ข่าว
100 year

ก.ล.ต.นำ “เอไอ” เกาะติดซื้อขายหุ้น ป้องกันฟอกเงิน-ต่อต้านก่อการร้าย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์16 ก.ค. 2562 05:25 น.
SHARE

ก.ล.ต. นำระบบเอไอ ติดตามพฤติกรรมการซื้อขายหุ้นที่ผิดปกติ เพื่อป้องกันการปั่นหุ้น ตั้งเป้าเริ่มใช้งานในปีนี้ พร้อมผนึก กำลัง 3 หน่วยงาน ก.ล.ต., ปปง., ดีเอสไอ ปรับปรุงกฎหมาย พร้อมทำงานร่วมกันใกล้ชิด เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันฟอกเงิน ต่อต้านก่อการร้าย
นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อมาใช้ในการติดตามพฤติกรรม การซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนที่อาจเข้าข่ายมีความผิดปกติตามกฎหมายหลักทรัพย์ โดยก.ล.ต.จะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาใช้ในการติดตามความถี่ของการซื้อขายที่มีความผิดปกติต่างๆ เพื่อทำให้ขั้นตอนการทำงานทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะนำระบบเอไอมาใช้ได้ภายในปีนี้

ล่าสุด ก.ล.ต. ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อร่วมกันปรับปรุงข้อกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากเดิม เพื่อป้องปรามการกระทำผิดในตลาดทุน และถือเป็นการยกระดับความคุ้มครองผู้ลงทุน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน เนื่องจากกฎหมาย หรือข้อตกลงที่ทำร่วมกันที่ผ่านมา มีความล้าสมัย เพราะบางฉบับ ได้ทำการตกลงตั้งแต่ปี 2548 รวมทั้งยังเป็นการร่วมมือกันรองรับกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกมาเมื่อปีที่ผ่านมาอีกด้วย โดยทั้ง 3หน่วย- งาน ได้ทำข้อตกลงร่วมกันอยู่แล้ว แต่บางฉบับต้องแก้ไขให้ทันสมัย เพราะได้ลงนามตั้งแต่ปี 2548

สำหรับความตกลงร่วมมือกันครั้งนี้ ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน การสอบสวน ให้มีขั้นตอนที่น้อยลง และให้มีการใช้และแลกเปลี่ยนข้อมูลในโลกดิจิทัลมาดำเนินการว่าจะเป็นในรูปแบบใดได้บ้าง เพื่อเป็นการป้องกันการใช้ตลาดทุน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นช่องทางฟอกเงิน หรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นการทำธุรกิจของผู้ประกอบ ธุรกิจ เพื่อให้ธุรกรรมต่างๆในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นที่ยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

พลตำรวจตรีปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ในปัจจุบันโลกได้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล ทำให้ผลิตภัณฑ์ในด้านการเงินการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เทค-โนโลยีได้เข้ามาช่วยให้การทำธุรกรรมมีความสะดวกรวดเร็ว แต่การใช้เทคโนโลยีก็เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน เพราะอาชญากรเองได้มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นในการเรียนรู้การใช้ช่องโหว่ของเทคโนโลยีในการกระทำความผิดมากขึ้น ปปง. และ ก.ล.ต. จึงต้องมีข้อมูลและรู้เท่าทันอาชญากร จึงต้องยกระดับความร่วมมือมากขึ้น เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงของประเทศมีความเข้มแข็ง และได้รับการยอมรับมาตรฐานสากล

พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ทั้งสองหน่วยงานได้ปฏิบัติงานร่วมกัน ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายหลักทรัพย์ฯ รวมถึงกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ที่ทั้งสองหน่วยงานเน้นทำงานเชิงรุกในทุกประเภทความผิดที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลและการหารือระหว่างกันตั้งแต่ในชั้นก่อนที่จะเป็นคดีจนกระทั่งคดีถึงที่สุด เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในตลาดทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.ระบบเอไอซื้อขายหุ้นปั่นหุ้นปปง.ดีเอสไอรื่นวดี สุวรรณมงคลข่าวทั่วไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้