ข่าวรถเก่าจอดติดเครื่องยนต์นอนหลับในรถแล้วเสียชีวิต หลายคนสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่เกิดจากการเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากอากาศในรถที่ไม่หมุมเวียนอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดกันครับ แต่ฆาตกรเงียบที่แท้จริงคือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ หรือ Carbon Monoxide - CO  ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ในระหว่างการจอดติดเครื่องยนต์เดินเบาแล้วเปิดแอร์ สาเหตุหลักๆ เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ที่ถูกใช้งานมานาน 

กลไกการทำงานของฆาตกรเงียบตัวนี้ ซับซ้อนและน่ากลัวตรงที่มันไม่มีกลิ่น ไม่มีสี และไม่มีรส ทำให้คนที่เปิดแอร์นอนหลับในรถเก่าไม่รู้ตัว โดยมีกระบวนการเกิดขึ้นดังนี้ 

1. เครื่องยนต์ทำงานในตำแหน่ง Idling หรือเดินเบาขณะที่รถจอดนิ่งแต่สตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจะทำได้ไม่สมบูรณ์เท่ากับการวิ่งบนถนน ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ออกมาในปริมาณที่สูงกว่าปกติมากทางท่อไอเสีย

2. ก๊าซพิษไหลย้อนกลับเข้าห้องโดยสารเมื่อรถจอดอยู่กับที่ ไอเสียที่พ่นออกมาจะลอยวนเวียนอยู่ใต้ท้องรถและรอบ ๆ ตัวรถ จากนั้นมันจะค่อย ๆ เล็ดลอดเข้ามาภายในห้องโดยสารผ่านทางช่องแอร์ ขอบยางประตูที่เสื่อมสภาพ หรือตามตะเข็บตัวถังรถที่ปิดไม่สนิท

3. กลไกการจับกุมในกระแสเลือด (CO แย่งจับฮีโมโกลบิน) เมื่อเรานอนหายใจเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในร่างกาย ความน่ากลัวทางวิทยาศาสตร์จะเกิดขึ้นตรงนี้ โดยปกติ ร่างกายต้องการให้ออกซิเจน ไปจับกับ ฮีโมโกลบิน  ในเม็ดเลือดแดง เพื่อนำไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆแต่ก๊าซ CO มีความสามารถในการจับกับฮีโมโกลบินได้ดีกว่าออกซิเจนถึง 200-250 เท่า! เมื่อ CO เข้าไปแย่งที่ ออกซิเจนจึงไม่สามารถเกาะเม็ดเลือดแดงได้ เกิดเป็นสารที่เรียกว่า คาร์บอกซีฮีโมโกลบิน (Carboxyhemoglobin)

4. สภาวะสมองขาดออกซิเจนแบบเฉียบพลันเมื่อเม็ดเลือดแดงถูกก๊าซพิษยึดพื้นที่ ร่างกายจะเกิดสภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง โดยที่อวัยวะแรกที่สมรรถภาพจะร่วงดิ่งคือ "สมอง" แล้วทำไมถึงไม่ตื่นขึ้นมาล่ะ? จุดสำคัญมันอยู่ตรงก๊าซ CO จะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ อ่อนแรง และมึนงงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่คนกำลังนอนหลับ สมองจะค่อย ๆ ชัตดาวน์ตัวเองลงไปเรื่อย ๆ จนหมดสติลึกขึ้น และส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว นำไปสู่การเสียชีวิตอย่างสงบ โดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสได้ดิ้นรนหรือรู้สึกเจ็บปวด 

แล้วถ้าจำเป็นต้องนอนในรถจริง ๆ ต้องทำอย่างไร? หากเหนื่อยล้าจากการเดินทางหรือถ่ายภาพจนทนไม่ไหวจริง ๆ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ดับเครื่องยนต์แล้วใช้วิธีแง้มกระจกลงลงทั้ง 4 บานประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อให้ลมธรรมชาติภายนอกเกิดการหมุนเวียนถ่ายเทครับ แม้จะร้อนหน่อยแต่มั่นใจได้ 100% ว่าปลอดภัยจากก๊าซพิษแน่นอน. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/