อุบัติเหตุทางถนนส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางแยกทางร่วม สี่แยกวัดใจ และทางโค้ง! โดยเฉพาะทางโค้งที่คุณไม่คุ้นชิน ไม่เคยขับผ่านมาก่อน จึงไม่รู้ทั้งสภาพของโค้งและความเร็วที่จะใช้ขับเข้าโค้ง รวมถึงสภาพอากาศและสภาพของผิวถนนในบริเวณโค้ง มือใหม่มักใช้ความเร็วที่ไม่มีความสัมพันธ์กับทางโค้ง ขับเร็วเกินไป ยางไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะกับการใช้งาน ไม่เบรก ไม่เชนเกียร์ลงต่ำเมื่อทะยานด้วยความเร็วสูงเข้าโค้ง แม้แต่มือชั้นเซียนก็มาตกม้าตายพุ่งแหกโค้งได้ง่ายๆ หากใส่มาเต็มสูบแล้วไม่ยอมยก !
อันตรายจากการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
การขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายดังต่อไปนี้:
เบรกขณะอยู่ในโค้ง
เพิ่มความเสี่ยงอย่างมากในการสูญเสียการยึดเกาะของยาง เนื่องจากล้อต้องรับภาระทั้งแรงเหวี่ยงด้านข้าง (Lateral Force) และแรงตามแนวยาวจากการเบรก (Longitudinal Force) พร้อมกัน
ควบคุมทิศทางไม่ได้ รถไถลออกขอบนอก
ไม่ว่าจะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ล้อหลัง หรือสี่ล้อ ความเร็วที่สูงเกินไปจะดึงตัวรถออกไปทางขอบโค้งด้านนอก ซึ่งมักเป็นจุดที่มีเศษกรวด หิน และฝุ่นทรายสะสม ทำให้ล้อยิ่งสูญเสียการยึดเกาะและลื่นไถลได้ง่าย รถขับเคลื่อนสี่ล้อเกาะถนนมากกว่ารถขับเคลื่อนล้อหน้า หรือล้อหลัง แต่ถ้าความเร็วเกินในโค้งแล้วหลุด จะเร็วและแรงจนแก้อาการกลับมาไม่ได้
การหลุดออกนอกเลน (เลนใน)
หากขับอยู่ในเลนด้านใน การใช้ความเร็วสูงเกินสภาพโค้ง แรงเหวี่ยงอาจดันให้รถบานออกไปทางเลนด้านนอกจนล้ำเข้าไปในเส้นทางของรถที่สวนมา ขณะเดียวกัน ต้องระวังรถฝั่งตรงข้ามที่มาด้วยความเร็วสูงและมักจะกินเลนเข้ามาโดยเฉพาะรถสวนฝั่งทางลงเขา อยู่ให้ห่างจากเส้นแบ่งเลนหรือเส้นเหลืองทึบ
การตัดโค้งข้ามเลน (เลนนอก)
ในทำนองเดียวกัน หากขับอยู่เลนนอก แรงดึงจะทำให้คุณต้องตัดโค้งเข้าหาเลนด้านในเพื่อพยายามลดความแคบของรัศมีโค้ง จึงต้องระวังรถฝั่งตรงข้ามที่อาจหลุดโค้งข้ามมาในลักษณะเดียวกัน
โค้งหลอกตา
โค้งบางรูปแบบอาจมีความลาดเอียงค่อยเป็นค่อยไปจนผู้ขับขี่ที่ไม่ทันสังเกตประเมินความแคบของโค้งผิดพลาด
โค้งอับสายตาและรัศมีแคบลง
หากไม่คุ้นเคยเส้นทางและมองไม่เห็นปลายทางหลังมุมอับ ควรลดความเร็วลงมากกว่าปกติ เพราะรัศมีโค้งอาจลึกและแคบลงเรื่อยๆ (Decreasing Radius) อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกดความเร็วต่ำจนเกินไปจนอาจเสี่ยงต่อการถูกรถที่ตามหลังมาด้วยความเร็วพุ่งชนท้าย
ประสิทธิภาพของช่วงล่าง ยางและทักษะการควบคุมรถ
หากระบบช่วงล่างเสื่อมสภาพหรือชำรุด แม้จะใช้ความเร็วต่ำในการเข้าโค้ง ตัวรถก็อาจเสียอาการจนสูญเสียการควบคุมได้ การขับขี่บนถนนหลายเลน หากเดินทางบนถนนที่มีหลายช่องจราจรไปในทิศทางเดียวกัน ควรเพิ่มความระมัดระวังและคอยสังเกตรถคันอื่นที่อาจเสียอาการจนกินเลนเข้ามาในช่องทางของคุณ
การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไป
การใช้ความเร็วสูงเกินไปขณะเข้าโค้งทำให้การยึดเกาะถนนลดลง เพิ่มความเสี่ยงในการไถลหรือสูญเสียการควบคุม
ให้ชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้งเสมอ โดยประเมินจากความแคบของรัศมีโค้งและสภาพพื้นผิวถนน
การเบรกขณะอยู่ในโค้ง
การกดเบรกกลางโค้งอาจทำให้เสถียรภาพตัวรถเสียการสมดุล และนำไปสู่การลื่นไถล
ใช้การลดความเร็วให้เสร็จสิ้นก่อนเข้าโค้ง แล้วรักษาความเร็วให้คงที่สม่อเสมอเพื่อเดินคันเร่งผ่านโค้ง
อาการหน้าดื้อโค้ง (Understeer) หรือ ท้ายปัด (Oversteer)
อาการท้ายปัด/เลี้ยวมากเกินไป (Oversteer) หรือ อาการหน้าดื้อ/เลี้ยวน้อยเกินไป (Understeer) ทำให้ตัวรถออกนอกทิศทางที่ต้องการ คนขับต้องมีทักษะในการควบคุมรถพอสมควร แก้โดยหมุนพวงมาลัยอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง ปรับองศาการเลี้ยวให้สัมพันธ์กับความแคบของโค้งอย่างเหมาะสม
การใช้พวงมาลัยไม่ถูก
กระชากพวงมาลัยหรือหมุนพวงมาลัยอย่างกะทันหัน อาจทำให้ระบบช่วงล่างและตัวรถสูญเสียการทรงตัว ควรควบคุมพวงมาลัยอย่างนุ่มนวลและค่อยเป็นค่อยไป เพื่อควบคุมทิศทางผ่านโค้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไม่ปรับความเร็วตามสภาพถนน
การละเลยสภาพพื้นผิวถนน เช่น ถนนเปียกลื่น ฝนตก หรือมีเศษกรวดสะสม อาจนำไปสู่อุบัติเหตุได้ง่าย ต้องปรับลดความเร็วให้สอดคล้องกับสภาพถนนและทัศนวิสัย เพื่อรักษาการยึดเกาะและการควบคุมรถ
การไม่มองมองข้ามไปข้างหน้า
มองใกล้ไป โฟกัสสายตาอยู่แค่ระยะประชิดตรงหน้าโค้ง จะทำให้มองไม่เห็นสิ่งกีดขวางหรืออันตรายที่รออยู่ข้างหน้า ให้มองไกลกว่าเดิม แล้วคิดคำนวนอยู่ตลอดเวลาบนเส้นทางภูเขาที่อุดมไปด้วยโค้ง กวาดสายตามองทะลุผ่านโค้ง เพื่อประเมินอุปสรรคล่วงหน้าและปรับความเร็วได้อย่างทันท่วงที
การวางตำแหน่งรถในเลนไม่ถูกต้อง
การจัดตำแหน่งรถในช่องจราจรไม่ถูกต้อง อาจทำให้รถไถลบานออกนอกเลนหรือเสี่ยงต่อการเฉี่ยวชน แก้ไขโดยคุมตำแหน่งรถให้อยู่กึ่งกลางเลน และระวังไม่ให้รถไถลบานเข้าหาขอบทางหรือข้ามเส้นแบ่งช่องจราจร
ละเลยการเปิดไฟเลี้ยว
การไม่เปิดสัญญาณไฟเพื่อบอกทิศทาง สามารถสร้างความสับสนให้ผู้ร่วมทางและเพิ่มความเสี่ยงในการชน ควรเปิดไฟเลี้ยวเตือนล่วงหน้าอย่างน้อย 100 เมตร เมื่อต้องเปลี่ยนเลนหรือเลี้ยว โดยเฉพาะในโค้งที่มีทางเบี่ยงเข้าหรือออก
การมองข้ามป้ายจำกัดความเร็วหรือป้ายเตือนก่อนเข้าโค้ง
การฝ่าฝืนป้ายจำกัดความเร็วหรือป้ายเตือนเฉพาะทางโค้ง นำไปสู่สภาวะการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย ควรสังเกตและปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็วรวมถึงป้ายเตือนทางโค้งอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย
ประเมินสภาพของโค้งก่อนที่จะขับเข้าไปในหัวโค้ง
หากขับบนเส้นทางที่ไม่เคยมา เจอโค้งที่คุณไม่เคยขับผ่านหรือไม่คุ้นชิน ควรปฏิบัติตามป้ายบอกความเร็วหรือป้ายแจ้งเตือนว่า โค้งอันตราย ลดความเร็วให้เท่ากับป้ายกำหนด หรือเร็วกว่าได้นิดหน่อย เช่น โค้งข้างหน้าบอกว่าให้ใช้ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เกินได้ถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสำหรับมือใหม่ ไม่ใช่พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วเกินกว่าป้ายแจ้งเตือนกำหนดมากๆ แบบนั้นก็มีสิทธิแหกโค้งเอาได้ง่ายๆ ในกรณีที่ไม่พบป้ายแจ้งเตือนความเร็วหรือมองไม่เห็น ก็ต้องคิดคำนวนความเร็วด้วยตัวของคุณเอง อย่างแรกก็คือเบรกเพื่อลดความเร็ว เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ 1-2 ตำแหน่งหลังการเบรก เกียร์สมัยใหม่มีเซนเซอร์ป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำโดยไม่มีความสัมพันธ์กับรอบของเครื่องยนต์ หากความเร็วสูงเกินไปเกียร์ก็จะไม่เปลี่ยนลงต่ำให้ต้องวัดดวงด้วยการเบรกชะลอความเร็วเอาเอง
อย่าเชื่อมั่นกับการเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำด้วยตัวเอง
อัตราทดเกียร์บางครั้งก็ไม่สามารถที่จะทำให้ความเร็วในขณะนั้นลดลงได้ดั่งใจของคุณ เบรกก่อนถึงโค้งเสมอ ไม่ควรเชนเกียร์ลงต่ำแล้วค่อยเบรก ทำแบบนั้นบ่อยๆ เกียร์จะสึกหรอเร็ว ทำทั้งสองอย่างก่อนเข้าหัวโค้ง ทั้งเบรกก่อนแล้วค่อยลดเกียร์ลงต่ำตามมา หากขับมาเร็วแล้วเจอกับโค้งแปลกๆ ที่คุณไม่รู้ว่าข้างหน้านั้นมีอะไร ก็ขอให้เบาเอาไว้ก่อนนะครับ
วางตำแหน่งของรถให้ถูกต้อง
พูดง่ายแต่ทำยาก การวางตำแหน่งของรถให้ถูกต้องก่อนขับเข้าโค้ง จะทำให้คุณสามารถควบคุมรถยนต์ในโค้งได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้พวงมาลัยเยอะเกินไป การวางตำแหน่งของรถก่อนเข้าโค้งที่ดียังช่วยลดแรงเหวี่ยง ทำให้มองเห็นทัศนวิสัยข้างหน้าได้อย่างชัดเจนว่า คุณกำลังไปทางไหนอย่างไร สภาพของปลายโค้งเป็นแบบไหน มีรถอยู่ข้างหน้าหรือเปล่า จุดที่ใช้ออกจากโค้งก็ถือว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าจุดที่จะออกจากโค้งมีมุมมองที่จำกัด ก็ไม่ควรทะเล่อทะล่าหวดมาเร็วจี๋จนแหกปลายโค้ง ตกลงไปในคลองชลประทาน
โค้งซ้ายทำไง
การเข้าโค้งซ้าย หากขับชิดซ้ายมาตลอด หัวโค้งจะบดบังทัศนวิสัยทำให้คุณมองไม่เห็น หากไม่มีรถตามหลังมาหรืออยู่ด้านขวา ให้ขับมาทางขวาเล็กน้อยก่อนถึงหัวโค้ง เป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี แต่ที่ห้ามเด็ดขาดก็คือการขับคร่อมเส้นทึบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทึบสีขาวหรือสีเหลือง ก็ควรอยู่ให้ห่างๆ ในโค้ง อย่าขับเข้าไปชิดกับเส้นทึบในช่วงกลางโค้ง คุณอาจพบกับ 18 ล้อที่วิ่งกินเลนกลางโค้งเข้ามาด้วยความเร็วสูง จากนั้นเมื่อเห็นว่ามาคันเดียวโดดๆ แต่งตัวเรียบร้อย ลดความเร็ว ลดเกียร์ลงต่ำ ก็ขับให้ชิดกับทางด้ายซ้ายคล้ายกับการขับตัดหัวโค้ง การขับในลักษณะนี้ทำให้คุณใช้พวงมาลัยน้อยลง แถมแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางก็ยังลดลงอีกด้วย คนนั่งที่เป็นภรรยาหรือกิ๊กก็ไม่โวยวายเพราะเวียนหัว เนื่องจากเข้าโค้งด้วยความเร็วและมุมที่พอดี
โค้งขวาทำไง
ก็คล้ายกับการขับเข้าโค้งซ้าย แต่ไม่ควรขับตัดเลนจนเลยเส้นทึบ เพราะคุณไม่รู้เลยว่าจะมีรถสวนมากลางโค้งหรือเปล่า เมื่อต้องการจะขับแบบตัดโค้ง ควรมองเห็นโค้งได้จนสุดปลายโค้ง หากมองไม่เห็นห้ามขับในลักษณะตัดโค้งจนเกินเส้นทึบไปครึ่งคัน อุบัติเหตุส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในโค้งก็คือการขับตัดโค้งโดยมองไม่เห็นรถที่แล่นสวนทางมา หากไม่แน่ใจก็ไม่ควรขับในลักษณะของการตัดโค้ง เนื่องจากอันตราย ทำให้ประสานงากันกลางโค้งได้ง่ายๆ โค้งขวาก็ขับชิดซ้าย ลดหรือชะลอความเร็วด้วยการเบรก เมื่อเห็นว่าไม่มีรถหรือสิ่งกีดขวางใดๆ ก็ขับตัดโค้งแบบ in & out เมื่อมองเห็นว่ามีรถแล่นสวนมาต่อเนื่องก็ให้อยู่ในเลน ห้ามขยับล้ำไปกินเลนรถสวนอย่างเด็ดขาด เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน! เมื่อไม่ได้ขับแบบตัดโค้งใช้วิธีวิ่งอยู่ในเลนปกติ แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในโค้งจะมากหรือน้อยครานี้ก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในขณะนั้นเป็นหลัก ขับเร็วก็เหวี่ยงมากหน่อย ขับช้าก็เหวี่ยงน้อย พวก PPV-SUV ตัวสูงโย่งต้องระวังในจุดนี้ให้ดีๆ เพราะมีจบเห่มาหลายรายแล้ว
ห้ามเบรกแรงๆ ในโค้ง
การใช้เบรกในโค้งอาจทำให้คุณเสียหลักได้ง่าย เนื่องจากยางจะขาดจากการยึดเกาะกับผิวถนน รวมถึงสภาพผิวถนนในขณะนั้นอาจทำให้เกิดอาการลื่นไถล เมื่อใช้เบรคแรงๆ ในโค้ง การกระทืบเบรกกลางโค้งอาจทำให้รถหมุนหรือเสียหลัก โดยเฉพาะรถสูงๆ อย่างเอสยูวีนี่ตัวดีเลยครับ
ขับลงเนินมาเจอกับโค้ง
ความเร็วขณะห้อลงเนินจะสูงมากกว่าการวิ่งบนทางราบ เมื่อขับลงเนินมาเจอเข้ากับโค้งหักศอกสามแยกทีตัน แถมยังอยู่ในเอสยูวีหนัก 2 ตัน บอกเลยว่าหากผิวถนนมีน้ำปกคลุมเพราะฝนตก การเบรกให้ช้างยักษ์หนักสองตันลดความเร็วเพื่อค่อยๆ เลี้ยวนั้นยากมาก ต้องระลึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่ารถใหญ่นั้นใช้ระยะเบรกมากกว่ารถเล็ก เนื่องจากมีมวลมากกว่า ซึ่งทำให้มีแรงเฉื่อยเยอะกว่ารถเล็กๆ ทางแบบนี้คือกับดักชั้นดีที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เมื่อขับขี่ในเส้นทางลักษณะนี้ ควรใช้ความระมัดระวังให้จงหนัก ที่กระบี่ ผมเคยห้อลงเนินมากับ Mercedes Benz GLE500e หนักสองตันเศษท่ามกลางสายฝนบางๆ ถนนกำลังลื่นได้ที่เลยทีเดียว พอโผล่ลงมาจากหัวเนิน ความเร็วกำลังได้ ก็เจอกับสามแยกทีตันที่มีรถจอดรอเลี้ยว ผมตกใจลงน้ำหนักเท้าเพื่อเบรกแต่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับเสียงการทำงานของ ABS ดังแต๊กๆๆๆๆ กว่าจะหยุดรถได้ก็ใกล้ท้ายรถคันหน้าอยู่รอมร่อ เล่นเอาเหงื่อออกเต็มหน้าทั้งๆ ที่เปิดแอร์มาเย็นฉ่ำ
ขับช้าลงทำให้ปลอดภัย แต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนจะเข้าโค้งด้วยการเบรกเพื่อลดความเร็ว อย่าประมาท อยู่ให้ห่างจากเส้นทึบ โดยเฉพาะเส้นทึบสองเส้นคู่กลางโค้ง.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/