เกียร์อัตโนมัติมีความสะดวกสบายจนแพร่หลายไปทั่วและเข้ามาแทนที่เกียร์ธรรมดาที่ค่อยๆ หายไป บนความสบายก็ต้องมีการใส่ใจดูแลทั้งวิธีการขับที่เป็นการถนอมยืดอายุการใช้งานของเกียร์ นอกจากขับแบบถูกวิธีแล้ว การดูแลเปลี่ยนถ่ายของเหลวน้ำมันหล่อลื่นเกียร์อัตโนมัติตามระยะที่กำหนด ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของเกียร์ออโต้ ทำให้คุณไม่ต้องเสียเงินซ่อมเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ ทั้งค่าซ่อมและค่าเปลี่ยนเกียร์ใหม่นั้นไม่ใช่ถูกๆ อยู่ที่หลักหมื่นสำหรับการซ่อมหรือหลักแสนสำหรับยกเกียร์ลูกใหม่แบบแกะลัง เกียร์ออโต้รุ่นใหม่ลูกหนึ่งมีราคาแพงถึง 20-30% ของราคารถ หากขับแบบไม่แยแสหวดลูกเดียว ขึ้นมาได้ก็กดอย่างเดียวเปลี่ยนเกียร์เล่นขึ้นๆ-ลงๆ แบบไม่ปรานีปราศรัย ค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่จะทำให้คุณไม่มีเงินไปทำอย่างอื่นหรือถึงกับเป็นหนี้เป็นสินกันเลยทีเดียว 

การขับใช้งานรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ต่อให้เกียร์รุ่นใหม่มีการออกแบบและใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานขนาดไหน เมื่อมาเจอกับสภาพการขับเคลื่อนทั้งรถติดสาหัสเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุด ทั้งสภาพอุณหภูมิที่ร้อนระอุบนถนน จอดๆ วิ่งๆ เดี๋ยวก็เจอน้ำท่วมขังต้องวิ่งลุยฝ่ากลับบ้าน การขับที่ผิดวิธี แทนที่จะถนอมเกียร์กลับกลายเป็นทำลายเกียร์ให้พังเร็ว ลากรอบ เชนเกียร์เล่น รวมถึงไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเกียร์มานานจนเกินระยะ เกียร์อัตโนมัติกลายเป็นมาตรฐานหลักที่เข้ามาแทนที่เกียร์ธรรมดาด้วยความสะดวกสบาย แต่ความสบายนี้จำเป็นต้องแลกมาด้วยการดูแลรักษาที่ถูกวิธี เพราะการละเลยอาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินคาด

การยืดอายุชุดเกียร์

ปรับพฤติกรรมการขับขี่หลีกเลี่ยงการขับขี่แบบโชกโชน เช่น การกดคันเร่งมิดลากรอบ หรือการสับเกียร์ขึ้น-ลงเล่นอย่างไร้เหตุผล พฤติกรรมเหล่านี้สร้างความร้อนสะสมสูงและเร่งให้ชุดคลัตช์รวมถึงสมองกลเกียร์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร

เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะ 20000-40000 กิโลเมตร น้ำมันเกียร์เป็นหัวใจหลักในการลดแรงทานและระบายความร้อน การเปลี่ยนถ่ายตามสเปกโรงงานช่วยป้องกันอาการเกียร์กระตุก เกียร์สลิป และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

ภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกียร์พัง

ชุดเกียร์ออโต้รุ่นใหม่มีกลไกซับซ้อนและมีราคาสูงถึง 20–30% ของราคารถยนต์ทั้งคัน

การยกซ่อม (Overhaul) ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่หลักสามหมื่นบาทขึ้นไป

การเปลี่ยนเกียร์ใหม่แบบแกะลัง: ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงถึงหลักหลายแสนบาท

 

ชอบใช้กำลังหรือลากรอบสูงต่อเนื่องยาวๆ เป็นประจำ
ชอบใช้รอบสูงแม้รถจะเยอะไปเร็วไม่ได้ก็คาเกียร์ต่ำยัดเกียร์ 3 ลากเอามัน ไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสู่เกียร์สูงเพราะชอบเสียงท่อที่ไปแต่งมาหรือชอบการตอบสนองจิ้ดๆ ในเกียร์ต่ำ ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ เกียร์จะไม่พังทีเดียวแต่จะมีค่าการสึกหรอสูงกว่าการขับแบบยัดเกียร์ D แล้วปล่อยให้มันวิ่งไปตามเรื่องตามราว ขับแบบไปเรื่อยๆ ใส่เกียร์ D หากไม่ขับขึ้นหรือลงเนินเขาสูงชัน เป็นการขับทางราบปกติ การคาเกียร์ D เอาไว้ แล้วขับแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้รอบเครื่องตามลำดับของแต่ละเกียร์โดยให้เกียร์เปลี่ยนเองจากการทำงานของ ECU จะช่วยลดการสึกหรอของเกียร์อัตโนมัติทางอ้อม แถมยังประหยัดน้ำมันและมีระยะเบรกมากพออีกด้วย

การค้างเกียร์ต่ำและลากรอบเครื่องยนต์สูงต่อเนื่องเพียงเพื่อต้องการเสียงท่อหรือแรงบิดติดมือ คือพฤติกรรมที่สร้างความร้อนสะสมและเร่งอัตราการสึกหรอของชุดเกียร์อัตโนมัติโดยไม่จำเป็น

พฤติกรรมสร้างความเสียหายสะสม

การค้างเกียร์ต่ำในสภาพรถชะลอตัว การยัดเกียร์ 3 ลากรอบในพื้นที่จราจรหนาแน่น แม้เกียร์จะไม่พังลงในทันที แต่จะทำให้ชุดคลัตช์และแรงดันน้ำมันเกียร์ทำงานหนักตลอดเวลา บั่นทอนอายุการใช้งานลงอย่างรวดเร็ว

วิธีขับขี่เพื่อถนอมเกียร์และประหยัดพลังงาน

ปล่อยให้เกียร์ D และ ECU ทำงาน สำหรับการเดินทางบนทางราบปกติ การเลือกใช้ตำแหน่งเกียร์ D แล้วเดินคันเร่งอย่างนุ่มนวล เพื่อให้กล่องควบคุม (ECU) คำนวณจังหวะเปลี่ยนเกียร์ตามภาระเครื่องยนต์อย่างเป็นธรรมชาติ คือวิธีที่ดีที่สุด ช่วยลดภาระการสึกหรอของระบบส่งกำลังทางอ้อม ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง และช่วยรักษาช่วงระยะเบรคที่ปลอดภัยในทุกจังหวะการเดินทาง

ชอบเปลี่ยนเกียร์เล่น
รถที่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ช่วยอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องละมือไปจากพวงมาลัย Paddle Shift ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะเกียร์รถหรูที่มีอัตราทดเยอะๆ เช่น BMW หรือ Mercedes Benz รวมถึงรถแนวสปอร์ตอย่าง Honda Civic RS /Mazda 3 2.0 / การขับโดยเปลี่ยนเกียร์ผ่านแป้น  Paddle นั้นสร้างความสนุกสนานจากการตอบสนองที่รวดเร็ว ชอบใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์ล็อกหรือคาเกียร์ 3-4 เอาไว้เรียกรอบจี๊ดๆ ที่เกือบจะเข้าโซน Redline หรือโซนรอบสูงสุด ขับแบบนี้เป็นประจำ ชอบทำบ่อยๆ ชอบเห็นรอบเครื่องยนต์ป้วนเปี้ยนอยู่แถว 6,500-7,000 รอบ คลัตช์ของเกียร์ออโต้รับแรงและหมุนในรอบสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างที่บอกว่ามันจะไม่ได้พังทันตาเห็นแต่ความสึกหรอจากการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นๆ ลงๆ โดยไม่มีความจำเป็นเพราะขับทางราบ เกียร์ก็จะมีอายุการใช้งานที่หดสั้นลง แทนที่จะใช้กันยาวๆ ก็พังกันซะก่อนทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ

การใช้งานแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วในการเปลี่ยนอัตราทดโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ตอบสนองได้ดีทั้งในรถสปอร์ตและรถยนต์ยุคใหม่ แต่การใช้งานโหมดแมนนวลอย่างผิดวิธีเพื่อความสะใจ อาจเปลี่ยนออปชันเสริมความสปอร์ตให้กลายเป็นตัวเร่งอายุการใช้งานของเกียร์อัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมสปอร์ตเกินจำเป็นที่ส่งผลเสียต่อเกียร์

คาเกียร์ต่ำลากรอบใกล้ Redline การล็อคตำแหน่งเกียร์ 3 หรือ 4 ค้างไว้ แล้วแช่รอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับ 6,500–7,000 รอบ/นาที เพียงเพื่อต้องการอัตราเร่งที่ติดมือตลอดเวลา หรือเพื่อฟังเสียงท่อไอเสีย

สับเกียร์ขึ้น-ลงถี่บนทางราบ การสับเปลี่ยนเกียร์เล่นไปมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีความจำเป็นทางยุทธวิธีในการขับขี่

ผลกระทบทางกายภาพต่อระบบส่งกำลัง

ชุดคลัตช์และน้ำมันเกียร์รับความร้อนสะสมสูง การหมุนและจับตัวของผ้าคลัตช์เกียร์ออโต้ภายใต้แรงบิดและรอบเครื่องยนต์ที่สูงอย่างต่อเนื่อง จะสร้างความร้อนสะสมในระบบน้ำมันเกียร์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แม้เกียร์อัตโนมัติยุคใหม่จะถูกออกแบบมาให้ทนทานและมีระบบสมองกลคอยป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ผิดพลาด แต่การเค้นรอบสูงแช่ไว้นานๆ จะสร้างอัตราการสึกหรอของแผ่นคลัตช์และวาล์วบอดี้สูงกว่าการใช้งานตามปกติหลายเท่า ส่งผลให้อายุการใช้งานของเกียร์หดสั้นลงอย่างชัดเจน

การใช้งาน Paddle Shift อย่างเหมาะสม ควรเน้นใช้เมื่อต้องการอัตราเร่งชั่วขณะในการแซง หรือการใช้ Engine Brake ช่วยชะลอความเร็วขณะลงทางชัน มากกว่าการคาเกียร์ลากรอบสูงบนทางราบปกติ

เปลี่ยนเกียร์ไม่สัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์
หากเกียร์ของคุณไม่มีเซนเซอร์คอยป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำที่รอบเครื่องยนต์สูง เมื่อใช้งานในสภาพการปกติในตำแหน่งเกียร์ D ความสัมพันธ์กันระหว่างตำแหน่งเกียร์กับความเร็วและการเปลี่ยนเกียร์จะขึ้นตรงกับกล่องสมองเกียร์คอยลดหรือเพิ่มเกียร์ให้เองแต่นักขับบางคนไม่ชอบ เมื่อเจอเข้ากับทางโค้งหรือทางแบบภูเขาที่ต้องใช้เกียร์เยอะ นักขับบางคนจัดการเปลี่ยนเกียร์เองด้วยการกดแป้น Paddle Shift เพื่อลดหรือเพิ่มเกียร์ไปตามสภาพของเส้นทาง หากเกียร์ไม่มีเซนเซอร์คอยป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำเมื่อขับด้วยรอบเครื่องยนต์สูงๆ รับรองว่าเมื่อทำแบบนั้นบ่อยๆ เข้า สักวันเกียร์อาจลาจากกลับบ้านเก่าเน่าเร็วกว่าขับให้ช้าลงแค่เบรกชะลอความเร็วก็พอ

ใช้เบรกดีกว่าเชนเกียร์ออโต้
ไม่ควรขับเร็วมากจนเกินไปแล้วลดเกียร์ลง 2-3 ตำแหน่งแบบทันทีทันใด เกียร์ออโต้นั้นสามารถเชนเกียร์ได้ แต่ประสิทธิภาพของการลดเกียร์จะด้อยกว่าเกียร์ธรรมดาแบบมีคลัตช์ หากคิดว่ามาเร็วเกินไปก่อนจะเข้าโค้งก็ใช้เบรกช่วยเพื่อลดความเร็ว หากขับแบบปลอดภัยไม่หวดมาเต็มข้อ ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด จะช่วยทำให้ควบคุมทิศทางหรือแม้แต่เบรกได้ดีกว่าการขับด้วยความเร็วสูง เมื่อใช้ความเร็วสูงเกินไปไม่เหมาะสมกับสภาพของโค้งที่คุณไม่มีความคุ้นชิน จะทำให้คุณเข้าสู่กับดักแห่งอันตรายแบบไม่รู้ตัว คราวนี้ไม่ใช่เกียร์พังแต่อาจเป็นรถทั้งคันที่พังยับเพราะหลุดโค้ง 

การขับใช้งานรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ต่อให้เกียร์รุ่นใหม่มีการออกแบบและใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานขนาดไหน เมื่อมาเจอกับสภาพการขับเคลื่อนทั้งรถติดสาหัสเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุด ทั้งสภาพอุณหภูมิที่ร้อนระอุบนถนน จอดๆ วิ่งๆ เดี๋ยวก็เจอน้ำท่วมขังต้องวิ่งลุยฝ่ากลับบ้าน การขับที่ผิดวิธี แทนที่จะถนอมเกียร์กลับกลายเป็นทำลายเกียร์ให้พังเร็ว ลากรอบ เชนเกียร์เล่น รวมถึงไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเกียร์มานานจนเกินระยะ

ด้วยพฤติกรรมการขับ บวกกับขาดการดูแลเอาใจใส่เปลี่ยนถ่ายของเหลว และสภาพอากาศในประเทศไทย ล้วนป็นสาเหตุที่ทำให้เกียร์ออโต้เกิดอาการสึกหรอจากการใช้งาน น้อยบ้าง มากบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คือราคาของค่าซ่อมหรือค่าเกียร์ลูกใหม่ ของเหลวหรือน้ำมันเกียร์ที่ใช้หล่อลื่นเมื่อขับใช้งาน น้ำมันเกียร์จะมีอุณหภูมิสูงมากในระบบ แต่เจ้าของก็ไม่เคยใส่ใจดูแลเปลี่ยนถ่ายตามระยะ ขับลูกเดียวไม่เคยเหลียวแล ไม่นานสารหล่อลื่นอะไรต่อมิอะไรที่ใส่เข้ามาในน้ำมันเกียร์ เพื่อคอยปกป้องหล่อลื่นชิ้นส่วนของเกียร์ที่ต้องหมุนเร็วจี๋ขณะทำหน้าที่ทดกำลัง เกียร์ออโต้ก็เสื่อมสภาพจากตัวแปรด้านความร้อนขณะทำงาน สุดท้ายเกียร์ก็พัง แทนที่จะเสียน้อยแค่ค่าเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ กับวิธีการขับที่ถูกวิธีแถมยังปลอดภัย ทำได้ง่ายๆ แค่ไม่ซิ่งหรือขับแบบกระชากลากถูเอามันลูกเดียว เกียร์ออโต้ก็จะอยู่รับใช้คุณไปนานแสนนานจนลืม.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/