กีฬา
100 year

“แอ็กชัน-สยองขวัญ” มาแรงปี 2018

ไทยรัฐฉบับพิมพ์22 พ.ค. 2561 05:01 น.
SHARE

ดร.วิษณุ - ฉวีรัตน์

วธ.เปิด 5 ยุทธศาสตร์หลักปั้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก

ปิดฉากรูดม่านไปเรียบร้อยแล้วสำหรับงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Festival de Cannes) ครั้งที่ 71 ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ปีนี้ก็เช่นเคยที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ยังคงทรงอิทธิพล คึกคักและคลาคล่ำไปด้วยผู้ผลิตภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่าย ผู้กำกับ ดารานักแสดงชื่อดังจากทั่วโลก ไม่เว้นบุคคลสำคัญจากประเทศไทยที่ต่างตบเท้าเข้าร่วมงาน

และปีนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่น่ายินดี โดยภาพยนตร์ไทยเรื่อง “Ten Years Thailand” ได้รับการคัดเลือกให้ฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์คานส์เป็นที่แรก หลังจากที่ภาพยนตร์ไทยห่างหายมาหลายปีแล้ว

ขณะที่ภาพยนตร์ เรื่อง DOI BOI (ดอยบอย) และเรื่อง “Regretfully at Dawn” ก็ได้รับคัดเลือกเข้ามาเสนอหาทุนภายในงาน พร้อมกับภาพยนตร์ไทยอีก 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง “หิ่งห้อย” (The Fireflies), เรื่อง “ดิน ฟ้า มหาสมุทร” (Solids by the Seashore) และเรื่อง “สวรรค์ในอก” (Down to Heaven) ที่ชนะการประกวดจากโครงการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุน ประจำปี 2561 (Thai Film Pitching at Cannes 2018) ของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เข้าร่วมนำเสนอโครงการสร้างภาพยนตร์เพื่อหาผู้ร่วมลงทุนภายใน Thailand Pavilion ด้วย

โดยปีนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดคูหาประเทศไทย (Thailand Pavilion) ซึ่งเป็นบูธที่หน่วยงานภาครัฐ ในนามของทีม “ไทยแลนด์” ประกอบด้วย วธ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) และกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ร่วมกันเปิด เป้าหมายเพื่อเป็นกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในงานตลาดภาพยนตร์เมืองคานส์ (Marche du Film)

“ทีมข่าววัฒนธรรม” ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับคณะผู้บริหารของ วธ. เพื่อติดตามกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งมี นายวิษณุ เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วย รมว.วธ.และ นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัด วธ. ร่วมติดตามการดำเนินงาน

“เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ถือเป็นตลาดภาพยนตร์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่รวมผู้ผลิตภาพยนตร์ นักลงทุน ผู้สนใจภาพยนตร์ ซึ่งในปีนี้รัฐบาลโดย “ทีมไทยแลนด์” จัดกิจกรรมส่งเสริมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ในงานตลาดภาพยนตร์เมืองคานส์ (Marche du Film) และงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ใช้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศและสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในเวทีโลก รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการผลิตผลงานภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปี 2560 รัฐบาลได้กำหนดมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก” นายวิษณุกล่าว

“วธ.ดำเนินการตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 พ.ศ. 2560-2564 เพื่อขับเคลื่อนและเพิ่มขีดความสามารถของไทยสู่การเป็นศูนย์ กลางของภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งเอเชีย ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์

คือ การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้เป็นมืออาชีพ, ส่งเสริมและพัฒนาตลาดภาพยนตร์ฯ, ส่งเสริมและปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของภาพยนตร์ฯ, ส่งเสริมความร่วมมือการลงทุนระหว่างประเทศ รวมธุรกิจถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย และพัฒนาขีดความสามารถภาพยนตร์ฯ ซึ่งหากเดินตามยุทธศาสตร์นี้เชื่อว่ามูลค่ารวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฯจะเติบโตต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 20” นางฉวีรัตน์ ขยายภาพยุทธศาสตร์สำคัญในการปั้นอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลก

ขณะที่ข้อมูลจาก พณ. ระบุว่า ปีนี้การค้าขายและความร่วมมือการเจรจาด้านธุรกิจภาพยนตร์ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ตั้งเป้าการค้าขายจะพุ่งถึง 880 ล้านบาทสูงกว่าปีที่แล้วที่ขายได้ 820 ล้านบาท

ด้าน นายต้องปอง จันทรางกูร ผู้กำกับ และ นายทักษกร ประดับพงษา โปรดิวเซอร์ ภาพยนตร์เรื่องหิ่งห้อย หนึ่งใน 3 ภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกผ่าน Thai Film Pitching at Cannes 2018 ให้เข้าร่วมนำเสนอหาผู้ร่วมลงทุนมองว่า การประกวดโครงการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุนมีประโยชน์กับผู้ที่ต้องการสร้างหนังแต่ไม่มีทุน การได้มานำเสนอหานายทุนต่างประเทศจะช่วยให้หนังเราไปได้ไกลกว่าเดิม เราได้ทำหนังในมุมที่เราอยากจะทำ เพราะคนทำหนังอินดี้โอกาสที่จะหาทุนหรือไปแข่งขันกับค่ายภาพยนตร์ใหญ่ๆคงเป็นเรื่องยาก จึงอยากขอบคุณทาง วธ.

ในส่วนของผู้ประกอบการภาพยนตร์ที่เข้ามาเปิดบูธเพื่อซื้อขายและเจรจาธุรกิจภาพยนตร์ให้ข้อมูลว่า ปีนี้คึกคัก โดย ภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นแนวสยองขวัญและเเอ็กชัน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป ละตินอเมริกัน และชาวเอเชีย

จากการได้ร่วมสัมผัสบรรยากาศในงาน เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 71 สิ่งที่ ทีมข่าววัฒนธรรม เห็นเด่นชัดและเห็นเป็นรูปธรรมที่สุดนั่นก็คือ แต่ละปีมีผู้ทำหนังทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกโครงการ Thai Film Pitching at Cannes ได้รับการสนับสนุนจากนายทุนต่างชาติ และประสบความสำเร็จนับวันเพิ่มมากขึ้น สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศชาติ

แต่สิ่งที่เราอยากขอฝากไว้คือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจะขึ้นแท่นผงาดในระดับเอเชีย หรือระดับโลกตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลวางเอาไว้ได้หรือไม่นั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่ความจริงจังและความต่อเนื่องของภาครัฐ

เพื่อมุ่งสู่ฝั่งฝันในการใช้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศและสร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งในเวทีโลก.


ทีมข่าววัฒนธรรม

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์Festival de Cannesทีมข่าววัฒนธรรมภาพยนตร์ไทย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้