คู่มือประจำรถหลายแบรนด์ เคยบอกให้เปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นระบบเกียร์อัตโนมัติไว้ในระดับ 40,000 ถึง 80,000 หรือบางค่ายหนักถึงขั้นบอกว่าเป็นน้ำมันเกียร์แบบ Lifetime ไม่ต้องเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งาน แต่พอหมดระยะรับประกัน เกียร์พังกันเป็นแถบ การบอกว่า ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ตลอดอายุการใช้งาน ดูเหมือนจะไม่ตรงกับการใช้งานของคนไทย ที่ลากยาว 3-4 แสนกิโลเมตร แล้วเกียร์มักจะมีพังเอาตอนที่การรับประกันสิ้นสุดลงหลังจากเกิน 100,000 กิโลเมตร
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ในรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก จากที่เคยเปลี่ยนที่ 40,000 ถึง 80,000 กิโลเมตร นั้นส่วนใหญ่ เป็นตัวเลขที่ทดสอบในห้องแล็บหรือวิ่งในเมืองหนาวที่มีสภาวะอากาศเย็นจัด มีร้อนอยู่แค่เดือนเดียว หลังจากนั้นก็เย็นยะเยือก แต่พอเจอกับ ชีวิตจริงในกรุงเทพฯ ทั้งสภาพอากาศ ร้อนจัด ฝนตก น้ำท่วม ตัวเลขที่บอกให้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์กลับใช้ไม่ได้ผลและอาจทำให้เกียร์พังก่อนเวลาอันควร แล้วทำไม การใช้งานรถยนต์เกียร์ออโต้ เทียบได้กับสภาวะใช้งานหนัก เมื่อขับในกรุงเทพฯทุกวันเช้า-เย็น ในช่วงที่รถติด ระะยะที่ปลอดภัยสำหรับเกียร์อัตโนมัติที่จะได้รับการเปลี่ยนสารหล่อลื่นใหม่ โดยให้เปลี่ยนเร็วขึ้น ที่ 25,000 - 40,000 กิโลเมตร
ตัวเลขไว้ที่ 25,000 ถึง 40,000 กิโลเมตร ถือเป็นระยะเซฟโซนที่ดีที่สุด สำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ ทั้ง Torque Converter, CVT และ Dual Clutch ด้วยเหตุผลทางวิศวกรรม คือ
...
1. ความร้อนสะสมจากรถติดสะสม
ในคู่มือรถทุกค่ายจะมีหมายเหตุตัวเล็ก ๆ เรื่อง การใช้งานในสภาวะรุนแรง ซึ่งการจอดนิ่งสนิทสลับเคลื่อนตัวคลานช้า ๆ บนถนนสุขุมวิทหรือสาทร ท่ามกลางอุณหภูมิภายนอกที่ทะลุ 38-40 องศาเซลเซียส อากาศไม่ไหลผ่านแผงออยล์คูลเลอร์เกียร์ ส่งผลให้น้ำมันเกียร์มีความร้อนสะสมพุ่งสูงเกิน 100 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง ความร้อนระดับนี้จะทำลายโมเลกุลและสารเพิ่มคุณภาพในน้ำมันเกียร์ให้เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว
2. ระยะทางบนเรือนไมล์หลอกตาแต่นาฬิกาเครื่องยนต์เดินไม่หยุด
รถติดในกรุงเทพฯ วิ่งได้ระยะทางบนหน้าปัดแค่ 10 กิโลเมตร แต่อาจจะต้องใช้เวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้นานถึง 1-2 ชั่วโมง เท่ากับว่าปั๊มน้ำมันเกียร์และชุดแผ่นคลัตช์ภายในต้องทำงานหนัก แช่อยู่ในแรงดันและความร้อนตลอดเวลา แม้ตัวเลขกิโลเมตรบนเรือนไมล์จะยังไม่ถึงกำหนด แต่ชั่วโมงการทำงานของน้ำมันเกียร์ (Engine Hours) นั้นทะลุปรอทไปไกล
3. เศษโลหะและผงคลัตช์จากการเปลี่ยนเกียร์บ่อย
การขับขี่ในเมือง ตัวสมองกลเกียร์ ต้องสั่งเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ขึ้น-ลง โดยเฉพาะเกียร์ 1-2-3 สลับไปมานับครั้งไม่ถ้วนในแต่ละวัน การจับตัวและปล่อยตัวของชุดแผ่นคลัตช์บ่อยครั้ง ทำให้เกิดผงสารเสียดสีและเศษเหล็กขนาดเล็กหลุดออกมาปะปนในน้ำมันเกียร์มากกว่าการวิ่งทางไกลยาว ๆ หากทิ้งไว้นาน เศษเหล่านี้จะเข้าไปอุดตันในโซลินอยด์วาล์วและสมองเกียร์ ทำให้เกียร์มีอาการกระตุกหรือเอื่อยเฉื่อย
การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เร็วขึ้นที่ระยะ 25,000 - 40,000 กิโลเมตร (หรือทุก ๆ 1-2 ปี) คือการลงทุนหลักพันเพื่อปกป้องระบบเกียร์ราคาหลักแสนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนใช้รถในเมืองร้อน.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
...