หน้าที่สำคัญของ จาระบี (Grease) ไม่ได้มีแค่การช่วยให้ลื่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระบบเครื่องจักรและยานยนต์ ดังนี้ครับ:

  1. ลดแรงเสียดทานและการสึกหรอ: จาระบีจะสร้างฟิล์มน้ำมันเคลือบผิวสัมผัสของโลหะ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อโลหะเสียดสีกันโดยตรง ช่วยลดความร้อนและยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน
  2. ทำหน้าที่เป็นซีลกันรั่ว (Sealant): ด้วยความหนืดที่สูงกว่าน้ำมัน จาระบีจึงช่วยอุดร่องรอยต่อเพื่อป้องกันไม่ให้สารหล่อลื่นไหลออก และที่สำคัญคือช่วย ป้องกันฝุ่น ความชื้น และสิ่งสกปรก จากภายนอกไม่ให้เข้าไปทำลายชิ้นส่วนภายใน
  3. ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน: จาระบีทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังผิวโลหะจากอากาศและความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม
  4. รับแรงกดและแรงกระแทก: ในสภาวะที่เครื่องจักรทำงานหนัก มีแรงกดทับสูง (Extreme Pressure) หรือมีการสั่นสะเทือน จาระบีจะช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่าน้ำมันหล่อลื่นทั่วไป
  5. ความคงตัวในจุดที่เข้าถึงยาก: จาระบีถูกออกแบบมาให้เกาะติดอยู่กับที่ได้นาน จึงเหมาะกับชิ้นส่วนที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้บ่อยๆ หรือชิ้นส่วนที่ต้องทำงานในแนวตั้ง 


    สีของจาระบีส่วนใหญ่เป็นการ เติมสีเพื่อช่วยในการแยกประเภท และอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมมักใช้สีเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกคุณสมบัติเบื้องต้นและการใช้งาน ดังนี้ 

...

1. ความหมายของแต่ละสี (โดยทั่วไป)

🔴 สีแดง: มักเป็นจาระบีอเนกประสงค์ (Multipurpose) คุณภาพสูง หรือ จาระบีลิเธียม ที่ทนความร้อนได้ดีและป้องกันสนิม เหมาะกับลูกปืนล้อและแชสซีรถยนต์

🔵 สีน้ำเงิน: โดดเด่นเรื่อง ความเสถียรต่อความร้อน (Thermal Stability) มักใช้กับชิ้นส่วนที่ต้องทำงานภายใต้อุณหภูมิสูงต่อเนื่อง เช่น ลูกปืนมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเครื่องจักรที่มีรอบหมุนสูง

🟢 สีเขียว: เน้นคุณสมบัติ กันน้ำและการชะล้าง ได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอุปกรณ์ทางการเกษตร เครื่องจักรที่ทำงานในสภาวะเปียกชื้น หรืออุปกรณ์เดินเรือ

⚪ สีขาว: มักเป็น White Lithium Grease ที่สะอาด ไม่ทิ้งคราบสกปรก หรือเป็นเกรดที่ใช้ใน อุตสาหกรรมอาหาร (Food Grade) สำหรับเครื่องจักรที่ต้องสัมผัสอาหาร

⚫ สีดำ/เทา: บ่งบอกว่ามีส่วนผสมของ โมลิบดีนัม (Moly) หรือกราไฟต์ เพื่อใช้ในงานที่ต้อง รับแรงกดอัดมหาศาล (Extreme Pressure) เช่น เครื่องจักรหนักในงานก่อสร้างหรือเหมืองแร่

🟡 สีเหลือง/อำพัน: มักเป็นจาระบีพื้นฐานทั่วไปสำหรับงานหล่อลื่นเบาๆ เช่น บานพับประตู หรือสายเคเบิล 



สีบอก "สุขภาพ" ของจาระบี 

สีที่เปลี่ยนไปขณะใช้งานเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ:

สีคล้ำลงจนดำ: เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ (Oxidation) หรือการทำงานภายใต้ความร้อนที่สูงเกินไป

สีขาวขุ่นหรือเหมือนน้ำนม: สัญญาณของการปนเปื้อนด้วย น้ำ 

ข้อควรระวัง 
อย่าใช้สีของจาระบี เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ผลิตแต่ละรายอาจใช้มาตรฐานสีต่างกัน ควรอ่าน Spec Sheet หรือมองหาสัญลักษณ์ NLGI เพื่อความถูกต้องเสมอ  

...

 


จาระบีสำหรับชิ้นส่วนเฉพาะ อย่างเช่น ลูกปืนล้อหรือโซ่รถจักรยาน 

การเลือกจาระบีสำหรับชิ้นส่วนเฉพาะทาง เช่น ลูกปืนล้อ และ โซ่จักรยาน มีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสภาวะการทำงานที่ต่างกันทั้งเรื่องความร้อน แรงกด และการสัมผัสฝุ่นละออง

จาระบีสำหรับลูกปืนล้อ (Wheel Bearing)

...

ลูกปืนล้อต้องเผชิญกับความร้อนสูงจากการเบรกและแรงกดทับมหาศาล จึงต้องการจาระบีที่มีจุดหยด (Dropping Point) สูงและทนแรงกดได้ดี 

จาระบีลิเธียมคอมเพล็กซ์ (Lithium Complex): เป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุด เพราะทนความร้อนได้สูง (ถึง 180-200°C) และมีความเสถียรเชิงกลสูง

จาระบีสังเคราะห์ (Synthetic Grease): ให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมในอุณหภูมิสุดขั้วและยืดอายุการซ่อมบำรุงได้นานขึ้น

แบรนด์แนะนำ:

SKF LGWA 2: จาระบีคุณภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับลูกปืนล้อรถยนต์และรถบรรทุกโดยเฉพาะ

TIMKEN Wheel Bearing Grease: สูตรสีแดงยอดนิยมจากอเมริกา ทนความร้อนและงานหนักได้ดี

TOP1 Synthetic Hi-Temp Grease: จาระบีสังเคราะห์ทนความร้อนสูงถึง 280°C 

การเลือกใช้จาระบีอย่างถูกต้องมีความสำคัญต่ออายุการใช้งานของเครื่องจักร โดยมีหลักการพิจารณาใน 4 ปัจจัยหลักดังนี้:

1. ความอ่อน-แข็ง (NLGI Grade)

เบอร์ของจาระบีที่กำหนดโดย สถาบันจาระบีแห่งชาติ (NLGI) บ่งบอกถึงความข้นเหนียวและการไหลตัว 

...

เบอร์ 000 ถึง 0: มีลักษณะกึ่งของเหลว เหมาะสำหรับระบบจ่ายจาระบีอัตโนมัติ (Centralized System) หรือชุดเกียร์ที่ต้องการการไหลตัวสูง

เบอร์ 1 ถึง 2: เป็นเกรดมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด (Multipurpose) เหมาะสำหรับ ตลับลูกปืน (Bearings) ทั่วไปในโรงงานและยานยนต์

เบอร์ 3 ขึ้นไป: มีลักษณะแข็งและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับงานที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง หรือใช้ป้ายทาด้วยมือเพื่อป้องกันการไหลเยิ้ม 

2. ประเภทของสารอุ้มน้ำมัน (Thickener Type)

สารอุ้มน้ำมันทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำกักเก็บน้ำมันหล่อลื่นไว้ ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นต่างกัน: tms.in.th +1

ลิเธียม (Lithium): จาระบีอเนกประสงค์ยอดนิยม ทนความร้อนและน้ำได้ดีในระดับมาตรฐาน

ลิเธียมคอมเพล็กซ์ (Lithium Complex): ทนอุณหภูมิได้สูงกว่า (จุดหยดสูงกว่า 250°C) และมีอายุการใช้งานนานกว่า

แคลเซียมซัลโฟเนต (Calcium Sulfonate) กันน้ำและป้องกันสนิม เหมาะสำหรับงานที่ต้องสัมผัสความชื้นหรือน้ำโดยตรง

โพลียูเรีย (Polyurea): ทนความร้อนสูงมากและรอบหมุนเร็ว นิยมใช้ในมอเตอร์ไฟฟ้า 

Valvoline™ Global +3

3. ความหนืดของน้ำมันพื้นฐาน (Base Oil Viscosity)

เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างฟิล์มหล่อลื่น 

ความหนืดต่ำ (ISO VG 15-100): เหมาะสำหรับงาน รอบหมุนเร็ว และโหลดน้อย เพราะช่วยลดแรงเสียดทานและความร้อนสะสม

ความหนืดสูง (ISO VG 150-460): เหมาะสำหรับงาน รอบช้าแต่รับน้ำหนักมาก (Heavy Load) เพื่อให้ฟิล์มน้ำมันไม่ถูกกดจนแตก 

4. สารเพิ่มคุณภาพ (Additives)

เลือกตามสภาพหน้างานที่เครื่องจักรต้องเผชิญ

EP (Extreme Pressure): สำหรับงานที่รับแรงกดกระแทกสูง (เช่น รถขุด, เครื่องโม่)

Anti-Wear: สำหรับป้องกันการสึกหรอในสภาวะปกติ

Solid Lubricants (เช่น Moly หรือ Graphite): จาระบีสีดำที่ผสมสารหล่อลื่นแข็ง ช่วยปกป้องผิวโลหะได้ดีเยี่ยมในงานที่มีแรงกระแทกหนักมาก 

ข้อควรระวัง: ห้ามผสมจาระบีต่างชนิดกันโดยไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้ (Compatibility) เพราะอาจทำให้จาระบีแยกตัวหรือเหลวเป็นน้ำจนก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อเครื่องจักร 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/