ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    หยุดเงิบ! รถสตาร์ตไม่ติด ตัวการและวิธีแก้ไขเฉพาะหน้า

    ไทยรัฐออนไลน์30 เม.ย. 2560 06:05 น.
    SHARE

    รถเก่าใช้งานมานานหรือแม้แต่รถใหม่ป้ายแดง ก็อาจเจอเข้าสักวันกับปัญหาสตาร์ตเครื่องยนต์ไม่ติด บางท่านมีรถหลายคันใช้สลับไปสลับมาจนบางทีลืมเอาออกไปวิ่งยืดเส้นยืดสายให้ไดร์ชาร์จทำงานชาร์จไฟเข้าแบต หรือบางท่านเดินทางต่างประเทศบ่อยจนแทบจะไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ซื้อมาคันเป็นล้านก็หนักไปทางจอดนิ่งๆ ซะมาก นานๆ ครั้งถึงจะเอาออกมาขับ ตัวการของอาการสตาร์ตเครื่องยนต์ไม่ติดมีอยู่หลายอาการด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดจากไฟไม่พอ ระบบอิเล็กทรอนิกส์รวน ไดสตาร์ตเสื่อมสภาพ สายเข้าไดร์หลวมหรือขาด ในแบตเตอรรี่มีกระแสไฟต่ำเกินไปหรือแบตฯ หมด ระบบจ่ายเชื้อเพลิงมีปัญหา ระบบไฟจุดระเบิดทำงานบกพร่องหรือไม่ปกติ รวมถึงขั้วเสียบสายเซนเซอร์ต่างๆ หลุดหลวมหรือขาดเสียหาย มีความชื้นเข้าไปรบกวนระบบไฟจุดระเบิด ฯลฯ อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคล้ายคนบ้าที่เกิดขึ้นกับรถของคุณนั้นทำให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดขุ่นมัว จะออกไปธุระปะปังก็ไปไม่ได้แถมบ้านยังอยู่ในซอยลึกเข้าออกลำบากหากไม่เดินทางด้วยรถส่วนตัวก็จะยิ่งวุ่นหนักหากตัวแสบสตาร์ตไม่ติด


    อาการสตาร์ตไม่ติดแยกออกได้สามแบบ คือ
    1- บิดกุญแจหรือกดสวิตช์สตาร์ตแล้วเงียบใบ้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

    2- บิดกุญแจหรือกดสวิตช์สตาร์ตแล้วไดร์สตาร์ตหมุนช้า คล้ายคนใกล้หมดลม!

    3-บิดกุญแจหรือกดสวิตช์สตาร์ต ไดร์หมุนเร็วจี๋เสียงดังฟังชัดแต่ดันไม่ติด ยิ่งเงิบหนัก?

    1- บิดกุญแจหรือกดสวิตช์สตาร์ตแล้วนิ่งสนิทไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
    สำหรับอาการแรก เมื่อกดปุ่มสตาร์ต หรือบิดกุญแจเพื่อทำการสตาร์ตกลับเงียบกริบไม่มีเสียงไดร์สตาร์ตหมุนให้ได้ยิน มีแค่เสียงแก๊กๆ ของเซนเซอร์บางตัวที่ทำงาน แต่ไดร์สตาร์ตเจ้ากรรมก็ยังเงียบนิ่งคล้ายคนนอนหลับที่ปลุกยังไงก็ไม่ยอมตื่น ให้มองต้นตอไปที่แบตฯ มีไฟอ่อนเกินไปจนไม่พอที่จะไปหมุนไดร์สตาร์ต สายแบตเตอรี่มีคราบตะกรัน หลุดหลวม ฟิวส์สตาร์ตขาด การทดสอบง่ายๆ ให้ลองเปิดไฟหน้าหรือบีบแตร หากไฟหน้าหรือไฟในห้องโดยสารสว่างโล่งโจ้ง แตรดังสนั่นจนข้างบ้านหันมามองก็แสดงว่าแบตฯ ในรถคุณยังมีไฟเหลือเฟือ ตรวจขั้วแบตฯ ว่าสกปรกมีคราบตะกรันสีขาวพอกอยู่หรือเปล่า เนื่องจากจะทำให้ไฟเดินไม่สะดวก ขั้วแบตฯ แน่นหนาดีหรือว่าหลุดหลวม หากทุกอย่างยังปกติก็ไปดูที่ฟิวส์สตาร์ต ซึ่งต้องเปิดกล่องฟิวส์หาตำแหน่งของฟิวส์สตาร์ตให้เจอ เมื่อเจอฟิวส์แล้วก็ต้องดูให้ดีว่าฟิวส์นั้นขาดหรือไม่ รถเกียร์อัตโนมัติที่ใช้งานมานาน ลองขยับคันเกียร์ในตำแหน่ง P ดู ตัวสวิตช์เกียร์อาจหลวมคลอน มีเยอะมากที่คาเกียร์อยู่ในตำแหน่ง D แล้วก็สตาร์ตไปเรื่อยๆ ไม่ได้ดูให้ดีๆ ต่อให้สตาร์ตทั้งชาติก็ไม่ติด เพราะตำแหน่งสตาร์ตของเกียร์อัตโนมัติจะอยู่ที่ตำแหน่ง P และ N เท่านั้น ตัวการสุดท้ายของอาการสตาร์ตแล้วเงียบใบ้ ไม่มีอะไรหมุนนอกจากแบตฯ จะไม่หลงเหลือไฟแล้ว ไดร์สตาร์ตของคุณก็อาจลากลับบ้านเก่า ชิงลาตายไปแล้วก็อาจมีความเป็นไปได้

    2- บิดกุญแจหรือกดสวิตช์สตาร์ตแล้วไดร์สตาร์ตหมุนช้า คล้ายนักกีฬาหมดแรง
    ให้เดาเอาไว้ก่อนว่า แบตเตอรี่ของคุณมีไฟเหลือน้อยเต็มทนทำให้ไดร์หมุนด้วยรอบที่อืดมากจนไม่พอที่จะทำให้เครื่องยนต์ติดขึ้นมาได้ รถเกียร์ธรรมดาก็พอจะหาคนหาที่ทางให้เข็นสตาร์ตได้บ้าง แต่รถเกียร์อัตโนมัตินั้นไม่มีทางที่คุณจะใช้วิธีเข็นสตาร์ต ต้องหารถคันอื่นมาช่วยพ่วงแบตฯ สถานเดียว หากแบตฯ มีไฟอ่อนแต่ยังมีสภาพดีก็แค่เอาแบตฯ ลูกนั้นไปร้านไดร์ฯ ให้เขาชาร์จไฟให้ หรือถ้าใช้มานาน 2-3 ปีก็สมควรที่จะต้องเปลี่ยนแบตฯ ใหม่กันเสียที ทนใช้ต่อไปก็จะพบกับปัญหาเดิมๆ ก็คือแบตฯ เก็บประจุไฟไม่อยู่ทำให้สตาร์ตไม่ติดอยู่ร่ำไปน่ารำคาญแถมยังเสียเวลาเดินทางอีกตะหาก อีกตัวการหนึ่งก็คือสายไฟเข้าไดร์สตาร์ตหรือมอเตอร์สตาร์ตหลวม ตำแหน่งนั้นรถบางรุ่นอยู่ลึกมากจนต้องพึ่งพาบริการของช่าง

    3-บิดกุญแจหรือกดสวิตช์สตาร์ต ไดร์หมุนอย่างจิ้ดเร็วจี๋เสียงดังฟังชัดแต่เครื่องดันไม่ติด ยิ่งเงิบหนัก?
    อาการนี้พาให้เสียเงินและเสียเวลาหาตัวการสำคัญอยู่เหมือนกัน ยิ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ทั้งไดร์ทั้งแบตฯ ยังสดอยู่มากก็ต้องหาตัวการให้เจอ อู่บางเจ้าเล่นเอาคอมพิวเตอร์มาจับดูการแจ้งเตือนกันเลยทีเดียวทำให้ไม่ต้องไปงมโข่งค้นหากันให้วุ่นว่าอะไรเจ๊ง ส่วนใหญ่จะเกิดจากเซนเซอร์วัดองศาของข้อเหวี่ยง ขั้วเสียบหลุดหลวมหรือแตกหักเสียหาย ขั้วสกปรกเน่าในไฟไม่ผ่านก็ตกเป็นจำเลยในข้อนี้ได้เหมือนกัน ตัวการอื่นๆ ก็มีอีกเพียบให้คุณต้องควักเงินกันวุ่นวาย เช่น ปั๊มติ๊กหรือปั๊มเชื้อเพลิงเสื่อมสภาพ ทำให้ไม่มีแรงดันน้ำมันมากพอ กรองน้ำมันเบนซินอุดตันเนื่องจากใช้มานานไม่เคยเปลี่ยน เรคกูเรเตอร์ควบคุมแรงดันเจ๊ง การตรวจเช็กเหล่านี้ควรเป็นหน้าที่ของช่างในอู่หรือศูนย์บริการมากกว่าจะมานั่งเดาสุ่มเอาเอง แต่คุณก็ต้องหาอู่ที่ไม่ลับมีดลับดาบเหลาไม้รอดักฟันดักตีลูกค้าคิดราคาแพงโคตรเป็นใช้ได้ อู่และช่างแบบนั้นก็ยังพอหาได้อยู่แต่ก็ต้องหาเอาเองนะครับ

    อีกอาการของการสตาร์ตเครื่องยนต์ไม่ติดก็คือความชื้นเพื่อนเก่านั่นเอง ไม่ว่าจะวิ่งลุยน้ำท่วม เด็กล้างรถล้างทำความสะอาดห้องเครื่องยนต์ด้วยการไม่คลุมอะไรทั้งสิ้น เล่นฉีดน้ำลงไปบนเครื่องก็จบเห่ ความชื้นที่เข้าไปในระบบจุดระเบิด จะทำให้ไฟจุดระเบิดรั่วลงพื้นไม่สามารถไปจุดประกายไฟที่หัวเทียนได้ ทำให้สตาร์ตเท่าไรก็ไม่ติด แก้ไขเฉพาะหน้าได้ด้วยสเปรย์ไล่ความชื้นที่มีขายทั่วไป มีติดรถติดบ้านเอาไว้บ้างก็ได้ไม่แพง ฉีดตามข้อต่อสายไฟ คอยล์จุดระเบิดหรือจานจ่าย หรือแค่เปิดฝากระโปรงตากแดดแรงๆ ไว้สักครึ่งวัน ความชื้นก็จะมลายหายไปเอง เครื่องยนต์ก็สามารถกลับมาติดชึ่ง ใช้ขับไปทำธุระได้ไม่เสียอารมณ์.

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อาคม รวมสุวรรณรถสตาร์ทไม่ติดรถยนต์สตาร์ตรถรถสตาร์ทไม่ติด ทำไง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo