เมื่อรถยนต์ไฟฟ้า BEV ต้องลุยฝ่าระดับน้ำท่วมสูงถึง 50–70 เซนติเมตร ซึ่งจริงๆแล้วลุยไม่ได้ เพราะเป็นระดับที่น้ำท่วมสูงเกินครึ่งล้อรถเก๋งทั่วไป และเกือบถึงขอบประตูล่างของรถ SUV ต่อให้ขับ SUV ไฟฟ้า ถ้าระดับน้ำสูงเกินครึ่งเมตร สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวรถ ตามหลักวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเมื่อเจอเข้ากับน้ำท่วมสูง สามารถแยกแยะออกเป็นข้อ ๆ ให้เห็นภาพชัดเจนดังนี้
1. ระบบแบตเตอรี่แรงดันสูง
ระบบซีลกันน้ำทำงานหนักที่สุด โดยทั่วไป แพ็กแบตเตอรี่ใต้ท้องรถ EV จะผ่านมาตรฐานกันน้ำระดับ IP67 ถึง IP69 ซึ่งตามทฤษฎี สามารถทนน้ำนิ่งลึก 1 เมตรได้ชั่วคราว นานประมาณ 30 นาที นั่นเป็น 30 นาที ที่เสี่ยงต่อการเจ๊งเป็นที่สุด
ความเสี่ยงจากแรงดันและสิ่งเจือปน ในสถานการณ์จริง น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ใช่น้ำนิ่งในห้องแล็บ แต่มีทั้งเศษขยะ สารเคมี และแรงดันจากการขับสวนของรถคันอื่น หากระดับน้ำสูงถึง 50–70 ซม. และแช่อยู่เป็นเวลานาน แรงดันน้ำอาจเริ่มเล็ดลอดเข้าตามรอยต่อ ซีลยางที่เสื่อมสภาพ หรือพอร์ตเชื่อมต่อสายไฟแรงดันสูงได้
...
2. ระบบความปลอดภัยตัดไฟอัตโนมัติ
ระบบเซฟตี้ทำงานทันทีเมื่อตรวจพบน้ำรั่วซึม รถยนต์ไฟฟ้า BEV มีระบบตรวจจับกระแสไฟฟ้ารั่วไหล หรือ Isolator Monitoring หากมีน้ำซึมเข้าไปในระบบไฟฟ้าแรงดันสูงแม้เพียงนิดเดียว ระบบคอมพิวเตอร์ของรถจะสั่งการให้ Pyrofuse หรือ ฟิวส์แรงดันสูงทำการตัดการจ่ายไฟจากแบตเตอรี่หลักไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนทันที เพื่อป้องกันไฟฟ้ารัดวงจร ผลลัพธ์คือ รถจะดับสนิทกลางน้ำ เมื่อระบบตัดไฟเพื่อความปลอดภัย รถจะหยุดนิ่งทันที ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้ หน้าจอจะแจ้งเตือนความผิดพลาดร้ายแรง มักขึ้นโลโก้รูปเต่าทองหรือสัญลักษณ์ระบบไฟฟ้าบกพร่อง
3. ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ 12V และห้องโดยสาร
น้ำเริ่มเข้าห้องโดยสาร พรมเริ่มจะชิบหายแล้วละครับ ที่ระดับน้ำท่วม 50–70 ซม. น้ำจะเริ่มปริ่มหรือไหลทะลักเข้าทางขอบประตูและพื้นรถด้านล่าง ทำให้พรมและกล่องควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) บางตัวที่อยู่ตามล่างเบาะหรือคอนโซลกลางเสียหาย ระบบล็อกประตูและกระจกไฟฟ้าอาจรวน หรือทำงานผิดพลาด แม้ไฟแรงดันสูงจะตัดไปแล้ว แต่แบตเตอรี่ 12V ที่เลี้ยงระบบตัวถัง (Body Control) ยังทำงานอยู่ หากน้ำท่วมถึงปลั๊กไฟระบบนี้ กระจกไฟฟ้าอาจกดไม่ลง หรือระบบล็อกประตูอาจทำงานรวนจนเปิดไม่ออก ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่ติดอยู่ภายใน
4. อาการล้อล็อกถาวร เบรกมือไฟฟ้าค้าง
ลากรถยนต์ไฟฟ้าที่ดับกลางน้ำออกจากจุดน้ำท่วม หรือน้ำแห้งแล้วก็ตาม มันไม่ได้ง่ายอย่างรถสันดาปน้ำมัน รถ EV ส่วนใหญ่ใช้ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB เมื่อระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำรวนหรือช็อกจากน้ำท่วม เบรกมือไฟฟ้าจะล็อกคาไว้ที่ล้อทันที ทำให้ไม่สามารถผลักหรือเข็นรถได้ ต้องพึ่งพาสลักปลดกลไกฉุกเฉิน หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่น้ำท่วม จะต้องทำตามขั้นตอนดึงสลักเกียร์ว่างฉุกเฉิน ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของรถแต่ละรุ่น เช่น ใต้ฝากระโปรงหน้า หรือใต้คอนโซล เพื่อปลดล็อกคลัตช์และเบรกให้ล้อสามารถหมุนได้ชั่วคราวสำหรับการลากจูง
...
สังเกตระดับน้ำท่วมโดยใช้การอ้างอิงเปรียบเทียบกับขอบฟุตบาทหรือล้อรถคันหน้า (หากเกินครึ่งล้อหรือเกิน 50 cm ไม่ควรลุย) หากระดับน้ำสูงเกิน 50 เซนติเมตรขึ้นไป ไม่ควรเสี่ยงขับลุยเด็ดขาด เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นแค่แบตเตอรี่ แต่มอเตอร์ขับเคลื่อน พอร์ตชาร์จ และกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์รอบตัวรถ มีโอกาสพังเสียหายสูงมาก และค่าซ่อมยกชุดในระดับน้ำลึกขนาดนี้อาจรุนแรงถึงขั้นค่ายืนยันให้เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนใหม่ทั้งหมด
แน่นอนว่าเมืองใหญ่ติดทะเลอย่างกรุงเทพฯ ฝนตกทีไร ถ้าปริมาณน้ำฝนที่ตกเกิน 60-90 มิลลิเมตร น้ำจะท่วมรอการระบายทุกที คนใช้รถ EV ทุกวันนี้จะกลับบ้านตอนเย็นเห็นฝนมาดำมืดถึงกับเสียวสันหลัง แม้ค่ายรถจะให้คำมั่นสัญญา บอกว่าแบตเตอรี่ผ่านมาตรฐานกันน้ำ IP67 หรือ IP69 ก็ตาม แต่ในความเป็นจริง ความกลัวของเจ้าของรถชสูงกว่าตัวเลขมาตรฐานพวกนี้อย่างเทียบกันไม่ได้
...
1. ส่องระดับน้ำก่อนเสี่ยง
วัดด้วยตาเปล่า วิธีดูไลน์ระดับน้ำเทียบกับตัวรถน้ำมันคันหน้า หรือเทียบกับขอบฟุตบาทกรุงเทพฯ ยกเลิกความคิดว่า แบตฯรุ่นใหม่นั้นเจ๋งมากในการกันน้ำ แน่นอนว่าในความเป็นจริง เมื่อแบตเตอรี่อยู่ใต้ท้องรถ แม้จะซีลมาดี แต่น้ำท่วมขังในไทยไม่ได้มีแค่น้ำขุ่น ๆ มันมีทั้งขยะ เศษไม้ และสารเคมีที่อาจลอยมากระแทกใต้ท้องรถจนเกิดแผลได้
2. เทคนิคขับ EV ลุยน้ำ ท่วมไม่สูง 20-30 cm
แนะนำให้เปิดโหมด Snow/Mud ถ้ามี เพื่อให้รถจ่ายกำลังนิ่งที่สุด หรือเปิด Eco เพื่อควบคุมความเร็ว ระดับความเร็ว ห้ามเกิน 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องรักษาความเร็วให้คงที่ที่ 10–15 กม./ชม. ห้ามเบรกกะทันหัน และห้ามซิ่งจนดันน้ำเป็นรูปตัววี หรือขับเร็วจนน้ำม้วนขึ้นมาท่วมฝากระโปรงหน้า เพราะระบบระบายความร้อนและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง (High-Voltage) บางตัวอยู่ด้านบน ไม่ได้กันน้ำ 100% เหมือนแพ็กแบตเตอรี่ด้านล่าง
3. สัญญาณเตือนว่าระบบเริ่มวิกฤต
ไฟเตือนรูปเต่าทอง/ไฟรูปฉนวนบกพร่อง (Isolator Fault) ถ้าหน้าจอกลางขึ้นเตือนสีส้มหรือแดง พร้อมแอร์ในห้องโดยสารเริ่มดับ นั่นคือสัญญาณว่าน้ำเริ่มซึมเข้าปลั๊กไฟแรงดันสูงแล้ว ให้หาที่ดอนจอดทันที
4 วิธีเอาตัวรอดเมื่อ ลุยฝ่าด้วย EV แล้วดับกลางน้ำ
ห้ามกดสตาร์ทซ้ำเด็ดขาด! ข้อนี้ เหมือนรถน้ำมัน เพราะอาจเกิดการลัดวงจรภายในพอร์ตแรงดันสูง ตั้งสติหาสลักดึงเกียร์ว่าง Manual Release Latch อันนี้ไฮไลต์เลย รถ EV หลายรุ่นพอระบบไฟฟ้ารวนหรือดับกลางน้ำ เบรกมือไฟฟ้าจะล็อก ล้อจะล็อก ลากไม่ได้! ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่มือรถส่วนใหญ่บอกไว้หน้าท้าย ๆ และเจ้าของรถมักไม่เคยอ่าน หรืออ่านแต่ไปไม่ถึงหน้านั้น.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
...