ลุยหนักมาหลายวันจนทำให้น้ำท่วมขังมากว่า 1 อาทิตย์เกิดการหมักหมมจนเน่าเสีย น้ำท่วมที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเล็ดรอดเข้าห้องโดยสาร แล้วสร้างกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการเช็ดแห้ง ฉีดสเปรย์หอม หรืออบโอโซน
ทำไมกลิ่นถึงรุนแรงและหายยาก
พื้นห้องโดยสารประกอบด้วยพรมชั้นบน เส้นใยสังเคราะห์ด้านบนที่มองเห็นฉนวนกันเสียงและซับความร้อน ชิ้นแผ่นฟีลท์หรือฟองน้ำความหนาแน่นสูงอัดอยู่ใต้พรม มีคุณสมบัติเหมือน "ฟองน้ำซับน้ำ" เมื่อน้ำเน่าซึ่งอุดมไปด้วยสารออร์แกนิกและแบคทีเรียซึมลงไป ฟองน้ำจะอมน้ำไว้และกลายเป็นสภาวะอับอากาศ ทำให้เกิดการเน่าเปื่อย กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ยิ่งปล่อยไว้ ยิ่งผลิตแก๊สที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง
ตัวถังและสายไฟ
แผ่นเหล็กตัวถังที่มีแผ่นยางแดมป์กันเสียงติดไว้ เป็นจุดเดินชุดสายไฟ ปลั๊กกล่อง ECU, เซนเซอร์ถุงลม (SRS Sensor) และสายดิน หากไม่ถอดรื้อ น้ำเน่าที่ค้างอยู่ใต้ชั้นฟองน้ำจะทำให้ กลิ่นไม่มีวันหาย แถมยังทำให้ แผ่นเหล็กตัวถังเกิดสนิม และ ปลั๊กสายไฟเกิดคราบตะกรันขี้เกลือ จนระบบไฟฟ้าลัดวงจรในระยะยาว
ขั้นตอนการแก้ไขที่ถูกต้อง
ตัดระบบไฟ ถอดขั้วลบแบตเตอรี่ออกก่อน
เนื่องจากต้องถอดปลั๊กสายไฟใต้เบาะ เช่น เซนเซอร์ถุงลม/ระบบเตือนเข็มขัด หากไม่ตัดไฟก่อนยกเบาะออก ไฟโชว์ Airbag จะค้างในระบบ ถอดชิ้นส่วนส่วนล่างออกทั้งหมด เบาะนั่งหน้า-หลัง, คอนโซลกลาง, พลาสติกกาบขอบประตู และแผ่นพรมพื้น ถอดออกมานอกตัวรถ
จัดการกับพรมและแผ่นฉนวนซับเสียงแยกชั้นฉนวน ตรวจสอบแผ่นฟีลท์/ฟองน้ำซับเสียงใต้พรม หากเป็นน้ำเน่า ควรลอกแผ่นฟีลท์เดิมทิ้ง แล้วเปลี่ยนแผ่นฟีลท์ซับเสียงใหม่ทันที เพราะเส้นใยฟีลท์ที่ดูดซับน้ำเน่าไว้ ซักให้ตายเชื้อโรคและกลิ่นก็ออกยาก ชิ้นส่วนดังกล่าวมีราคาไม่สูง
ซักทำความสะอาดพรม
ฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อล้างโคลนและสิ่งสกปรกออกจากเส้นใยพรมใช้ น้ำยาทำความสะอาดประเภทสลายสารออร์แกนิก/เอ็นไซม์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค (เช่น Dettol ผสมน้ำยาซักผ้า) ขัดถูให้ทั่วใช้เครื่องดูดน้ำ/ซักพรม (Wet Vac / Extractor) ดูดน้ำและคราบสกปรกออกให้แห้งที่สุดตากแดดจัดจนแห้งสนิท 100% หากพรมไม่แห้งสนิทก่อนใส่กลับ กลิ่นอับจะกลับมาทันที
ทำความสะอาดและกู้คืนสภาพพื้นรถใต้พรม
เช็ดล้างพื้นตัวถัง โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาดแผ่นเหล็กพื้นรถและแผ่นแดมป์กาว ให้ไม่มีคราบน้ำเน่าตกค้าง
ตรวจเช็กระบบไฟฟ้า
ตรวจดูชุดสายไฟและปลั๊กต่อที่พาดอยู่บนพื้น หากโดนน้ำเน่าให้ใช้น้ำยาล้างคอนแทกต์ไฟฟ้า ฉีดทำความสะอาด เป่าลมให้แห้ง เพื่อป้องกันขี้เกลือจับตัว ตรวจเช็กลูกยางอุดพื้น ดูว่ายางอุดรูระบายน้ำใต้ท้องรถยังปิดแน่นหนาดีหรือไม่
กำจัดกลิ่นตกค้างในระบบแอร์และห้องโดยสาร
เปลี่ยนกรองแอร์ สปอร์เชื้อราและกลิ่นเหม็นสามารถเวียนเข้าไปติดในแผงคอยล์เย็นและกรองแอร์ได้ เอาไปอบโอโซน / อบไอน้ำความร้อนสูง ทำหลังจากประกอบพรมและเบาะที่แห้งสนิทกลับเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อฆ่าเชื้อโรคและกลิ่นตกค้างที่ติดอยู่ตามพรมเพดานและตู้แอร์
ข้อควรระวัง
ห้ามใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่นอย่างเด็ดขาด กลิ่นน้ำหอมจะไปผสมกับกลิ่นน้ำเน่า กลายเป็นกลิ่นที่เหม็นเวียนหัวยิ่งกว่าเดิม อย่าจอดรถตากแดดปิดกระจกเพื่อหวังให้แห้งเอง ความร้อนจะยิ่งเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียใต้พรม และทำให้ความชื้นจากน้ำเน่าระเหยขึ้นไปจับตัวที่พรมเพดาน ทำให้เพดานด่างและเหม็นเน่าทั้งคันหากปล่อยทิ้งเกิน 3-5 วัน เชื้อราจะเริ่มลามขึ้นเบาะและสายเข็มขัดนิรภัย ควรรีบส่งร้านคาร์แคร์ที่มีบริการ "ถอดซักพรมยกชุด" โดยเร็วที่สุด
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/