ข่าว
100 year

3 ยักษ์ใหญ่อาเซียนยกทัพลงทุนเต็มพิกัด มูลค่าเฉียด 2 ล้านล้านบาท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 มิ.ย. 2562 08:30 น.
SHARE

“สศช.” ย้ำเวทีผู้นำสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย เร่งรัดลงทุนเชื่อมโยงทางกายภาพ 39 โครงการรวม 1.45 ล้านล้านบาท พร้อมทุ่มงบพัฒนาเมืองสีเขียวอีก 5.2 แสนล้านบาท ขณะที่ ธปท.ห่วงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ในหลายพื้นที่ทั่วโลก ส่งผลต่อการค้าการลงทุน แนะ CLMVT เร่งสร้างความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ผลการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 12 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (IMT-GT) โดยมีผู้นำประเทศเข้าร่วมการประชุม ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

“ผู้นำ 3 ประเทศยืนยันที่จะเพิ่มการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจที่ 6 เพื่อเชื่อมโยงจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส เข้ากับรัฐเประและรัฐกลันตันในมาเลเซีย และเชื่อมโยงทางทะเล ไปยังเกาะสุมาตราตอนใต้ในอินโดนีเซีย หลังจากเห็นว่าแนวทางการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจทั้ง 5 ระเบียง ที่ดำเนินการเมื่อปี 2550 ได้ช่วยพลิกโฉมโครงข่ายด้านการคมนาคม ให้กลายเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการผลิต การค้า การท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางกระจายโอกาส การพัฒนาไปสู่พื้นต่างๆ”

ที่ประชุมยังได้เร่งรัดการลงทุนในโครงการเชื่อมโยงทางกายภาพ 39 โครงการใน 3 ประเทศ มูลค่ารวม 47,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1.45 ล้านล้านบาท โดยปัจจุบันหลายโครงการมีความคืบหน้า ส่งผลให้เกิดความสะดวกในการคมนาคมขนส่ง การประกอบธุรกิจ อาทิ รถไฟรางเบาสายสุมาตราใต้ในเมืองปาเลมบังของอินโดนีเซีย โครงการปรับปรุงอาคาร ที่ทำการด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา โครงการปรับปรุงด่านศุลกากรวังประจัน จังหวัดสตูล เป็นต้น และยังได้รับทราบถึงความสำเร็จในการจัดทำกรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ปี 2562-2579 เพื่อเป็นแนวทางขยายผลโครงการเมืองสีเขียว ที่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มูลค่า 524,000 ล้านบาท

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงาน CLMVT Forum 2019 ว่า ปัญหาความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความขัดแย้งต่างๆในตะวันออก กลาง อินเดีย ปากีสถาน ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลมาจากการออกจากสหภาพยุโรป ของสหราชอาณาจักร อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ในอนาคต ที่ส่งผลต่อการลงทุนและการค้าในอนาคต กลุ่ม CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) ต้องมีการผลิต และค้าขายแบบภูมิภาคให้มากขึ้น โดยหันมาค้าขายระหว่างเพื่อนบ้าน แทนการค้าส่งไปประเทศที่ห่างไกล โดยการส่งออกไปยังสหรัฐฯและสหภาพยุโรป (อียู) แม้ยังเป็นปลายทางการส่งออกที่สำคัญ แต่หาก CLMVT ร่วมมือกันได้ ค้าขายระหว่างกันมากขึ้น จะเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนห่วงโซ่การผลิตในอนาคต เมื่อประชาชนรายได้สูงขึ้น ความต้องการสินค้าบริโภคและบริการประเภทต่างๆ จะเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาด CLMVT เป็นตลาดโดยตัวของมันเอง ไม่ใช่เพียงผู้ผลิต

“ที่ผ่านมาพบว่า ปัญหาการเมืองในหลาย ประเทศ แม้แต่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งการย้ายฐานการผลิต และการเติบโตเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ ดังนั้น เราต้องร่วมกันค้าขายระหว่างกันมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว”

ขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การผลักดันให้ CLMVT เป็นศูนย์กลางห่วงโซ่คุณค่ายุคใหม่แห่งเอเชีย” ว่า CLMVT เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของเอเชียและโลก ซึ่งการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าในภูมิภาคนี้ ต้องให้ภาคเอกชน และภาควิชาการเป็นหลัก โดยที่ภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก วางรากฐาน โดยปัจจุบัน เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต และการทำธุรกิจในทุกภาคเศรษฐกิจ ดังนั้น ทุกภาคส่วนใน CLMVT ต้องปรับตัว แบ่งปันไม่ใช่ แข่งขันกันอย่างเดียว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทศพร ศิริสัมพันธ์ประยุทธ์ จันทร์โอชาอียูวิรไท สันติประภพสามเหลี่ยมเศรษฐกิจระเบียงเศรษฐกิจเศรษฐกิจข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้