เช็กบิลโก่งราคายา 300% พาณิชย์บี้โรงพยาบาลเอกชนขายเกินจริง

Share :
line-share-logo

“พาณิชย์” แฉโรงพยาบาลเอกชน ทั้งเล็ก–ใหญ่ คิดราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ หลายพันรายการสูงเกินจริง ตั้งแต่ 30% ถึง 200-300% หลังส่งต้นทุนราคายามาให้ทันเส้นตาย 4 เม.ย.62 เตรียมเชิญมาสอบถาม และบี้ให้ลดราคา ถ้าไม่ยอม ยุส่งผู้ป่วยร้องเรียนกรม เพื่อให้มีหลักฐานเล่นงานตามมาตรา 29 กฎหมายราคาสินค้าและบริการ พร้อมชง “กกร.” ออกมาตรการกำกับดูแลเข้ม

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะทำงานพิจารณาราคายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้ โรงพยาบาลเอกชน ผู้ผลิตและผู้นำเข้ายาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ และร้านจำหน่ายยาขนาดใหญ่ ได้แจ้งข้อมูลซื้อขาย รวมถึงราคาซื้อและขาย มาให้กรมตามกำหนดเส้นตายวันที่ 4 เม.ย.62 แล้ว แต่ยังส่งมาไม่ครบทุกราย ทั้งนี้ กรมได้นำข้อมูลราคาดังกล่าว มาเทียบเคียงกับราคามาตรฐานที่ได้จากกรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สมาคมประกัน วินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยพบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของรายการทั้งหมดกว่า 10,000 รายการ แบ่งเป็นยา 3,892 รายการ เวชภัณฑ์ 868 รายการ และบริการทางการแพทย์ 5,286 รายการนั้น โรงพยาบาลเอกชนขายในราคาสมเหตุสมผล แต่อีกครึ่งหนึ่ง ตั้งราคาขายสูงเกินสมควร ตั้งแต่ 30% ไปจนถึง 200-300% ของราคาต้นทุน

สำหรับโรงพยาบาลเอกชนที่กรมได้ส่งหนังสือให้แจ้งข้อมูลกลับมามีทั้งหมด 353 รายนั้น ในจำนวนนี้ 295 ราย ได้ส่งข้อมูลกลับมาให้กรม อีก 72 ราย ส่งข้อมูลมาให้ แต่กรมขอให้ปรับปรุงข้อมูลมาใหม่ และไม่ส่งข้อมูลมาให้ 58 ราย ซึ่งในจำนวน 58 รายนี้ ต้องดูสาเหตุว่าเหตุใดไม่ส่งข้อมูลมาให้กรม ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับหนังสือจากกรม ถ้าได้รับอาจจะอยู่ระหว่างตอบกลับ กลุ่มที่ส่งหนังสือไปไม่ถึง อาจจะส่งไปซ้ำอีกครั้ง และกลุ่มส่งถึงแต่ไม่ส่งข้อมูลกลับ ซึ่งจะส่งตำรวจดำเนินคดีตามมาตรา 18 (1) พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการทุกราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกลุ่มผู้ผลิตและผู้นำเข้า 339 ราย และร้านขายยาขนาดใหญ่นั้น ส่วนใหญ่ส่งข้อมูลมาให้กรมแล้ว แต่บางรายได้สอบถามเข้ามาว่าจะต้องส่งข้อมูลราคาซื้อขายเป็นรายโรงพยาบาลมาให้ด้วยหรือไม่ หากต้องส่งแบบนี้ จะมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก และราคาขายแต่ละโรงพยาบาลแตกต่างกันตามจำนวนการสั่งซื้อ และยังขึ้นกับระยะทางการขนส่งอีก ซึ่งกรมได้ขอให้แจ้งข้อมูลราคาเป็นช่วง เช่น ขายยาชนิดหนึ่งเม็ดละ 10-20 บาท และจะขยายระยะเวลาในการส่งข้อมูลมาให้ด้วย เช่น 15 วัน

นายวิชัย กล่าวว่า หลังจากได้ข้อมูลต่างๆ และวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุนแล้วเสร็จ คณะทำงานฯ จะเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลราคายาและเวชภัณฑ์ ที่มีนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานพิจารณามาตรการที่จะนำมาใช้กำกับดูแล จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบอีกครั้ง และจะนำรายละเอียดราคาของแต่ละโรงพยาบาลไปขึ้นในเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ และกรม ซึ่งจะมีราคายา เวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล และค่าบริการทางการแพทย์ โดยผู้บริโภคสามารถเข้าไปดูและเปรียบเทียบราคาได้

“โรงพยาบาลเอกชนที่ตั้งราคาขายสูงเกินสมควร ซึ่งมีทั้งรายเล็ก และรายใหญ่นั้น กรมจะเชิญมาพูดคุยว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และจะขอให้ปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุน ถ้าไม่ปรับลด จะขอให้ผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบ รักษาสิทธิ์ของตัวเอง ด้วยการร้องเรียนมาที่กรมว่าโรงพยาบาลใดคิดค่ารักษาพยาบาลสูงเกินจริง เพื่อให้มีหลักฐานที่จะดำเนินการกับโรงพยาบาล หากตรวจสอบแล้ว พบผิดจริง จะดำเนินการตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”.

อ่านเพิ่มเติม...