ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุในระดับ 40°C+ ของเมืองไทยตอนนี้ หลายคนอาจกังวลว่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะวิ่งทางไกลไหวไหม หรือจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าเพราะอุณหภูมิของไทยทั่วทุกพื้นที่นั้นสูงยันเพดานมา 2 อาทิตย์แล้ว ความร้อนระอุไม่มีทีท่าว่าจะเย็นลงแต่อย่างใดทั้งสิ้น แม้ดวงอาทิตย์จะตกดินไปนานแล้ว 21.00 น. บางพื้นที่อุณหภูมิยังคาอยู่ 33 องศาเซลเซียส ภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบกับความเป็นอยู่รวมถึงยานพาหนะที่เราใช้เดินทาง จริงๆแล้วระบบของรถ EV ถูกออกแบบมาให้รับมือกับความร้อนได้ในระดับหนึ่งซึ่งต่างก็ออกแบบให้การนำพาความร้อนออกไปจากระบบขับเคลื่อนนั้นมีประสิทธิภาพใช้ได้ แต่ก็มีประเด็นที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสบายใจ ดังนี้ 


...


1. ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ (Battery Management System - BMS)

รถ EV ส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ระบบ Liquid Cooling หรือการหล่อเย็นด้วยของเหลว เพื่อรักษาอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม (ปกติประมาณ 25-35°C) เมื่ออากาศร้อนจัด ระบบจะทำงานหนักขึ้นเพื่อระบายความร้อนออกจากเซลล์แบตเตอรี่ เวลาชาร์จไฟกระแสตรง DC ระบบระบายความร้อนก็จะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดอุณหภูมิ ผลกระทบจากการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าท่ามกลางอุณหภูมิทะลุ 41-43 องศา รถอาจมีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปใช้ในการหล่อเย็นมากขึ้นเล็กน้อย ซึ่งส่งผลต่อระยะทางวิ่ง (Range) ที่อาจลดลงบ้าง แต่ช่วยป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันสมควร 


2. การใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ ในรถน้ำมัน แอร์จะดึงกำลังจากเครื่องยนต์ แต่ในรถ EV แอร์ดึงไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยตรง ในวันที่ร้อนจัด คอมเพรสเซอร์แอร์จะทำงานเต็มกำลังเพื่อสู้กับแดดจัดจ้านไร้ก้อนเมฆมาบดบังของเมืองไทยในเดือนเมษายน จากการทดสอบใช้งานจริง การเปิดแอร์เย็นฉ่ำในสภาพรถติดท่ามกลางอากาศร้อน อาจทำให้ระยะทางวิ่งลดลงได้ประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับการขับในสภาวะอากาศปกติ

...

3. การชาร์จไฟกลางแดด หากต้องชาร์จไฟ โดยเฉพาะ DC Fast Charge ในขณะที่อากาศร้อนจัด Charging Speed หรือความเร็วของการชาร์จไฟกระอแสตรงอาจจะลดความเร็วในการชาร์จลง (Thermal Throttling) เพื่อความปลอดภัย ระบบระบายความร้อนจะทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความร้อนที่เกิดขึ้นในสายไฟและตัวแบตเตอรี่ หากเลือกได้ ควรชาร์จในที่ร่มหรือช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัด จะช่วยให้ชาร์จได้เต็มประสิทธิภาพมากกว่า 

...



ข้อแนะนำการใช้รถ EV ในช่วงหน้าร้อน

ใช้ฟีเจอร์เปิดแอร์ผ่านแอปพลิเคชันก่อนขึ้นรถประมาณ 5-10 นาที ในขณะที่รถยังเสียบปลั๊กชาร์จอยู่ วิธีนี้จะช่วยลดภาระแบตเตอรี่ในช่วงเริ่มออกตัวได้ดีมาก 

จอดในที่ร่มเพื่อลดการทำงานของระบบระบายความร้อนขณะจอด และช่วยถนอมวัสดุภายในห้องโดยสาร

เช็กระดับน้ำยาหล่อเย็น  ตรวจสอบตามระยะที่ศูนย์กำหนด เพราะน้ำยาหล่อเย็นมีความสำคัญมากต่อการคุมอุณหภูมิชุดแบตเตอรี่

...

สรุป รถไฟฟ้าใช้งานท่ามกลางอุณหภูมิสูงจัดๆ ได้อย่างสบายๆ คือ "ไหว" แน่นอน เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าในปัจจุบันรองรับการใช้งานท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดได้ดี แต่อาจจะต้องแลกด้วยระยะทางที่หายไปบ้างเล็กน้อยจากการทำความเย็น. 

 อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/