king10
Thairath Logo
กีฬา

จัดทัพรับมือธนาคารโลก! ก.พ.ร.ติวเข้มภาครัฐไต่อันดับความยาก-ง่ายปี 63

Share :
line-share-logo

ก.พ.ร.ติวเข้ม 25 หน่วยงานภาครัฐ รับการตรวจสอบให้คะแนนจากธนาคารโลก ในการเลื่อนอันดับชั้นในการประเมินอันดับความยาก-ง่าย ในการทำธุรกิจ ประจำปี 2563 ในเดือนพ.ค.นี้ มั่นใจอันดับจะดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา เพราะได้แก้ไขปัญหาอุปสรรคให้นักลงทุนหลายๆด้าน

นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 16-17 พ.ค.นี้ ทีมวิจัยจากธนาคารโลก (world bank) จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจประจำปี 2563 หรือ “Doing Business 2020” ดังนั้น เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ.ร. จึงได้มีการจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐจำนวน 25 หน่วยงาน เพื่อให้นำเสนอรายงานความคืบหน้า ในการปรับปรุงการให้บริการแก่นักลงทุนในช่วงที่ผ่านมา

“การประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ธนาคารโลก ที่จะเข้ามาตรวจสอบได้รับทราบข้อมูล ว่าหน่วยงานภาครัฐของไทย มีความพร้อมสำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ ทั้งการจัดทำข้อมูลและรูปแบบวิธีการนำเสนอ การปฏิรูปการทำงานในด้านต่างๆ เพื่อยกระดับ Doing Business 2020 รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการให้บริการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-service) และการคาดการณ์การปฏิรูปและอันดับของประเทศไทย เพื่อใช้จัดทำรายงาน Doing Business 2020 ของธนาคารโลก ซึ่งประเทศไทยก็คาดหวังว่า อันดับ Doing Business ของไทย จะได้รับการจัดอันดับดีขึ้น จากเดิมในปีที่ผ่านมาอยู่ที่อันดับ 27 จาก 190 ประเทศทั่วโลก”

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว จะมีทีมวิจัยจากธนาคารโลก เข้ามาดำเนินการใน 2 ส่วน คือ 1.การสำรวจความคิดเห็นของบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายด้านบัญชีในประเทศไทย และ 2.การเดินทางมาสัมภาษณ์หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องรวมถึงเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการในเรื่องการอำนวยความสะดวกของภาครัฐ ที่มีต่อการดำเนินการของภาคธุรกิจในด้านต่างๆของประเทศไทย

สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อม สำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศไทยของธนาคารโลกในปีนี้ มีผลงานที่สำคัญๆเช่น ในด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินโดยกรมที่ดินได้เชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้บริการได้เต็มทุกพื้นที่แล้ว สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ โดยไม่ต้องเรียกขอสำเนาเอกสาร

ขณะเดียวกัน การขออนุญาตก่อสร้าง กรุงเทพมหานครก็ได้แก้ไขระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างและควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2525 โดยนำการประเมินความเสี่ยงมาใช้จัดประเภทอาคาร เพื่อบริหารจัดการในการควบคุมอาคาร สามารถลดจำนวนครั้ง การตรวจอาคาร ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศ ก็สามารถลดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ในการนำสินค้าผ่านแดน ด้วยกระบวนการทางศุลกากรล่วงหน้าก่อนสินค้ามาถึง (Pre-Arrival Processing) ยกเลิกไม่เรียก/ไม่รับสำเนา ใบขนสินค้าที่มีในระบบ e-Customs

นอกจากนี้ ในด้านการชำระภาษี สามารถคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ได้รวดเร็วมากขึ้น จากเดิม จากการนำเกณฑ์ความเสี่ยงมาใช้ในการตรวจสอบภาษี ทำให้สามารถคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ภายใน 90 วัน ขณะที่การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง ต่างๆ ก็ได้มีการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับศาล (Court automation) เช่น ระบบการส่งเอกสารและการประกาศนัดไต่สวน โดยวิธีลงโฆษณา ทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (e-Notice system) ทำให้กระบวนการมีความรวดเร็วขึ้น มีระบบเผยแพร่สืบค้นคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่สามารถค้นหาจากเลขคดี ชื่อข้อหา ชื่อหน่วยงาน หรือค้นหาตาม Keyword ได้ รวมทั้งด้านการแก้ไขปัญหาการล้มละลาย หน่วยงานของภาครัฐก็สามารถนำระบบสารสนเทศมาใช้เพื่อให้บริการประชาชนทุกขั้นตอน เช่น แอปพลิเคชัน LED Property เป็นระบบการค้นหาทรัพย์ขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี

สำหรับหน่วยงานภาครัฐดังกล่าว มีอาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, สำนักงานประกันสังคม, กรมสรรพากร, กรมโยธาธิการและผังเมือง, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร, การประปานครหลวง, การไฟฟ้านครหลวง, กรมที่ดิน, กรมเจ้าท่า กรมการปกครอง, กรมการขนส่งทางบก, ธนาคารแห่งประเทศไทย, กรมบังคับคดี, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, คณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, กรมศุลกากร, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สำนักงานศาลยุติธรรม.

อ่านเพิ่มเติม...
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการอารีย์พันธ์ เจริญสุขธนาคารโลกหน่วยงานภาครัฐDoing Business 2020ทีมวิจัยจากธนาคารโลกสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ข่าวทั่วไป