กีฬา
100 year

จีนผงาดขึ้นมหาอำนาจโลก

ลม เปลี่ยนทิศ30 เม.ย. 2562 05:01 น.
SHARE

การประชุมผู้นำประเทศในเส้นทางสายไหมใหม่จีน New Silk Road ครั้งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 26–27 เมษายน โดยมี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ผู้ริเริ่มเส้นทางสายไหมใหม่เป็นเจ้าภาพ มีผู้นำประเทศเข้าร่วมประชุม 36 ประเทศ จาก 65 ประเทศ ในเส้นทาง รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยด้วย เส้นทางสายไหมใหม่ ครอบคลุมสัดส่วนจีดีพีโลก 30% สัดส่วนประชากรโลก 62% และข้อมูลที่จีนไม่ค่อยเปิดเผยคือ ครอบคลุมพลังงานโลกถึง 75%

นี่คือขุมทรัพย์อันมหาศาลบนเส้นทางสายไหมใหม่จีน

ท่านประธานาธิบดีสี แถลงหลังการประชุมว่า การประชุม Belt& Road Forum ครั้งที่ 2 นี้ มีการลงนามสัญญาโครงการต่างๆ บนเส้นทางสายไหมใหม่กว่า 64,000 ล้านดอลลาร์ กว่า 2 ล้านล้านบาท แน่นอนที่สุดว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนเฟสแรก 179,000 ล้านบาท ก็รวมอยู่ในวงเงินนี้ด้วย เพราะไทยต้องลงนามกับจีนและลาว เพื่อเชื่อมรถไฟความเร็วสูงจีนจาก คุนหมิง เวียงจันทน์ หนองคาย โคราช กรุงเทพฯ ลงใต้ไป มาเลเซีย สิงคโปร์

โครงการนี้ ไทยต้องลงทุนเองทั้งโครงการเกือบ 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้จีนวิ่งรถไฟความเร็วสูงจาก คุนหมิง ผ่าน ไทย ไป สิงคโปร์ รองรับการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจการค้าการเมืองของจีน เฟสแรกไทยใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 179,000 ล้านบาท จากงบประมาณ

ผมไม่แน่ใจว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรมากน้อยแค่ไหน เพราะจนถึงบัดนี้ลงมือก่อสร้างแล้วก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย รถไฟความเร็วสูงจีนสายนี้ มีแต่ข่าวจีนคิดราคาไทยแบบแพงเว่อร์ เพราะไม่มีการประมูล รัฐบาลไทยสั่งให้ซื้อจากจีนทั้งโครงการ ก่อนไปเซ็นสัญญา คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคมนาคม ก็ยังต่อรองราคาแค่ 1,000 ล้านบาท จีนก็ไม่ลด ไม่รู้วันไปเซ็นสัญญาจีนลดให้หรือเปล่า

การไปร่วมประชุม Belt & Road ครั้งที่ 2 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ มีการเซ็นสัญญาผูกมัดประเทศไทย กับ รถไฟความเร็วสูงไทยจีน ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ผมก็หวังว่าในอนาคตไทยจะไม่ติดกับดักหนี้ Belt & Road เหมือนอีกหลายประเทศที่ประสบอยู่ ใครจะต้องรับผิดชอบ ก็เห็นตัวกันอยู่แล้ว

หลังการประชุมโต๊ะกลม พล.อ.ประยุทธ์ แถลงกับสื่อไทยโดยตั้งความหวังว่า จีนจะช่วยผลักดันการค้าไทย–จีนที่ตั้งเป้าใหม่ 140,000 ล้านดอลลาร์ 4.48 ล้านล้านบาท ภายในปี 2564 ให้สำเร็จบรรลุผล โดยนายกฯไทยย้ำว่า รัฐบาลไทยยึดมั่นในหลักการของ 3M คือ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความเคารพซึ่งกันและกัน และ ผลประโยชน์ร่วมกัน

ข้อหลังสุด ผลประโยชน์ร่วมกัน ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรตอบให้กระจ่าง โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง คิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ คุ้มค่าการลงทุนไหม ให้ดู โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นตัวอย่าง การลงทุนทุกโครงการมีความเสี่ยง รถไฟความเร็วสูงไทยจีนน่าจะเสี่ยงมากรัฐบาลในอนาคตอาจติดกับดักหนี้ Belt & Road ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อไว้ก็ได้

ผมก็ได้แต่เตือนไว้ เพราะรัฐบาลค่อนข้างอ่อนเรื่องการต่างประเทศ

ประเทศจีน ยุค ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำตลอดกาลของจีนวันนี้ ต้องถือว่า ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกแล้ว แซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว การวัดอำนาจการซื้อของประชาชน GDP (PPP) 2019 จาก สเตติสติคส์ ไทม์ ล่าสุด GDP (PPP) จีนพุ่งขึ้นไปถึง 27.449 ล้านล้านดอลลาร์ ครองอันดับ 1 ของโลก อันดับ 2 สหรัฐฯ 21.482 ล้านล้านดอลลาร์ ถูกคนจีนทิ้งห่างไปถึง 6 ล้านล้านดอลลาร์ แต่จีดีพีปกติจีนยังแพ้สหรัฐฯ 14.172 ต่อ 21.482 ล้านล้านดอลลาร์ มีคนเขานินทาคนรวยว่า “ยิ่งรวยยิ่งงก” เมื่อดูจากจีนวันนี้แล้ว เห็นท่าจะจริง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การประชุมผู้นำประเทศเส้นทางสายไหมใหม่สี จิ้นผิงประยุทธ์ จันทร์โอชามหาอำนาจโลกลม เปลี่ยนทิศหมายเหตุประเทศไทย

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED