังไม่ปรับตัวเลข ณ ตอนนี้ ส่วนกรณีของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ล่าช้าออกไปนั้น ก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ขัดข้องบ้าง แต่เชื่อว่า ไม่น่ามีปัญหา และนายกฯ ทำได้อยู่แล้ว

“คิดว่าเมื่อเข้ามาทำงานตรงนี้แล้วต้องคิดว่าไม่มีอะไรเป็นสิ่งที่ยาก ทุกอย่างเราต้องฟันฝ่าไปให้ได้ เมื่อรับมอบหน้าที่มาแล้วต้องทำให้ดีที่สุด พร้อมกับดูงานของรัฐมนตรีท่องเที่ยวที่ผ่านมาเป็นแบบอย่าง ที่ดำดีก็สานต่อ ส่วนอะไรไม่ดีพัฒนามากขึ้น”

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้รับทราบกรณีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียร้องเรียนกรณีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย 2 คนเดินทางมาถึงท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ตและได้เรียกรถตู้โดยสารเพื่อให้ไปส่งที่โรงแรมและถูกเรียกค่าบริการ 3,000 บาทจึงไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ จึงให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองคอยสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และอยากขอร้องให้ผู้ประกอบการช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตาป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะจะส่งผลลบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแล้วยังส่งผลลบต่อชื่อเสียงของคนไทยและประเทศไทยอีกด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กัญชาจุดขายการท่องเที่ยวนวดแผนไทยนักท่องเที่ยวยุโรปพิพัฒน์ รัชกิจประการการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

คุณอาจสนใจข่าวนี้