ข่าว
100 year

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

หมัดเหล็ก14 ก.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

การพัฒนา ยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่เรื่องของอนาคตเสียแล้ว ถ้าสังเกตให้ดีมีปั๊มน้ำมันหลายแห่งเริ่มจะติดตั้งเครื่องชาร์จไฟสำหรับรถยนต์บ้างแล้ว เพราะปัจจุบันทั่วโลกมี รถยนต์ไฟฟ้า อยู่ที่ 3.1 ล้านคัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วยกตัวอย่าง นอร์เวย์ กำหนดในแผนให้ใช้ รถอีวี ยานยนต์ไฟฟ้า ที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ในปี 2025 เยอรมนี และ ญี่ปุ่น ในปี 2030 ประเทศไทย เอง มีแผนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าให้เป็นรูปธรรมในปี 2579 จำนวน 1.2 ล้านคัน โดยมอบหมายให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ดูแลเรื่องของใบอนุญาต ออกกติกาต่างๆ และจะนำไปสู่การพัฒนา อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ที่จะต้องมีการศึกษาอยู่ 3 ประเภท ระบบไฟฟ้า ปรับสมดุลการจ่ายไฟ ให้สามารถใช้กับโซลาร์รูฟท็อป และการเกิดขึ้นของยานยนต์และสถานีอัดประจุไฟฟ้า

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน ได้ร่วมมือกับ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เดินหน้าเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า ที่พร้อมให้บริการประชาชน โดยมีเป้าหมายที่ 150 สถานีในปี 2562 ที่จะถึงนี้ด้วย ตามนโยบายพลังงาน 4.0 ที่จะขับเคลื่อนให้ประเทศไทยกลายเป็น สมาร์ทซิตี้ ซึ่ง ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ได้ยืนยันว่า รัฐบาลไทยผลักดัน โครงการสมาร์ทซิตี้ โดยแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานจากทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งให้มีการกระจายแหล่งพลังงานและประเภทพลังงานให้มีความหลากหลาย เหมาะสมและยั่งยืนภายในปี 2579 ที่จะเปลี่ยนเป้าหมายการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซ เป็นพลังงานทดแทนมากขึ้น

ทั้งนี้ กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าที่เรียกสั้นๆว่า EV ได้มีการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง เช่น ล่าสุดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ได้เปิดตัวโครงการนำร่อง การสาธิตและประเมินผลการใช้งานรถโดยสารไฟฟ้า เพื่อนำมาทดแทนรถโดยสารที่ใช้น้ำมัน โดยจะให้บริการไปจนถึงเดือน มี.ค.ปี 2562 จำนวน 6 เส้นทางด้วยกัน จากนั้นก็จะนำมาสรุปอัตราการสิ้นเปลืองและสมรรถนะของรถ โดยมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรีส่งให้ ขสมก.นำไปพิจารณาการใช้งานที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เป็นพันธมิตรร่วมในโครงการนำร่องนี้ สนับสนุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ดังนั้น แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ ที่คาดจะมีข้อสรุปในเบื้องต้นในเดือน ก.ย.นี้ ให้ความสำคัญกับการมีไฟฟ้าใช้ที่เพียงพอและมั่นคง ในแต่ละภูมิภาค จะต้องมีโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคง โรงไฟฟ้าหลักจึงมีความจำเป็นในการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อลดความเสี่ยง

การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน เป็นเรื่องจำเป็นตามทิศทางของโลกที่ให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทนในสัดส่วนที่เหมาะสม คำนึงถึงผลกระทบความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ค่าไฟของประชาชน และต้นทุนค่าไฟฟ้า ภาพรวม ในอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจะเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจโลกจากหน้ามือเป็นหลังมือ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถยนต์ไฟฟ้าพลังงานทดแทนรถอีวีการผลิตไฟฟ้าคาบลูกคาบดอกข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้