เมื่อเดินทาง เราใช้เวลาส่วนใหญ่ในรถ และการเดินทางไกล มาพร้อมกับการรับประทาน หรือกินนั่นเอง คนในรถมักจะพกพาอาหารว่าง ขนม ของขบเคี้ยว หรือแม้แต่แวะซื้อกุ้งซื้อปลาสดๆ กลับมาทำกับข้าวที่บ้าน กลิ่นไม่พึงประสงค์จึงมักติดอยู่ในรถ แน่นอนว่ากลิ่นเหม็นส่วนใหญ่ อาจมาจากสิ่งง่ายๆที่เราไม่ได้คาดคิดว่ามันจะสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสารที่ต้องเปิดระบบปรับอากาศ เช่น ขยะ เศษอาหารจากการเดินทาง ถุงอาหารเหลือจากร้านไดร์ฟทรูพวกแฮมเบอร์เกอร์ ไก่ทอดแสนอร่อย เนื้อหรือหมูย่างกินกับข้าวเหนียว 

เศษอาหารที่ตกอยู่ใต้เบา หรือคราบสกปรกจากการพาน้องหมาเดินทางท่องเที่ยว ก้นของน้องหมามีต่อมสร้างกลิ่นอันรุนแรง หากแตกในรถนี่ ขอบอกเลยว่า นรกมีจริง และในความเป็นจริง เมื่อเราลงจากรถ ก็ปิดกระจกและประตูสนิทแน่นเพื่อป้องกันโขมย นั่นจะยิ่งทำให้กลิ่นเหม็น กลิ่นอับ ที่โคตจเหม็นนอกจากต่อมระเบิดของน้องหมา ก็คือ น้ำที่เกิดจากการละลายของกุ้งสดแช่น้ำแข็งมา ติดอยู่ที่พรมในห้องเก็บสัมภาระหรือแม้แต่ในห้องโดยสาร แล้วซึมเข้าไปพร้อมส่งกลิ่นฉาวโฉ่ออกมาเมื่อโดนแสงแดดจนแห้ง กลิ่นเหม็นในห้องโดยสาร ถ้าในบ้าน มีสมาชิกที่ต้องเดินทางพร้อมกันบ่อยๆ นี่เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบเจอได้บ่อย

...

ปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็นในรถ มีมานานจากพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้คนส่วนใหญ่ที่ต้องกินหรือขนของที่อาจสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ขณะเดินทาง  กลิ่นในห้องโดยสารที่คละคลุ้งอบอวน ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมผลิตน้ำหอมปรับอากาศมากมายหลายแบรนด์ รวมถึงคาร์แคร์ที่รับทำความสะอาดภายใน ถ้าสกปรกมาก ก็ขับไปทิ้งไว้ที่คาร์แคร์ และน่าจะมีค่าใช้จ่ายถึงหลักพันเลยทีเดียว แต่ไม่ว่าคุณจะใช้น้ำหอมแบบเจลหรือแบบสเปรย์ หรือน้ำหอมปรับอากาศแบบอื่นๆ กลิ่นเหม็นก็มักจะกลับมาเสมอ  การใช้สเปรย์ปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แค่กลบกลิ่นเหม็นด้วยกลิ่นอื่น จนกว่ากลิ่นหอมที่ใช้กลบนั้นจางหายไป แล้วกลิ่นเหม็นของน้ำกุ้งเน่าๆ ก็จะกลับมาเหมือนเดิม แหวะ....... 

เพื่อแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นฉาวโฉ่ คุณต้องกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถออกไปด้วยการทำความสะอาจในจุดที่มีกลิ่นติดอยู่ ไม่ใช่แค่ใช้สเปรย์ปรับอากาศเพื่อสร้างกลิ่นหอมสดชื่น  แต่พอสเปรย์จาง กลิ่นนรกก็โผล่มาทันที โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเอารถไปรับสาวนั้น มันน่าทุเรศสิ้นดีเลยทีเดียว 

เพื่อกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสารรถยนต์ เริ่มต้นด้วยการนำขยะทั้งหมดออก ทำความสะอาดคราบสกปรกทันที และดูดฝุ่นเบาะ พรม และห้องเก็บสัมภาระ ใช้วิธีแม่บ้านโบราณ โดยใช้เบกกิ้งโซดาสำหรับทำความสะอาดพรม  เปลี่ยนไส้กรองแอร์ในห้องโดยสารซะ แน่นอนว่าน้ำกุ้ง พอมันแห้งและอยู่ไปสักพัก ก็จะโชยกลิ่นทะเลเน่าออกมาเต็มๆ สำหรับกลิ่นน้ำกุ้งเน่าที่ฝังแน่นในพรม ให้ใช้น้ำส้มสายชู ผสมน้ำ เช็ดทำความสะอาด หรือหากไม่หายก็ให้ทิ้งพรมรองพื้นผืนนั้นไปซะเลย หมดเรื่อง   

...


การทำความสะอาดบริเวณที่เกิดกลิ่นเหม็น หากเป็นพลาสติก  ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในรถยนต์อเนกประสงค์ตามคำแนะนำ  เบาะหรือพรม ให้ใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะรถยนต์หรือพรม หรือจะใช้เครื่องทำความสะอาดด้วยไอน้ำหรือเครื่องดูดฝุ่นก็ได้ น้ำยาพวกนี้มักจะมีกลิ่นหอม ถ้าเอาออกจนหมด กลิ่นก็จะหมดไป แต่ถ้าเอาออกไม่หมด พอกลิ่นหอมของน้ำยาทำความสะอาดเจือจางลง เจ้ากลิ่นเหม็นก็จะโผล่ออกมารังควาญอีก

...



เมื่อได้กำจัดต้นตอของกลิ่นออกไปจนหมดแล้ว สิ่งที่ควรทำต่อไปในวันหยุดก็คือ ให้ทำความสะอาดพื้นผิวอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อยในรถ เพราะนั่นเป็นแหล่งที่มาของกลิ่นต่างๆมั่วไปหมด ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในรถยนต์ ที่มีคุณภาพ ลองของคาร์เนตก็ได้เพราะเจ้าของแบรนด์นั้นรักรถประดุจลูก ใช้น้ำยาทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร เช็ดพวงมาลัย คันเกียร์ ปุ่มและแผงควบคุม ที่วางแขน รวมไปถึงจุดอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อย การทำความสะอาดและกำจัดกลิ่นพรมปูพื้นและพรมในรถที่ใช้งานบ่อย อย่าลืมทิ้งรองเท้าคู่ที่เหม็นอับด้วยล่ะ เพราะบางครั้ง ตัวการก็คือรองเท้าที่เหม็นหึ่งนั่นเอง 

...

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/