ปัญหาถอดหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ แม้จะทำทุกวิถีทางแล้วก็ยังถอดไม่ออก สายชาร์จและหัวติดล็อกเมื่อชาร์จไฟเสร็จและกำลังจะเดินทางต่อ เป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดใจและพบได้บ่อยไม่เว้นแม้แต่แบรนด์หรูหรือแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าทั่วๆไป  กลไกของหัวชาร์จนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการถอดสายขณะที่กระแสไฟยังไหลอยู่สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดประกายไฟ (Arcing) หรือความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าได้


...

หลักการทำงานของหัวชาร์จและตัวล็อก ในการชาร์จ EV ระบบจะมีการสื่อสารระหว่างรถและเครื่องชาร์จผ่านทางหัวชาร์จ (มักเป็น Type 2 สำหรับ AC หรือ CCS2 สำหรับ DC) โดยมีกลไกสำคัญดังนี้ 

กลไกการล็อก (Locking Actuator) ภายในช่องชาร์จของตัวรถจะมีชุดมอเตอร์ขนาดเล็กหรือ Solenoid Actuator ซึ่งจะดันสลักล็อกลงไปยึดกับบากบนหัวชาร์จ เมื่อเริ่มการชาร์จ ระบบคอมพิวเตอร์ของรถ (EVCC) จะสั่งให้ล็อกทันที และจะคลายล็อกก็ต่อเมื่อเงื่อนไขความปลอดภัยครบถ้วนเท่านั้น

การสื่อสารผ่านพิน Control Pilot (CP) และ Proximity Pilot (PP) PP (Proximity Pilot) ทำหน้าที่ตรวจสอบว่าหัวชาร์จเสียบแน่นหรือไม่ หากสลักล็อกยังไม่ลงล็อก หรือกดปุ่มที่ด้ามหัวชาร์จ ระบบจะรับรู้และหยุดปล่อยกระแสไฟ CP (Control Pilot) เป็นช่องทางสื่อสารหลัก รถจะส่งสัญญาณบอกเครื่องชาร์จว่าเชื่อมต่อสำเร็จ พร้อมรับไฟ  และเครื่องชาร์จจะส่งสัญญาณกลับว่าเริ่มจ่ายไฟแล้วนะ 

ออกรถยนต์ไฟฟ้ามาไม่นานก็เกิดเรื่อง สายชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าติดล็อก ดึงไม่ออก ทั้งๆ ที่กดปลดล็อกทุกอย่างตามขั้นตอนถูกต้องแล้ว นั่นเป็นสถานการณ์ที่น่าหงุดหงิดสำหรับการใช้งาน ส่วนใหญ่มักเกิดจากกลไกความปลอดภัยที่ทำงานผิดพลาด หรือเงื่อนไขบางอย่างยังไม่ครบถ้วน นี่คือ 5 สาเหตุหลักโดยละเอียดที่ทำให้ถอดสายชาร์จไม่ออก 

1. กลไกการล็อกของรถ (Actuator) ไม่คลายตัว

รถยนต์ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่นจะมีสลักล็อก (Locking Pin) ขนาดเล็กเพื่อป้องกันไม่ให้สายถูกดึงออกขณะมีกระแสไฟวิ่ง

สาเหตุ แม้คุณจะกดปลดล็อกรถจากกุญแจแล้ว แต่ตัวมอเตอร์ขนาดเล็ก (Actuator) ที่ทำหน้าที่ดึงสลักอาจจะค้าง หรือสัญญาณไฟฟ้าส่งไปไม่ถึงตัวล็อก

วิธีแก้ ลองกดปุ่มปลดล็อกที่กุญแจรีโมทซ้ำๆ 2-3 ครั้ง หรือกดปุ่มปลดล็อกภายในตัวรถ บางรุ่นอาจต้องปลดล็อกประตูทุกบานเพื่อให้ระบบคลายล็อกหัวชาร์จ


2. แรงดันจากน้ำหนักสายชาร์จ (Mechanical Tension)

สายชาร์จ DC (Fast Charge) มักจะมีน้ำหนักมากและหนา เมื่อเสียบทิ้งไว้นานๆ น้ำหนักของสายจะรั้งให้หัวชาร์จเอียงลง สาเหตุเกิดจากน้ำหนักที่กดลงมาทำให้สลักล็อกถูก "เบียด" หรือ "หนีบ" อยู่กับช่องว่างของหัวชาร์จ จนมอเตอร์ปลดล็อกไม่มีกำลังพอที่จะดึงสลักกลับขึ้นไปได้

วิธีแก้  ให้ใช้มือหนึ่งยกหัวชาร์จขึ้นให้ขนานกับพื้นเพื่อลดแรงกด (Take the weight off) แล้วใช้อีกมือหนึ่งกดรีโมทปลดล็อกพร้อมกัน

...

3. การสื่อสารระหว่างรถกับสถานีชาร์จ (Communication Error)

ระบบความปลอดภัยของ EV จะไม่ยอมให้สลักคลายออกตราบใดที่ "เซสชันการชาร์จ" ยังไม่สิ้นสุดสมบูรณ์ สาเหตุเกิดขึ้นได้จากในบางครั้ง ตู้ชาร์จแจ้งว่าหยุดชาร์จแล้ว แต่ข้อมูลยังส่งไปไม่ถึงตัวรถ ทำให้รถเข้าใจว่ายังมีกระแสไฟวิ่งอยู่ จึงล็อกสายไว้เพื่อความปลอดภัย

วิธีแก้  ตรวจสอบในแอปพลิเคชันหรือหน้าจอของตู้ชาร์จว่าสถานะเป็น "Finish" หรือ "Completed" หรือยัง หากยังค้างอยู่ ให้ลองกดปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Stop) ที่ตู้ชาร์จเพื่อตัดวงจรสื่อสารทั้งหมด

4. ความร้อนสะสมที่ขั้วสัมผัส (Overheating & Expansion)

ในขณะที่ชาร์จด้วยกำลังไฟสูงเป็นเวลานาน ขั้วโลหะภายในจะเกิดความร้อน สาเหตุเกิดจากความร้อนทำให้โลหะหรือพลาสติกบริเวณรอบๆ ขยายตัวเล็กน้อย จนเกิดอาการ "ฟิต" หรือฝืดกว่าปกติ โดยเฉพาะหากขั้วชาร์จมีความสกปรกหรือมีคราบออกไซด์

วิธีแก้ใข หากพบว่าหัวชาร์จร้อนจัด ให้รอประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้ความร้อนลดลงและวัสดุหดตัวกลับสู่สภาพปกติก่อนจะลองถอดอีกครั้ง

...

5. สลักล็อกที่ด้ามหัวชาร์จเอง (Manual Latch)

สำหรับหัวชาร์จประเภท AC (Type 2) บางรุ่น หรือหัวแปลงบางชนิด จะมีสลักแบบกลไกที่มือจับ สาเหตุก็คือ  บางคนอาจปลดล็อกที่รถแล้ว แต่ลืมกดสลักที่ตัวด้ามจับ หรือสลักที่ด้ามจับถูกกดไว้แต่กลไกภายในสึกหรอ ทำให้ไม่ยอมปล่อยเขี้ยวล็อก

วิธีแก้ ตรวจสอบว่ากดไกที่ด้ามจับจนสุดหรือยัง หากเป็นหัวแปลง (Adapter) ให้ตรวจสอบว่าตัวล็อกของหัวแปลงแยกส่วนกับตัวรถหรือไม่

หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่ออก รถยนต์ไฟฟ้าเกือบทุกรุ่นจะมี สายปลดล็อกฉุกเฉิน (Emergency Release) ซึ่งมักจะซ่อนอยู่ในฝากระโปรงหน้า หรือแผงบุสัมภาระด้านท้ายฝั่งเดียวกับพอร์ตชาร์จ ให้ลองดึงสายนั้นเพื่อดึงสลักออกด้วยมือ (ตรวจสอบตำแหน่งที่แน่นอนจากคู่มือประจำรถ)

...

หากดึงสายปลดล็อกฉุกเฉิน (Manual Release) แล้วหัวชาร์จยังไม่ออก แสดงว่าสลักล็อกอาจจะไม่ได้ค้างที่ตัวมอเตอร์ แต่อาจเกิดจากแรงเบียดทางกายภาพ (Mechanical Binding) หรือตัวเขี้ยวล็อกติดขัดกับขอบของหัวชาร์จ หากดึงแล้วยังไม่ออก ให้ลองทำตามเทคนิคนี้ 

1. เทคนิค "Push-Pull" (ลดแรงเสียดทานสลัก)

สายปลดฉุกเฉินทำหน้าที่ยกสลักขึ้นด้วยแรงดึง แต่ถ้าหัวชาร์จมีน้ำหนักมากหรือถูกดึงรั้งไว้ สลักจะถูกหนีบจนยกไม่ออก ให้คนหนึ่งช่วย ดันหัวชาร์จเข้าไปในตัวรถให้สุด เพื่อให้สลักล็อกว่างจากการถูกเบียด จากนั้นในขณะที่ยังดันอยู่ ให้คุณ ดึงสายปลดฉุกเฉินค้างไว้ แล้วค่อยๆ ขยับดึงหัวชาร์จออกมาพร้อมกัน

2. ตรวจสอบ "ปุ่มกด" ที่ด้ามหัวชาร์จ (กรณีชาร์จ AC)

หากคุณใช้สายชาร์จประเภท Type 2 (AC) บางรุ่นจะมีปุ่มกดที่ด้าม สลักล็อกของรถอาจจะหลุดแล้ว แต่เขี้ยวของตัวหัวชาร์จเองยังเกี่ยวอยู่กับพอร์ต ให้ดึงสายฉุกเฉินค้างไว้ แล้วกดปุ่มที่ด้ามหัวชาร์จแรงๆ พร้อมกับดึงออก

3. ตรวจสอบอุณหภูมิที่หัวชาร์จ

หากเพิ่งชาร์จด้วย DC (Fast Charge) มาอย่างหนักหน่วง พลาสติกหรือโลหะอาจขยายตัวจนฟิตพอดีเกินไป รอประมาณ 5-10 นาทีเพื่อให้ความร้อนระบายออกเล็กน้อย แล้วลองใช้เทคนิค Push-Pull ในข้อ 1 อีกครั้ง

4. รีเซ็ตระบบสื่อสาร (กรณีระบบซอฟต์แวร์ยังค้างล็อก)

บางครั้งกลไกไฟฟ้าอาจจะพยายามล็อกซ้ำถ้าเซ็นเซอร์ยังคิดว่ามีการเชื่อมต่ออยู่ ให้เข้าไปที่หน้าจอในรถ (Infotainment) ไปที่เมนู Energy/Charging กดปุ่ม Unlock Port หรือ  Stop Charging  บนหน้าจอซ้ำๆ หากทำไม่ได้ ให้ลองล็อกรถและปลดล็อกรถด้วยกุญแจ 3 ครั้งติดกัน เพื่อกระตุ้นให้กลไก Actuator ทำงานใหม่

5. วิธีสุดท้าย หากดึงแรงๆ แล้วยังไม่ออก อย่าฝืนกระชากเกินไปเพราะพอร์ตอาจเสียหาย

หากดึงสายปลดฉุกเฉินแรงเกินไปจนสายขาดแต่หัวยังไม่ออก จะต้องใช้ช่างเทคนิคถอดซุ้มล้อหรือแผงพอร์ตชาร์จจากด้านในเท่านั้น หากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยังไม่ออก แนะนำให้ติดต่อ Service หรือ Call Center ทันที เพื่อให้ช่างมาหน้างานครับ เพราะอาจเกิดจากตัว Actuator แตกหักภายในจนขัดกลไก.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/