ข่าว
100 year

ประเทศไทยกับวิกฤติสงครามเศรษฐกิจ

หมัดเหล็ก27 ก.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

สงครามทางการค้าระหว่าง สหรัฐฯกับจีน ร้อนระอุขึ้นทุกที ในยุคของ สี จิ้นผิง เป็นผู้นำประเทศ การขับเคลื่อนประชากรจีนกว่า 1,400 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่สำคัญคือจะต้องรักษาตำแหน่ง อภิมหาอำนาจ และความเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้เอาไว้ให้ได้ ในขณะที่ สหรัฐฯ มหาอำนาจชาติตะวันตก ระดมมาตรการกีดกันการค้าออกมาเป็นระลอก ส่งผลกระทบกับการค้าและเศรษฐกิจโลกต้องสั่นคลอน

ประเทศไทยเรา ไม่ว่าจะเป็น จีนหรือสหรัฐฯ เราไม่มีทางเลือกและเราก็ไม่ใช่ผู้เลือก ทั้งสองประเทศเป็น ประเทศคู่ค้าและเป็นพันธมิตร กับเรามาช้านาน เชื่อมโยงทั้งคนและการค้า เอาไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น

เรามีนักธุรกิจคนไทยระดับผู้นำหลายรายที่ได้รับการยอมรับและได้รับเกียรติจากทั้ง จีนและสหรัฐฯ เช่น กลุ่มนักลงทุนใน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มเบทาโกร เครือเซ็นทรัล แม้แต่ ยูนิลีเวอร์และบิ๊กซี ที่มีการค้าขายลงทุนขนาดใหญ่ทั้งในจีนและสหรัฐฯ

ยกตัวอย่าง กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี โดย เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ที่เป็นกลุ่มนักลงทุนจากไทยรายแรกที่บุกเบิกเข้าไปลงทุนใน จีน จนเป็นที่ไว้วางใจของ รัฐบาลจีน เชิญให้ไปร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาด้านการเกษตรและลงทุนทำฟาร์มเลี้ยงไก่ระบบปิดเป็นรายแรกที่เมือง ผิงกู่ สมัยรัฐบาลเติ้งเสี่ยวผิง เป็นผู้นำ

จนกระทั่งถึงวันนี้ เครือซีพี คือ ผู้นำทางด้านธุรกิจข้ามชาติที่โตที่สุดในเมืองจีน นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้ไปลงทุนในประเทศแถบยุโรป สหรัฐฯ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม และ เมียนมา เป็นต้น

ในเวลาเดียวกันที่เราไปลงทุนในต่างประเทศ เราก็อาศัยความสามารถศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อทำมาใช้กับบ้านเรา นำไปพัฒนาการเกษตรและอุตสาหกรรมให้พัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการพัฒนาแบบครบวงจร เพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและลดต้นทุนลง

จนปัจจุบัน ฟาร์มไก่ของซีพี กลายเป็นฟาร์มที่มีความทันสมัยในระดับโลก ขนาด ใช้หุ่นยนต์ในการดูแลไก่ทุกมิติ สามารถเลี้ยงไก่ในครั้งละ 3 ล้านตัว ผลิตไข่ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน วันละ 2.4 ล้านฟอง ได้รับการยกย่องเป็นโครงการ มาสเตอร์พีซ ของจีน และเป็น โมเดล ที่ทุกประเทศนำไปเป็นกรณีศึกษาความก้าวหน้า รวมถึงมหาวิทยาลัยดังอย่าง Harvard ก็ให้ความสนใจนำไปวิเคราะห์วิจัยเป็นกรณีศึกษาเช่นกัน

เหล่านี้คือการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของเอกชนไทย จนประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลกจนประเทศไทยเป็นที่รู้จักในนามครัวของโลก ในน้ำมีปลาในนามีข้าว ที่เพียงพอจะเลี้ยงประชากรโลกได้อย่างภาคภูมิ และสิ่งที่เราได้กลับคืนมาไม่ใช่แค่เงินหรือรายได้ แต่เป็นมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนตลอดไป.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สงครามการค้ากำแพงภาษีเศรษฐกิจโลกคาบลูกคาบดอกหมัดเหล็ก

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้