กีฬา
100 year

เลื่อนเลือกตั้งไม่กระทบศก. แต่ดัชนีความเชื่อมั่น ธ.ค.ร่วง 4 เดือนติด

ไทยรัฐออนไลน์4 ม.ค. 2562 16:55 น.
SHARE

ม.หอการค้าไทย ยัน เลื่อนเลือกตั้งไม่กระทบ ศก. ภาพลักษณ์ไทย มั่นใจต่างชาติเข้าใจ แต่ต้องอยู่ในกรอบ 150 วัน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่น ธ.ค. ร่วง 4 เดือนติด เหตุคนกังวลการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย-ราคาน้ำมันขึ้น-ราคาสินค้าเกษตรตก-สงครามการค้าฉุดเศรษฐกิจโลก

วันที่ 4 ม.ค. 62 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากเดิมที่กำหนดวันที่ 24 ก.พ.62 นั้น จะไม่กระทบเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศไทย หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถชี้แจงเหตุผลได้อย่างชัดเจน และการเลื่อนยังอยู่ในระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนดภายใน 150 วัน นับจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้ เพราะมั่นใจว่านานาชาติและนักลงทุนทั่วไปจะรับฟังเหตุผล และเข้าใจถึงความจำเป็นที่ไทยจำเป็นต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิม

อย่างไรก็ตาม แม้การเลื่อนการเลือกตั้งจะไม่กระทบกับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม แต่ยอมรับว่าเม็ดเงินจากการหาเสียงที่คาดจะมีสูงถึง 30,000-50,000 ล้านบาท จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การทำป้ายหาเสียง ป้ายโฆษณา แผ่นพับ ใบปลิวต่างๆ อาจทำให้เกิดการสะพัดในระบบเศรษฐกิจในช่วงระยะเวลาที่ล่าช้าออกไปตามระยะเวลาการเลือกตั้งที่จะเลื่อนออกไป จากเดิมที่คาดจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้

"การเลื่อนเลือกตั้งที่ยังอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในระยะปานกลางถึงระยะยาว แต่หากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งต้องช้าออกไป เม็ดเงินจากการใช้จ่ายในช่วงหาเสียงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรก ก็อาจชะงักลงเช่นกัน คาดว่าการเลือกตั้งน่าจะเลื่อนออกไปไม่นาน น่าจะอยู่ในในช่วงปลายไตรมาส 1 ถึงต้นไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งหากมีระยะเวลาที่ชัดเจนเชื่อว่าเม็ดเงินจากการหาเสียงจะยังสามารถพยุงเศรษฐกิจได้ และไม่น่าจะมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย”

ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ยังคาดการณ์ว่า ในปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 4-4.5% โดยมีปัจจัยบวกจากการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัว 5% รวมถึงเม็ดเงินสะพัดจากการเลือกตั้งที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นการบริโภคได้ แต่ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะทางออกของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน สถานการณ์ราคาน้ำมัน เป็นต้น

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.61 ที่สำรวจจากประชาชนทั่วประเทศ 2,246 คน ในช่วงเดือน ธ.ค.61 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.อยู่ที่ 79.4 ลดลงจาก 80.5 ในเดือน พ.ย. 61 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 53.4 ลดจาก 54.3 และดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ 90.8 ลดจาก 92.0 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 66.3 ลดจาก 67.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 74.6 ลดจาก 75.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 97.3 ลดจาก 98.4

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวลดลง มาจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นโยบาย 0.25% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.75% ถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับจากปี 54 เป็นต้นมา นอกจากนี้ กนง.ยังได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยปี 61 เหลือ 4.2% จากเดิม 4.4%, การส่งออกเดือน พ.ย.61 ลดลง 0.95% และขาดดุลการค้า 1,178 ล้านเหรียญสหรัฐฯ, ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เดือนธ.ค.61 ลดลง 77.92 จุด

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังรู้สึกว่าราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้อำนาจซื้อน้อยลง, ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดทรงตัวระดับต่ำ ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดยังไม่ขยายตัวมากนัก, นักท่องเที่ยวจีนลดลง ทำให้รายได้ภาคท่องเที่ยวลดลง และธุรกิจต่อเนื่องขยายตัวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีนที่ยังมีปัญหาอยู่ จนส่งผลให้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนชะลอลง ทำให้กำลังซื้อในปัจจุบันชะลอตัวลง

”ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เพราะความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (เบร็กซิท) ซึ่งน่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 62”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62ม.หอการค้าไทยเลื่อนเลือกตั้งไม่กระทบเศรษฐกิจไทยดัชนีความเชื่อมั่นเลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED