ข่าว
100 year

อัปเดตล่าสุด "รถไฟฟ้ากรุงเทพฯ-ปริมณฑล" เช็กด่วน "บ้านใคร" จะได้ใช้ก่อน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ก.ค. 2562 05:05 น.
SHARE


ในช่วงของหัวเลี้ยวหัวต่อของการเข้ามาของรัฐบาลใหม่ และสิ้นสุดการบริหารประเทศของรัฐบาล “บิ๊กตู่ 1” หากจะสรุปโครงการที่ดูมีความคืบหน้า และสร้างความหวังในการพัฒนาประเทศ เห็นจะเป็น “โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่”

และโครงการที่โดดเด่นคือ “โครงการรถไฟฟ้าหลากสี” ความฝันของคนเมืองหลวงและปริมณฑล ที่จะช่วยบรรเทาการจราจรที่ติดขัดเป็นอันดับ 1 ของโลกไปได้บ้าง โดยในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถเดินหน้าประมูลตอกเสาเข็มได้หลากหลายโครงการ ทำให้ระบบรถไฟฟ้าต่อเชื่อมกันเป็นระบบมากขึ้น และในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนนี้

“ทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐ” จึงขอพาไปอัปเดตความคืบหน้าของรถไฟฟ้าทุกสายที่กำลังดำเนินการอีกครั้ง เพื่อให้เห็นว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ เดินหน้าไปอย่างไร

สายสีน้ำเงิน หัวลำโพง–บางแคและเตาปูน–ท่าพระ

เริ่มที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงเตาปูน-ท่าพระ เป็นระบบรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครชั้นใน (ฝั่งพระนคร) กับฝั่งธนบุรี ระยะทาง 27 กิโลเมตร แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 16 กิโลเมตร รวม 11 สถานี เริ่มเส้นทางวิ่งใต้ดินเชื่อมต่อกับสถานีหัวลำโพงของรถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที 4 สถานี ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด สถานีสนามไชย และสถานีอิสรภาพ จากนั้นวิ่งยกระดับไปถึงบางแค 7 สถานี ได้แก่ สถานีท่าพระ สถานีบางไผ่ สถานีบางหว้า สถานีเพชรเกษม 48 สถานีภาษีเจริญ สถานีบางแค และสถานีหลักสอง

ส่วนอีกช่วงคือ ช่วงเตาปูน-ท่าพระ เชื่อมต่อจากสถานีเตาปูนไปท่าพระ สร้างแบบยกระดับทั้งหมด ระยะทาง 11 กิโลเมตร รวม 8 สถานี ได้แก่ สถานีบางโพ สถานีบางอ้อ สถานีบางพลัด สถานีสิรินธร สถานีบางยี่ขัน สถานีบางขุนนนท์ สถานีไฟฉาย และสถานีจรัญฯ 13 ซึ่งสถานะปัจจุบันก่อสร้างงานโยธาทั้ง 2 ช่วงเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว

โดยขณะนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก่อสร้างเสร็จทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างเร่งติดตั้งระบบรถไฟฟ้า ซึ่งเสร็จไปแล้ว 83.19% กำหนดทยอยเปิดให้บริการช่วงหัวลำโพง–บางแค ได้ภายในเดือน ส.ค.–ก.ย.2562 และช่วงเตาปูน–ท่าพระ เปิดให้บริการในเดือน มี.ค.2563.

สายสีเขียว ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต

ต่อมาเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ระยะทาง 19 กิโลเมตร รวม 16 สถานี มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ยาวต่อเนื่องตามแนวพหลโยธินไปสิ้นสุดที่บริเวณคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สถานะโครงการปัจจุบัน รฟม.ก่อสร้างงานโยธาเสร็จแล้ว 100% และกำลังติดตั้งระบบรถไฟฟ้า คาดว่าจะเปิดให้บริการเร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดปี 2564

โดยล่าสุดจะเริ่มเปิดให้บริการระยะแรกเพิ่ม 1 สถานี คือสถานีห้าแยกลาดพร้าว ในเดือน ส.ค.นี้

จากนั้นจะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มอีก 4 สถานี ได้แก่ สถานีพหลโยธิน 24 สถานีรัชโยธิน สถานีเสนานิคม และสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายในเดือน ธ.ค. และจะเปิดได้ครบทั้ง 16 สถานี ได้แก่ สถานีกรมป่าไม้ ศรีปทุม กรมทหารราบที่ 11 วัดพระศรีมหาธาตุ พหลโยธิน 59 สายหยุด สะพานใหม่ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต ภายในปี 2563.

สายสีชมพู ช่วงแคราย–มีนบุรี

โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กิโลเมตร รวม 30 สถานี เริ่มตั้งแต่ถนนแคราย ผ่านติวานนท์ เลี้ยวผ่านแจ้งวัฒนะ ข้ามไปรามอินทรา ก่อนสิ้นสุดที่มีนบุรี โดยก่อสร้างเป็นระบบรถไฟฟ้าเล็กๆแบบรางเดี่ยว หรือโมโนเรล มีเป้าหมายเพื่อกระจายความหนาแน่นการจราจรในเมืองไปยังชานเมืองฝั่งตะวันออก

โดยสถานะโครงการปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้างระยะที่ 1 ด้านการออกแบบและก่อสร้างโยธา งานผลิต จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้า และระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยมีความก้าวหน้างานโยธาก่อสร้างไปแล้ว 38.20% ส่วนงานระบบรถไฟฟ้าก้าวหน้าแล้ว 26.85%

ตามแผนงานกำหนดเปิดให้บริการได้ปี 2564 ดังนั้น ในระหว่างนี้ประชาชนในย่านนั้นต้องทำใจ ทนรถติดมหาโหดไปอย่างน้อยอีก 2 ปี.

สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร มีสถานีรถไฟฟ้า 23 สถานี โดยเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวโมโนเรลแบบยกระดับเช่นเดียวกับสายสีชมพู ต้นทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีลาดพร้าว ไปตามถนนลาดพร้าว เลี้ยวเข้าศรีนครินทร์ และไปสิ้นสุดที่สำโรง สมุทรปราการ

สำหรับสถานะโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานระยะที่ 1 ด้านงานออกแบบและก่อสร้างโยธา งานผลิต จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์งานระบบรถไฟฟ้า และระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีความก้าวหน้าการก่อสร้างงานโยธาไล่เลี่ยกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู อยู่ที่ 37.85% และงานระบบรถไฟฟ้าก้าวหน้าแล้ว 27.78% ซึ่งตามแผนงานมีกำหนดเปิดให้บริการปี 2564 เช่นกัน.

สายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่ง ประเทศไทย-มีนบุรี เป็นระบบรถไฟฟ้ารางใหญ่ ระยะทาง 22.57 กม. ทั้งหมด 17 สถานี แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี และยกระดับ 7 สถานี จุดเริ่มต้นโครงการและเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ทีที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จากนั้นผ่านสถานี รฟม. วัดพระราม 9 รามคำแหง 12 รามคำแหง กกท. หัวหมาก ลำสาลี ศรีบูรพา คลองบ้านม้า จากนั้นยกระดับที่สถานีสัมมากร น้อมเกล้า ราษฎร์พัฒนา มีนพัฒนา เคหะรามคำแหง มีนบุรี และสิ้นสุดโครงการที่สุวินทวงศ์

สำหรับสถานะโครงการอยู่ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้างโยธา มีความก้าวหน้า 39.29% ส่วนงานระบบรถไฟฟ้ากำลังนำเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยตามแผนงานกำหนดเปิดให้บริการได้ปี 2566 ถือเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายแรกที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯฝั่งตะวันออกสู่ใจกลางเมือง ช่วยเติมเต็มโครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

รัฐคาดเปิดบริการเต็มระบบปี 64

ทั้งนี้ รฟม.ยังมีแผนเดินหน้าโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มเติมโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย อีก 13.4 กม.เป็นรถไฟใต้ดินตลอดสาย 11 สถานี ประกอบด้วย บางขุนนนท์ ศิริราช สนามหลวง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลานหลวง ยมราช ราชเทวี ประตูน้ำ ราชปรารภ ดินแดง ประชาสงเคราะห์ โดยอยู่ระหว่างเสนอ ครม.พิจารณาเช่นกัน คาดว่าจะเริ่มตอกเสาเข็มได้ปลายปี 2563 และเปิดให้บริการปี 2569.

สายสีม่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก)

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (สีม่วงใต้) มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ที่บริเวณสถานีเตาปูน และมีเส้นทางสิ้นสุดบริเวณครุใน ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร รวมทั้งสิ้น 17 สถานี

แบ่งเป็นสถานีใต้ดิน 10 สถานี สถานียกระดับ 7 สถานี เป็นอีกหนึ่งโครงการที่กำลังถูกขับเคลื่อนเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านความเห็นชอบจากมติ ครม.แล้ว อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาก่อสร้างงานโยธา มีกำหนดเปิดให้บริการได้ภายในปี 2569.

โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง

ขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แนวเส้นทางเชื่อมโยงตอนเหนือ-ใต้ของกรุงเทพฯตามแนวเส้นรถไฟเดิม ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างดำเนินการเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีการก่อสร้างรางใหม่ 2 ราง ระยะทางรวม 15 กม. จำนวน 3 สถานี ปัจจุบันก่อสร้างงานโยธาเสร็จนานแล้ว และอยู่ระหว่างติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ซึ่งจะเสร็จปีหน้า

อีกช่วงคือ บางซื่อ-รังสิต ก่อสร้างรางใหม่ 4 ราง ระยะทาง 26.3 กม. มี 10 สถานี ปัจจุบันงานก่อสร้างสัญญาแรกของสถานีกลางบางซื่อ สถานีจตุจักร และศูนย์ซ่อมบำรุงเสร็จแล้ว 91.49% ส่วนการก่อสร้าง 8 สถานีที่เหลือในสัญญา 2 สร้างได้แล้ว 99.73% ขณะที่งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลติดตั้งไปได้แล้ว 51% และทั้งหมดจะเสร็จได้ปีหน้า แต่กว่าจะเปิดให้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดงได้เต็มรูปแบบ ต้องรอไปถึงต้นปี 2564 เลยทีเดียว

ส่วนแผนการทำโครงการส่วนต่อขยายจากรังสิต-ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) ปัจจุบันได้รับอนุมัติจาก ครม.แล้ว อยู่ระหว่างของบประมาณเพื่อจ้างที่ปรึกษาโครงการ และเปิดประมูลต่อไป ส่วนโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ยังต้องรออีกระยะ เพราะเพิ่งอยู่ในช่วงที่กระทรวงคมนาคมกำลังปรับแบบการก่อสร้าง.

โครงการรถไฟฟ้าในเมืองหลักภูมิภาคอีก 4 จังหวัด

นอกจากโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑลแล้ว รัฐบาลยังมีกระจายโครงการรถไฟฟ้าออกไปสู่หัวเมืองหลักในภูมิภาคต่างๆ โดยมี รฟม. เป็นหัวหอกในการดำเนินการ โดยมีโครงการรถไฟฟ้าในเมืองหลัก 4 จังหวัด

มีรายละเอียดดังนี้ คือ โครงการระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กิโลเมตร กำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2567 โครงการระบบขนส่งมวลชน จ.เชียงใหม่ (สายสีแดง) ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี ระยะทาง 12.54 กิโลเมตร มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2570

โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา (สายสีเขียว) ช่วงตลาดเซฟวัน-สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2568 และโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพิษณุโลก (สายสีแดง) ช่วง ม.พิษณุโลก-ห้างเซ็นทรัลฯ พิษณุโลก ระยะทาง 12.6 กิโลเมตร มีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569

**********

ทั้งหมดนี้เป็นความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าหลากสีภายใต้รัฐบาล “บิ๊กตู่ 1” ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 ต้องเร่งสานต่อการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ประมูลไปแล้วให้เสร็จตามกำหนด

รวมถึงเร่งให้มีการประมูลอีก 2 ช่วงที่เหลือ คือ สายม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ และสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ ให้มีความโปร่งใส และดูแลให้ทุกสายที่ดำเนินการสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างแท้จริง โดยไม่มีฟันหลอ เหมือนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสีม่วง จนเป็นปัญหาอย่างที่ผ่านมา

บ้านใครหรือที่ทำงานใครอยู่ใกล้แถวไหนก็เตรียมตัวไปใช้บริการ เพราะหลายเส้นทางใกล้เปิดให้ใช้แล้ว ขณะที่สิ่งที่ต้องตามลุ้นกันต่อไม่แพ้กัน หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ คือ การคิดค่าโดยสารจะเป็นเท่าไร เพราะตอนนี้หลายคนบ่นอุบว่ารถไฟฟ้าของเมืองไทยราคาแพงเหลือเกิน คงต้องฝากฝังรัฐบาลชุดใหม่ช่วยพิจารณาค่าโดยสารดูแลชาวบ้านกันด้วย.


ทีมเศรษฐกิจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถไฟฟ้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโครงการรถไฟฟ้ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีห้าแยกลาดพร้าวสกู๊ปเศรษฐกิจข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้