กดถูกใจกันเป็นแสนๆ แชร์กันเป็นหมื่น แต่คลิปหรือภาพที่เห็นคือความโชคดีชั่วคราว จากแรงส่งและคลื่นดันหน้ารถ เพียงแค่วินาทีนั้น แต่ไม่ได้แปลว่ารถไม่เป็นอะไร การที่คนเห็นคลิปแล้วชอบใจ ทำยอดไลก์เป็นแสนแล้วคนชื่นชมว่า รอดเฉย คือความไม่รู้ที่สร้างค่านิยมผิดๆและอันตรายต่อรถยนต์ที่กำลังลุยฝ่าน้ำท่วมขังระดับสูงในลักษณะดังกล่าว
Suzuki Swift มีความสูงใต้ท้องรถประมาณ 120–145 มิลลิเมตร แต่ระดับน้ำในคลิป สูงเกิน 50–60 เซนติเมตร คือท่วมมิดกระจังหน้า มิดไฟหน้า และล้นขึ้นฝากระโปรง เหตุผลเดียวที่เครื่องยนต์ยังไม่ดับตายกลางน้ำ ในวินาทีนั้น เพราะรถไม่หยุดวิ่งและสร้างคลื่นที่ดันออกไปด้านหน้าช่วยทำให้เกิดโพรงอากาศเทียมสั้นๆ ให้ปากท่อไอดีพอจะได้อัดอากาศเข้าเครื่องทัน
วินาทีแห่งชัยชนะแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่..... สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับรถคันนี้ในระยะยาว อีก 1–3 เดือนข้างหน้า คือ
1. น้ำมันเกียร์ CVT กลายเป็นสีแบบนมเย็นหวาน 100% รูระบายอากาศของเกียร์ CVT ในรถเก๋งเบนซินขนาดเล็กถูกวางไว้ค่อนข้างต่ำ เมื่อลูกเกียร์จมน้ำมิดลูก ความร้อนของเกียร์ที่เย็นตัวลงอย่างฉับพลันจะสร้างแรงดูด (Vacuum) ดูดเอาน้ำรอบข้างซึมเข้าไปในเสื้อเกียร์ทันที น้ำจะไปผสมกับน้ำมันเกียร์กลายเป็นสีกาแฟใส่นม ทำให้สายพานเหล็กและพูลเลย์ในระบบ CVT สูญเสียการยึดเกาะ เกิดอาการเกียร์ลื่น เกียร์กระตุก และเกียร์พังที่สุด อาจโดนค่าซ่อม/เปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ 40,000 – 80,000+ บาท
2. น้ำเข้าห้องโดยสาร ส่งผลให้ในระยะยาว สายไฟใต้พื้นรถรวนยับ ซีลยางขอบประตูและลูกยางตัวถังใต้ท้องรถ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กันแรงดันน้ำมหาศาลขนาดนี้ น้ำซึมเข้าพรมพื้นรถ 100% แน่นอน ส่งผลระยะยาวก็คือ กล่องควบคุมระบบถุงลม ที่มักติดตั้งอยู่ใต้คอนโซลกลางหรือใต้เบาะหน้าจะจมน้ำ กล่องระบบไฟ BCM และชุดสายไฟเมนที่วิ่งผ่านพื้นรถจะเกิดคราบตะกรันและสนิมเขียว อีก 1-2 เดือนข้างหน้า รถจะมีอาการไฟเตือนโชว์มั่ว ระบบไฟฟ้าในรถรวน กลิ่นอับชื้น เชื้อราขึ้นพรม ต้องถอดรื้อเบาะและซับเสียงออกมาซักล้างยกคัน
3. มอเตอร์พัดลมหม้อน้ำพัง และใบพัดหัก เมื่อขับลุยน้ำอย่างเร็ว พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำกำลังหมุนด้วยความเร็วสูง เมื่อปะทะเข้ากับน้ำ เกิดความต้านทานจนทำให้ใบพัดพลาสติกโก่งไปตีกับรังผึ้งหม้อน้ำจนใบพัดหัก หรือแกนมอเตอร์พัดลมฝืนหมุนในน้ำจนมอเตอร์ไหม้ หากขับต่อไปหลังจากน้ำแห้ง พัดลมหม้อน้ำจะไม่ทำงาน ส่งผลให้เครื่องยนต์ความร้อนพุ่งสูง
4. แคตตาไลติกคอนเวอร์เตอร์อาจแตกร้าว กระปุกแคตตาไลติกที่ท่อไอเสียมีอุณหภูมิขณะทำงานสูงหลายร้อยองศาเซลเซียส เมื่อจมลงไปในน้ำเย็น วัสดุเซรามิกกรองไอเสียด้านในจะเกิดอาการช็อกความร้อน (Thermal Shock) แตกร้าวและแตกหักเป็นก้อน เศษเซรามิกที่แตกจะไปอุดทางเดินไอเสีย ทำให้รถวิ่งไม่ออก อืด กินน้ำมัน หรือเศษเซรามิกปลิวกลับเข้าห้องเผาไหม้ทำลายผนังกระบอกสูบ
5. ลูกปืนล้อหอน และจาระบีเพลาขับถูกชะล้าง เล่นซะน้ำท่วมมิดล้อ น้ำก็จะแทรกซึมเข้าไปในเต้ารับลูกปืนล้อทั้ง 4 ข้าง รวมถึงซีลยางกันฝุ่นเพลาขับ ล้างเอาจาระบีหล่อลื่นออกไป วิ่งไปอีกไม่เกิน 1,000 – 2,000 กิโลเมตร ลูกปืนล้อจะเริ่มแห้ง เกิดสนิม และส่งเสียงหอนดังสะเทือนเข้ามาในห้องโดยสาร
อัลกอลิทึมจอมปั่นของโซเชียลมีเดียจะส่องไฟไปที่รถคันเดียวที่โชคดีดวงแข็งวิ่งผ่านไปได้ แต่จะมองไม่เห็นรถอีกหลายคันที่พยายามทำตามแล้วเครื่องยนต์ Hydrolock ดับจอดตายอยู่ข้างทาง คลิปดังกล่าวเลยสร้างภาพลวงตา ให้คนดูเข้าใจผิดว่า เห็นไหมล่ะ ขับแบบนี้ก็รอด ไม่เห็นเป็นไรเลย ทั้งที่โอกาสพังมีสูงมาก
คลิปแบบนี้ดูเพื่อความบันเทิงหรือตื่นเต้นได้ แต่ห้ามทำตาม Swift คันในภาพไม่ได้รอดเพราะรถเจ๋ง แต่รอดมาแบบบาดเจ็บสาหัสภายใน เจ้าของรถเลี่ยงการดับกลางทางได้วันนี้ แต่น่าจะต้องไปจ่ายค่าซ่อมบำรุงและคืนสภาพหลักหลายหมื่นถึงหลักแสนบาทในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าครับ.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/