ข่าว
100 year

เศรษฐกิจฟื้น รับเลือกตั้ง กระตุ้นเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นล้าน

ไทยรัฐออนไลน์13 ก.ย. 2561 15:33 น.
SHARE

ม.หอการค้าฯ ปรับคาดการณ์จีดีพี ปี 62 โต 4.5% มองหากเลือกตั้งตามกรอบ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น กระตุ้นเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นล้านบาท เป็นโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีหน้า

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปี 61 เพิ่มขึ้นมาที่ 4.4-4.8% จากเดิม 4.0-4.5% หรือมีค่าเฉลี่ยที่ 4.6% เนื่องจากมองว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจไทย เช่น เศรษฐกิจโลกยังเติบโตต่อเนื่อง, การส่งออกยังขยายตัวได้ดี, ภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย, การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐมีโอกาสเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง, การลงทุนของภาคเอกชนเริ่มเห็นการฟื้นตัวชัดเจนขึ้น และรายได้ภาคเกษตรเริ่มปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกไทยในปีนี้ว่าจะเติบโตได้ 8.7% ที่มูลค่าราว 2.57 แสนล้านดอลลาร์ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือน ก.พ.ที่ 6.0% มูลค่าราว 2.5 แสนล้านดอลลาร์ และการนำเข้าคาดว่าจะเติบโตได้เพิ่มขึ้นเป็น 12.6% ที่มูลค่า 2.49 แสนล้านดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ 6.4% ที่มูลค่าราว 2.35 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ คาดว่าจะเกินดุลราว 34.6 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 7.2% ของจีดีพี

ขณะที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ขยายตัวได้ 1.2% ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่สูงและยังไม่เป็นแรงกดดันให้ต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปีนี้ คาดว่าในปีนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ สิ้นปี 61 ยังคงอยู่ที่ระดับ 1.50% ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์ หรือในกรอบ 31.50-33.50 บาท/ดอลลาร์

ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น จะเริ่มเห็นในช่วงกลางปี 62 หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงตามกรอบเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ในช่วงเดือน ก.พ.62 จะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เพิ่มขึ้น และน่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งในปีหน้า ช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 4 โดยเป็นการทยอยปรับขึ้นครั้งละ 0.25% เพื่อให้ความต่างของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และไทยแคบลง

อย่างไรก็ดี ในปีนี้เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อ, อัตราดอกเบี้ยในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง, ความเสี่ยงจากวิกฤติค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว, ความเสี่ยงจากเหตุอุทกภัยที่มีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวน

ทั้งนี้ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพในปี 65 คาดว่า GDP จะเติบโตแตะระดับ 5% ส่วนปี 62 ประเมินว่า GDP จะเติบโตได้ 4.5% ส่วนปี 63 เติบโตได้ 4.8% และปี 64 เติบโตได้ 4.6%.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้งเศรษฐกิจฟื้นเลือกตั้งปีหน้าเม็ดเงินจากเลือกตั้งข่าวร้อนข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้