ข่าว
100 year

ข้าวหอมมะลิตันละหมื่นเจ็ด รัฐหวั่นเกษตรกรแห่ปลูกทำผลผลิตล้นตลาด

ไทยรัฐฉบับพิมพ์3 มี.ค. 2561 06:01 น.
SHARE

ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเดือน ก.พ.พุ่งตันละ 17,700 บาท กระทรวงเกษตรฯเต้นผาง หวั่นเกษตรกรแห่ปลูกทำข้าวล้นตลาดเหมือนปีที่ผ่านมา เร่งควบคุมการผลิตข้าว ด้านพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อ ก.พ.61 โต 0.42% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 หลังความ ต้องการซื้อเพิ่มส่งสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัว

นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว ในฐานะมิสเตอร์ข้าวได้รายงานให้ทราบถึงราคาข้าวในเดือน ก.พ.2561 ว่า ข้าวเปลือกหอมมะลิความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ตันละ 15,000-17,700 บาท เพิ่มขึ้นตันละ 3,900-4,100 บาท จากเดือน พ.ย. 2560 โดยราคาที่ขึ้นสูงอาจทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้น ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯจึงจำเป็นต้องเร่งหาวิธีรับมือกับผลผลิตข้าวหอมมะลิที่คาดว่าจะออกมาล้นตลาดในเดือน พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวตกต่ำลงได้ เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่ข้าวหอมมะลิผลิตออกมาแล้ว แต่โรงสีไม่รับซื้อข้าว และชาวนาต้องขายข้าวเอง

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯจะหารือกับกระทรวงพาณิชย์อย่างใกล้ชิดภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการสินค้าข้าว (นบข.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยในส่วนของการดูแลการผลิต กระทรวงเกษตรฯจะพยายามควบคุมผลผลิต โดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวในที่ไม่เหมาะสมให้ไปปลูกพืชอื่น ส่งเสริมให้ปลูกพืชหลากหลาย เพื่อให้เป้าหมายผลผลิตข้าวอยู่ในกรอบที่ต้องการคือปริมาณข้าวเปลือกจะอยู่ที่ 30.524 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.024 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 3.48%

สำหรับสถานการณ์ข้าวโลกปีการผลิต 2560/2561 คาดว่าผลผลิตข้าวทั่วโลกจะมีปริมาณ 484.3 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 2.45 ล้านตันข้าวสาร หรือลดลง 0.50% จากปีการผลิต 2559/ 2560 เนื่องจากปริมาณผลผลิตข้าวของอินเดีย บังกลาเทศ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ลดลง โดยปริมาณการค้าข้าวของโลกจะอยู่ที่ 47.36 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.19 ล้านตัน หรือ 0.40% จากปี 2560 เนื่องจากบังกลาเทศ อิหร่าน แอฟริกา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ลดปริมาณนำเข้าข้าวลดลง ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้การส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มดีเนื่องจากมีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มโดยเฉพาะภูมิภาคแอฟริกาและเอเชีย นอกจากนี้ ผลผลิตข้าวของอินเดียและบังกลาเทศมีแนวโน้มลดลงประกอบกับเศรษฐกิจโลกดีขึ้นส่งผลให้กำลังซื้อของโลกเพิ่มขึ้น

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน ก.พ.2561 ว่า เท่ากับ 101.21 ลดลง 0.23% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2561 แต่เพิ่มขึ้น 0.42% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2560 ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ของปี 2561 สูงขึ้น 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสะท้อนว่าเงินเฟ้อเข้าสู่เป้าหมายนโยบายการเงินระยะปานกลางที่กำหนดไว้ 2.5% บวกหรือลบ 1.5% มากขึ้น

ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.42% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของดัชนีราคาหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 0.74% โดยเฉพาะราคาสินค้าหมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 5.95% ตามอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น, หมวดเคหสถาน เพิ่มขึ้น 1.34%, หมวดบันเทิงและการอ่าน เพิ่มขึ้น 0.57%, หมวดตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล เพิ่มขึ้น 0.53% ส่วนหมวดพาหนะการขนส่งและการสื่อสาร เพิ่มขึ้น 0.06% ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 8 เดือน โดยสินค้าที่ปรับราคาลง ได้แก่ ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง, เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ, ไข่และผลิตภัณฑ์นม, ผักและผลไม้ และเครื่องประกอบอาหาร ซึ่งปรับตัวลงตามราคาน้ำตาลทรายที่ปล่อยลอยตัวตามราคาตลาดโลก

“เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลจากความต้องการการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ถือเป็น demand pull ไม่ได้เป็นผลจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น (cost push) สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนในเศรษฐกิจระดับฐานรากรัฐต้องคงมาตรการช่วยเหลือต่างๆไว้ โดยเฉพาะโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้นต่อไป”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข้าวหอมมะลิข้าวเปลือกราคาข้าวข้าวล้นตลาดเงินเฟ้อข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้